อันนี้ผมมีความคิดที่สับสนมากๆตอนนี้ จะระบายให้คนในครอบครัวก็ไม่ได้ ผมเลยเลือกระบายผ่านช่องทางนี้แทน
ผมเรียนจบปีนี้ แต่ไม่มีงานประจำเลยไปสัมภาษณ์ทั่วทุกที่ก็ไม่มีคนรับ แล้วระหว่างหางานผมไปเจอกับงานหนึ่งเข้า(ผมขอสงวนนั้นงานชื่ออะไร) ผมรู้สีกว่างานนั้นเริ่มต้นแย่แต่อนาคตสามารถสร้างรากฐานได้ และผมรู้สึกชอบมันเป็นประเภทงานประกัน โดยส่วนตัวจบการตลาดมา เลยไม่ค่อยมีปัญหากับงานประกัน
แต่ทว่าอีกไม่นานผมจะผ่านภาคสนามแล้ว ทั่งพ่อแม่และครอบครัวต่างกดดันไม่ให้ผมไปต่อ ทั้งที่ผมยังไม่ได้เข้าเริ่มงานหรือสร้างผลงานอะไรสักอย่าง ใน line พ่อกับแม่ส่งประกาศรับสมัครงานมาอยู่เรื่อยๆ มีทั้งแบบต่างจังหวัดกับแหล่งที่ไกลจากบ้านแบบสุดๆ ส่วนมากเป็นงานโรงงานกับการบริการและข้าราชกาล ผมก็เข้าใจทางฝั่งครอบครัวว่าอยากให้ได้งานที่มั่นคงและดูแลตัวเองได้ แต่ผมก็เลิกห้ามใจงานที่ผมสนใจได้จริงๆทั้งที่ยังไม่ได้ลองหรือจับงานด้วยซ้ำ ทุกคนในบ้านก็ตัดสินว่ามันคือสิ่งที่แย่ที่สุด "ทำอะไรไม่ได้หรอก" "เสียเวลาเปล่าๆ" "เงินก็ไม่แน่นอนรายได้นี้นะ" พอจะอธิบายก็ไม่มีใครยอมฟัง ผมรู้สึกเครียดกับงานที่จะเริ่มทำและกับทางครอบครัวที่กดดันตลอดมากๆ ผมเข้าใจนะตลอดมาตอนผมเรียนจบมาและไร้งานทำผมก็พึ่งพ่อแม่ตลอก และกับญาติที่ผมไปศึกษางานต่างจังหวัด ทั่งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าต่างๆ เหมือนตัวเกาะกินของฟรีตลอดเวลา ความคิดที่มีตลอกเวลาว่าเรียนจบแล้วจะมีงานประจำดีๆสักงานก็ไม่มีอยู่เลย จะทำบางอย่างสำเร็จก็ไม่ได้ ทำตัวได้แค่เดินออกแฟ้มผลงานที่เรียนมานั่งรถเมล์หางาน กับเปิดเว็บหางานทุกวันจนแทบอ็วก
ผมรู้สึกสับสนมาก บางคืนผมถึงกับนอนไม่หลับว่าจะผ่านภาคสนามไหม บางคืนก็เก็บคำพูดคนรอบตัวเอามาคิดแล้วคิดอีก ว่าตัวเอง "แมร่งโครตตัวไร้ประโยชน์ทั่งชีวิตจะทำสำเร็จสักอย่างก็ไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ" โคตรน่าขำเลยชีวิตผมดูเหมือนคนบ้ามากๆ ที่คิดหนักอยู่ตัวคนเดี่ยวแบบนี้.....ช่วงเวลานี้ผมเริ่มมีอาการนอนไม่หลับแล้วจะมีเสียงเข้ามาในหัวประจำ ไม่เคยมีตื่นเช้าครั้งไหนที่คิดว่าเป็นเช้าวันใหม่เลยมีแต่ "วันเริ่มที่โครตแย่วันหนึ่ง" ผมหวาดวิตกสิ่งรอบตัวขึ้นเรื่อยๆเมื่อออกนอกบ้านเริ่มกลัวพบผู้คนเริ่มกลัวการสัมภาษณ์ เริ่มกลัวการเริ่มทำงานว่าจะทำงานอะไรสักอย่างได้รึเปล่า ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าผมเป็นอะไรทุกๆวันผมเริ่มกลัวขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมเลยต้องการที่ระบายคือที่นี้เพื่อหวังว่าอาการนี้จะเบาลง ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านการระบายมีแต่คนไม่รู้จักเท่านั่นที่ผมรู้สึกว่าระบายออกมาได้
ผมไม่แน่ใจควรทำอย่างไรดีและกำลังเป็นอะไร กับอาชีพและครอบคัว(ระบายครับ)
ผมเรียนจบปีนี้ แต่ไม่มีงานประจำเลยไปสัมภาษณ์ทั่วทุกที่ก็ไม่มีคนรับ แล้วระหว่างหางานผมไปเจอกับงานหนึ่งเข้า(ผมขอสงวนนั้นงานชื่ออะไร) ผมรู้สีกว่างานนั้นเริ่มต้นแย่แต่อนาคตสามารถสร้างรากฐานได้ และผมรู้สึกชอบมันเป็นประเภทงานประกัน โดยส่วนตัวจบการตลาดมา เลยไม่ค่อยมีปัญหากับงานประกัน
แต่ทว่าอีกไม่นานผมจะผ่านภาคสนามแล้ว ทั่งพ่อแม่และครอบครัวต่างกดดันไม่ให้ผมไปต่อ ทั้งที่ผมยังไม่ได้เข้าเริ่มงานหรือสร้างผลงานอะไรสักอย่าง ใน line พ่อกับแม่ส่งประกาศรับสมัครงานมาอยู่เรื่อยๆ มีทั้งแบบต่างจังหวัดกับแหล่งที่ไกลจากบ้านแบบสุดๆ ส่วนมากเป็นงานโรงงานกับการบริการและข้าราชกาล ผมก็เข้าใจทางฝั่งครอบครัวว่าอยากให้ได้งานที่มั่นคงและดูแลตัวเองได้ แต่ผมก็เลิกห้ามใจงานที่ผมสนใจได้จริงๆทั้งที่ยังไม่ได้ลองหรือจับงานด้วยซ้ำ ทุกคนในบ้านก็ตัดสินว่ามันคือสิ่งที่แย่ที่สุด "ทำอะไรไม่ได้หรอก" "เสียเวลาเปล่าๆ" "เงินก็ไม่แน่นอนรายได้นี้นะ" พอจะอธิบายก็ไม่มีใครยอมฟัง ผมรู้สึกเครียดกับงานที่จะเริ่มทำและกับทางครอบครัวที่กดดันตลอดมากๆ ผมเข้าใจนะตลอดมาตอนผมเรียนจบมาและไร้งานทำผมก็พึ่งพ่อแม่ตลอก และกับญาติที่ผมไปศึกษางานต่างจังหวัด ทั่งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าต่างๆ เหมือนตัวเกาะกินของฟรีตลอดเวลา ความคิดที่มีตลอกเวลาว่าเรียนจบแล้วจะมีงานประจำดีๆสักงานก็ไม่มีอยู่เลย จะทำบางอย่างสำเร็จก็ไม่ได้ ทำตัวได้แค่เดินออกแฟ้มผลงานที่เรียนมานั่งรถเมล์หางาน กับเปิดเว็บหางานทุกวันจนแทบอ็วก
ผมรู้สึกสับสนมาก บางคืนผมถึงกับนอนไม่หลับว่าจะผ่านภาคสนามไหม บางคืนก็เก็บคำพูดคนรอบตัวเอามาคิดแล้วคิดอีก ว่าตัวเอง "แมร่งโครตตัวไร้ประโยชน์ทั่งชีวิตจะทำสำเร็จสักอย่างก็ไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ" โคตรน่าขำเลยชีวิตผมดูเหมือนคนบ้ามากๆ ที่คิดหนักอยู่ตัวคนเดี่ยวแบบนี้.....ช่วงเวลานี้ผมเริ่มมีอาการนอนไม่หลับแล้วจะมีเสียงเข้ามาในหัวประจำ ไม่เคยมีตื่นเช้าครั้งไหนที่คิดว่าเป็นเช้าวันใหม่เลยมีแต่ "วันเริ่มที่โครตแย่วันหนึ่ง" ผมหวาดวิตกสิ่งรอบตัวขึ้นเรื่อยๆเมื่อออกนอกบ้านเริ่มกลัวพบผู้คนเริ่มกลัวการสัมภาษณ์ เริ่มกลัวการเริ่มทำงานว่าจะทำงานอะไรสักอย่างได้รึเปล่า ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าผมเป็นอะไรทุกๆวันผมเริ่มกลัวขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมเลยต้องการที่ระบายคือที่นี้เพื่อหวังว่าอาการนี้จะเบาลง ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านการระบายมีแต่คนไม่รู้จักเท่านั่นที่ผมรู้สึกว่าระบายออกมาได้