Barbegal Mills อาคารพลังงานกล/พลังงานน้ำใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
The Roman Mill at Barbegal
- Professor Kevin Butcher
.
1.


2.

The ruins of the aqueduct of the Barbegal Mills
Photo: Carole Raddato/Flickr


.
ห่างจากเมือง Arles ไปทางตอนเหนือ
ประมาณ 12 กิโลเมตรในภูมิภาค Provence
ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส
จะมีเมืองเล็ก ๆ ชื่อ Fontvieille
เป็นชุมชนที่มีประชากรเพียง 3,500 คน
ที่อาศัยอยู่ ทำเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว

แต่ที่นี่ในอดีตจนถึงศตวรรษที่ 5
ยังเป็นสถานที่ใช้พลังงานกลและพลังงานน้ำใหญ่ที่สุดในโลก ยุคโบราณ
ในตอนท้ายของศตวรรษที่ 1 
ระบบที่ทำงานร่วมกันโดยวิศวกรชาวโรมัน
อาคาร Hydraulic Complex 
เป็นอาคารระบบที่สำคัญที่สุด ถูกสร้างขึ้นที่นั่น
มีทางระบายน้ำ 2 สายและโรงสี 16 แห่ง
ในปัจจุบันเรียกว่า Barbegal

โดยน้ำจะไหลมาจากด้านบนทางทางเหนือ
ก่อนแยกสายน้ำออกเป็น 2 เส้นทาง
เพื่อไหลลงมาในอาคาร Hydraulic Complex
น้ำจะทำหน้าที่หมุนระหัดวิดน้ำเพื่อใช้งานโรงสี
และน้ำที่ผ่านระหัดวิดน้ำตัวสุดท้าย
จะเป็่นน้ำกินน้ำใช้สำหรับชาวบ้าน
ชุมชน Arelate (ปัจจุบันคือ Arles)

3.

Model of the Barbegal mill
Musée de l'Arles antique
Photo: Carole Raddato/Flickr

4.

Illustration by Leandro PP/Shutterstock.com


.
น้ำไหลลงด้านบนของเนินสูงชัน
ก่อนจะถูกบังคับให้แยกเป็น 2 สาย
และมีระหัดวิดน้ำ 16 ล้อเรียงกันเป็น 2  ชุด
คู่ขนานกันจำนวน 8 ระหัดวิดน้ำทั้งสองข้าง
วางเรียงลงมาเป็นขั้นบันไดตามทางน้ำ
เพื่อให้ระหัดวิดน้ำคู่แรกขับเคลื่อนจากน้ำก่อน
ส่งผ่านน้ำไปยังระหัดวิดน้ำคู่ต่อ ๆ ไป
จนไปถึงระหัดวิดน้ำคู่สุดท้ายก่อนไหลลงสู่ชุมชนต่อไป

ความสามารถในการทำงานระหัดวิดน้ำเหล่านี้
สามารถบดแป้งข้าวสาลีได้ประมาณ 4.5 ตัน/วัน
ซึ่งเลี้ยงประชากรทั้งชุมชนของ Arelate ได้
ในตอนต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 2
คาดว่ามีประชากรราว 12,500 คน

นักวิจัยบางคนเชื่อว่า
ระหัดวิดน้ำยังดัดแปลงรูปแบบการใช้งานได้
เพราะมีการใช้ในการเลื่อยไม้/ตัดหินได้เช่นกัน
เมื่อชาวเมืองไม่ได้ใช้บดข้าวสาลีเป็นแป้งแล้ว
เพราะหลักการณ์ทำงานมีความคล้ายคลึงกัน
ในการจัดเตรียมงานโรงสี เลื่อยไม้ เลื่อยหิน
เพราะพบการทำงานในเหมืองหินโรมันบางแห่ง
ใน สเปนและเวลส์
รวมทั้งโรงเลื่อย Hierapolis (คริสต์ศตวรรษที่ 3)
มีการเปิดใช้งานเลื่อยไม้วางในรูปแบบลักษณะเดียวกัน

เท่าที่ทราบกันอาคาร  Hydraulic Complex 
ยังคงใช้งานได้ในช่วงศตวรรษที่ 2 และ 3
หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ลดการใช้งานลง
จนกระทั่งถูกทำลายล้างและถูกละทิ้งไป
จนหมดสภาพการใช้งานในศตวรรษที่ 5
ซึ่งสอดคล้องกับการรุกรานของพวกอาหรับ
ที่ทำให้จักรวรรดิตะวันตกสิ้นสุดลง

Fernand Benoit นักโบราณคดีกล่าวว่า
อาคารแห่งนี้อาจถูกสร้างขึ้นโดยวิศวกร
Gallo-Roman Q. Candidius Benignus (Fifth Candido Benigno)
ซึ่งเป็นสมาชิกของคณะช่างไม้ Arelate
เพราะโลงศพของท่านมีคำจารึกที่ระบุว่า
ไม่มีใครเหนือกว่าท่านในยุคนั้น
ศิลปะด้านวิศวกรรมเครื่องกล
และการใช้งานจากพลังงานน้ำ

ส่วนเจ้าของโรงสีแห่งนี้
น่าจะเป็นเจ้าของวิลล่าโรมัน ใกล้ La Mérindole
ตามข้อสันนิษฐานของ Fernand Benoit 

ทุกวันนี้ยังคงหลงเหลือ
งานก่ออิฐที่สำคัญหลงเหลืออยู่
ร่องน้ำและฐานรากของโรงสีหลายแห่ง
นอกเหนือจากร่องน้ำแบบขั้นบันได
ที่ขึ้นไปบนเนินเขาที่เป็นแหล่งต้นน้ำ
ซึ่งสามารถเยี่ยมชมได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยว Fontvieille
และมีการจำลองสร้างระหัดวิดน้ำขึ้นมาใหม่
ที่พิพิธภัณฑ์ Arles  จะสามารถดูการบูรณะใหม่ทั้งหมด

.
เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2WBF5XJ
https://bit.ly/3h8hOGm
https://go.nature.com/3riWG51

.
5.


6.


7.


8.


9.


10.


11.


12.


13.


14.


15.


16.


17.


18.
Table 1 Parameters used to calculate 
the functioning of the Barbegal mill 
wheels and elbow flume.
From: Reconstructing the hydraulics 
of the world’s first industrial complex
the second century CE 
Barbegal watermills, France
.


19.


20.



.
สะพานส่งน้ำของโรมัน
.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Romans - Aqueducts

.
ซีซาร์นำทัพโรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 200,000 คน
.


.
พบกระดูกคนจีนในยุคโรมันที่อังกฤษ
.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ 

Ancient Chinese Skeletons 
Discovered in London Cemetery

.
พบรอยเท้าแมวอายุกว่า 2,000 ปีบนกระเบื้องมุงหลังคา
.




.
เรื่องเล่าไร้สาระ


อาคารโบราณ กำแพงเมืองโบราณในที่ต่าง ๆ
มักจะเสื่อมสลายหมดสภาพเพราะฝีมือชาวบ้าน/คน
คนมักจะไปรื้อถอนเพื่อไปสร้างอาคารบ้านเรือน/ของใช้
ตัวอย่างง่าย ๆ อิฐเก่าจากกรุงศรีอยุธยา
มีการนำมาใช้งานตั้งแต่ยุคพระเจ้าตากสินมหาราช
ด้วยกองเรือจำนวนมากไปทุบ/รวบรวมบรรทุกอิฐเก่า
มาสร้างกำแพงเมือง เวียง วัง ในธนบุรี/กรุงเทพฯ
สืบต่อกันมาจนถึงขนาดมีการประมูลขุดอิฐเก่ากรุงศรีฯ
โดยกรมการศาสนา(ในยุคอดีต)
ในยุคต้น ๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9
กว่าจะยอมยุติกิจกรรมดังกล่าวเพื่ออนุรักษ์ไว้

ที่สงขลา ก็มีการรื้อกำแพงเมืองเก่ามาถม/ทำถนน
จนปัจจุบันเหลือกำแพงเมืองเก่าเพียงไม่กี่จุด

ส่วนที่ยะรัง-ปัตตานี อิฐโบราณสถานทางศาสนาพุทธ
พอทิ้งร้างไปนาน ชาวไทยมุสลิมก็ไปรื้อถอนนำอิฐเก่าไปใช้งาน
นำไปก่อสร้างบ่อน้ำ ที่รองล้างเท้าก่อนขึ้นบ้าน
ส่วนอาคารอิฐต้องคนรวยจริง ๆ จึงสร้างได้
เลยไม่ค่อยมีมหกรรมรื้ออิฐเก่าแบบอยุธยา
ส่วนชาวไทยพุทธในพื้นที่มีน้อยรายมาก
ที่กล้านำอิฐเก่าของโบราณสถานพุทธไปใช้
ปัจจุบันยุติไปแล้ว เพราะมีกฎหมายห้ามทำโดยเด็ดขาด

มีคนสันนิษฐานว่า มัสยิดกรือแซะ ปัตตานี
ที่มีการล้อมปราบและยิงกันสนั่นหวั่นไหว
ที่นี่ติดกับสุสานเจ้าแม่ลิ่มโกวเนี้ย
ซึ่งลิ่มโต๊ะเคียม พี่ชาย/ลูกเขยรายาปัตตานี
คงได้รับอนุญาตให้สร้างที่ฝังศพให้กับน้องสาว
คนในพื้นที่เห็นสุสานนี้ เป็นเรื่องปกติ/ตำนาน
ที่เล่าสู่กันมานาน/เห็นกันมานานมาก
มีแต่คนนอกพื้นที่/มุสลิมสุดโต่ง
ที่สร้างปัญหา/ข้อกังขาต่าง ๆ นานา

มัสยิดกรือแซะน่าจะนำอิฐเก่าจากโบราณสถานพุทธที่ยะรัง
เพราะระยะทางห่างกันไม่เกินกว่า 30 กิโลเมตร
ซึ่งน่าจะมีการตรวจค่าและทดสอบ DNA อิฐเก่า
จะได้ล้างตาให้หายสงสัยกันในเรื่องนี้



ใครย่ำยี อยุธยา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิศวกรรมศาสตร์ ประเทศฝรั่งเศส
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่