"ปล่อยวาง"สำหรับฆราวาส คือการ"เห็นแก่ตัว"หรือป่าวครับ

ก่อนอื่นผมขอบอกเจตนาก่อนนะครับ ผมมีเจตนาที่ต้องการนับถือศาสนาพุทธอย่างมีความสุข จึงอยากให้ทุกคนช่วยปรับทัศนคติผมหน่อยครับ เพราะตอนนี้ผมคิดแค่ว่า การปล่อยวางในศาสนาพุทธ คือการเห็นแก่ตัว เมื่อมองในสภาวะสังคมปัจจุบันและในฐานะเป็นฆราวาสคนหนึ่งที่อยากเห็นสังคมดีขึ้นกว่านี้

โดยธรรม ที่ทำให้ผมมีปัญหาทางด้านความคิดก็เช่น
   พระท่าน สอนว่า ให้ทำจิตเราให้คิดแต่กุศล แม้แต่ตอนที่เขากำลังตัดขาเราก็ตาม > เราก็ไม่ควรคิดโกรธเขาหรืออยากจะแก้เขา เพราะมันจะทำให้จิตเราคิดเรื่องไม่ดี และถ้าหากเราตายไปขณะที่จิตคิดไม่ดีหรืออกุศล เราก็จะไปเกิดในภพชาติที่ไม่ดีเช่นกัน  พระท่านเลยแนะนำให้คิดดีเข้าไว้ คือปล่อยวาง ไม่โกรธเขาแม้ว่าเขาจะกำลังตัดขาเราก็ตาม
   และอีกหลายๆธรรม ซึ่งผมตีความสรุปเอาเองว่า มันก็คือการปล่อยวาง 

   การที่ผมเห็นว่า บ้านเมืองควรจะดีขึ้นกว่านี้ + คนที่มีอำนาจในบ้านเมืองควรจะเป็นคนดีกว่านี้ + มีความสามารถมากกว่านี้  ผมเลยอยากแสดงออกอะไรบ้างอย่างบ้างในสิทธิที่ประชาชนคนหนึ่งมี อยากมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงบ้าง ไม่ใช่ว่าคอยแต่นิ่งเงียบแล้วรอดูผล แต่ก็ยึดติดกับคำสอนข้างต้น คือปล่อยวาง เพราะผมก็เชื่อว่าการเดินตามธรรมมะของพระองค์ท่านก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน

   การคิดดังกล่าวของผม มันเลยทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า ในสถานการณ์บ้างเมืองเช่นนี้ การที่ผม "ปล่อยวาง" มันก็คือ "การเห็นแก่ตัว" ในรูปแบบหนึ่ง เมื่อผมคิดว่าเป็นการเห็นแก่ตัวแล้ว ยิ่งทำให้ผมทุกข์ใจ

  จึงอยากให้ผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในธรรมมะของพระองค์ท่านช่วยชี้ทางผมหน่อยครับ ผมอยากมีความสุขไม่ต้องมาคิดทุกข์ใจเช่นนี้

 ปล.ผมอธิบายเรื่องความนึกคิดของผมให้เป็นตัวอย่างชัดเจนไม่ได้ เพราะมันจะเกี่ยวกับการเมืองและอาจเป็นการหมิ่นประมาทผู้อื่นได้ หวังว่าทุกท่านพอจะเข้าใจถึงความทุกข์และความต้องการปรับเปลี่ยนความคิดของผมนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่