คุณไม่ให้ลูกเราไปงานศพพ่อเพราะคุณกลัวลูกคุณเสียใจ แต่คุณไม่คิดถึงใจเราเลย และคุณก็ไม่คิดถึง"พ่อของลูกคุณเลย"

ขออนุญาตจัดย่อหน้าใหม่นะคะ เพื่อเพื่อนที่ผ่านมาอ่านจะอ่านได้ง่ายขึ้นค่ะ

เราอยู่ด้วยกันมาแปดปี มีลูกด้วยกัน1คนอายุ6ขวบ ก่อนหน้านั้นแฟนเคยแต่งงานมีลูกสองคนเข้ามหาลัยทั้งคู่ แต่แฟนเขาแยกกันอยู่กะภรรยา3ปีก่อนหน้าที่จะมาคบกัน แต่อยู่ด้วยกันเขาก็ไม่เปิดตัว ไม่อยากให้ใครรู้บางครั้งขจก.น้อยใจก็มีพูดบ่นถามไปว่า มีใครรู้ไหมว่าพี่มีลูกอีกคน เขาก็ให้เหตุผลว่าเขาอายุเยอะแล้วมีวุฒิภาวะแล้วแล้วเขาก็เกรงใจอาม่าที่มีอายุเยอะแล้ว(แฟนทำธุระกิจเกี่ยวกับรถเช่าธุรกิจครอบครัวค่ะ) เป็นเพราะว่าเราอยู่ด้วยกันตลอด นอนด้วยกันกินด้วยกันตื่นเช้าไปส่งลูกที่รร.แล้วก็ไปทำงานตอนเย็นกลับ อาจมีบางครั้งมีธุระกลับไปนอนบ้านคืนสองคืนไม่เกินนี้ วันสุดท้ายที่คุยกันเขาไป ส่งลูกเหมือนเคย วันนั้นเขาอุ้มลูกมาใส่เสื้อผ้าทำให้ลูกหมดทั้งที่ลูกก็ทำเองได้ แล้วเขาก็ผูกเชือกรองเท้าให้ลูกแบบเป็นลายผูกยากๆ เราเลยพูดว่าอย่าผูกแบบนั้นถ้าพี่ไม่อยู่แล้วใครจะผูกให้เราผูกไม่เป็น ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำให้ลูกเป็นครั้งสุดท้าย

ตอนเย็นมีเบอร์เขาโทรมา ตอนเรารับแล้วงงๆว่าเสียงใครแล้วก็ดูแบบเสียงดังชุลมุน แล้วเขาก็บอกว่าตอนนี้เจ้าของเครื่องนี้ประสบอุบัติเหตุบนทางด่วน อาการก็หนักอยู่ กำลังช่วยเหลือแล้วกู้ภัยก็บอกให้เรามาที่เกิดเหตุแต่เราบอกไปไม่ไหว เดินไม่ได้พูดยังไงม่ได้เลยมันตะกุกตะกักพูดไม่ออก เขาเลยบอกให้ติดต่อญาติ เราแบบทรุดเลยขาไม่มีแรงเลยร้องเรียกลูกแล้วกอดลูก ลูกถามก็โกหกบอกเจ็บท้องไป เราก็เลยโทรหาภรรยาเขาเพราะภรรยาเขารู้เรื่องเราอยู่ แต่แค่ไม่รู้ว่าเป็นใคร อยู่ไหน ชื่ออะไร โทรไปเขาก็กำลังจะไปที่เกิดเหตุพอดี เราก็เลยบอกว่า ถ้ามีอะไรยังไงช่วยส่งข่าวด้วยนะคะ สักพักเขาก็โทรมาบอกว่าพี่เขาเสียแล้ว เราพูดไม่ออกเลยพูดไม่ได้เลยพูดได้แค่เป็นคำๆพูดต่อเป็นประโยคไม่ได้ ก็เลยบอกให้ลูกโทรหายายพอยายรับก็ร้องเลย ยายบอกได้ยินเสียงร้องแล้วเดาออกเลย แล้วยายก็รีบมาหา พอแม่มาก็ร้องออกร้องไห้ ลูกก็คงได้ยินที่คุยก็มีมาถามว่า ป๊าขับรถชนอยู่ร.พ.หรือก็ได้แต่เออออตามเขาไป

ทีนี้เริ่มแบบคิดละแล้วจะยังไงโทรไปหาภรรยาเขา(ขอเรียกแทนว่า"คุณ"นะคะ)คุณก็คงวุ่นๆอยู่ไม่รับโทร เราก็ได้แต่ติดตาม ข่าวทางเพจกู้ภัย สรุปพี่เขาขับรถชนสิบล้อจอดเสียบนทางด่วน เสียในที่เกิดเหตุ พอดึกๆคุณเขาก็รับโทรบอกว่าตอนนี้ศพอยู่รพ.พรุ่งนี้ถึงไปวัด คืนนั้นเราก็ได้แต่ร้องไห้นอนไม่หลับเช็คดูเฟสของคนในครอบครัวเขาแต่ก็ไม่มีใครอัปเดทเรื่องนี้เลย

จนถึงเช้า พอตอนสายก็เริ่มมีแล้วในไอแพดพี่เขาจะมีไลน์กลุ่มแฟมมิลี กลุ่มพนักงานในบริษัท เขาก็เริ่มมีกำหนดการมาแล้ว เราก็เลยไลน์ไปหาคุณ ถามว่าเราไปวัดได้ใช่ไหม เราไปหาพี่เขาได้ใช่ไหม เขาก็ไม่ตอบเลยอ่านแล้วไม่ตอบ เราเลยบอกว่าเรารู้สถานการณ์ทุกอย่างพี่เขาเล่าให้ฟังหมด (ประมาณคนทั่วไปว่าลูกน้องที่บริษัพวกญาติไปจะรู้ว่าคุณเขาเป็นภรรยาเป็นแม่ของลูกพี่เขา แต่ลึกๆแล้วเราคิดว่าทุกคนรู้ว่าพี่เขามาอยู่กับเราเพราะเคยแบบเจอกันบังเอิญกับลูกน้องพี่เขาบ่อยอยู่ )แล้วเขาก็บอกวัด เวลาสวด เราก็ถามแล้วให้เราทำตัวยังไงเวลาไปงาน คุณเขาบอกว่า เรื่องนี้อาม่ายังไม่รู้ คุณยังไม่กล้าบอกเพราะอาม่าไม่ชอบเรื่องทำนองนี้ แต่เดี๋ยวเสร็จงานบอกอาม่าให้ ถ้าจะไปงานก็ทำตัวธรรมดาอย่าแสดงตัวมาก อย่าคุยกับคนเยอะ อย่าเสียใจร้องไห้ฟูมฟายเกินผิดสังเกตุ เราเลยถามแล้วลูกเราล่ะ คุณบอกถ้าเด็กห้ามไม่ได้ก็ไม่ต้องเอามา เดี๋ยวจะร้องไห้เสียงดัง คุณเขาให้เหตุผลอีกว่า "เรากลัวลูกเราเสียใจ"

อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ แต่พูดออกมาไม่ได้สักคำ แล้วลูกเราล่ะ แต่เราก็ต้องทำตามนั้นเพราะคุณเขาบอกจะช่วยเหลือ เราไปงานกะน้องชายคืนนั้นไม่รู้จักใครเลยเขาก็มองแบบแปลกหน้า ไปแล้วก็ต้องรีบกลับได้แต่นั่งร้องไห้แล้วระบายกับรูปพี่เขา จนวันเผาเราก็ไปกะแม่สองคนส่งพี่เขาวางดอกไม้จันทน์ได้แค่สัมผัสโลงไม่มีโอกาสเห็นหรือลาใกล้ๆเลย เราก็เก็บของรีบย้ายออกจากคอนโดเพราะคงอยู่ไม่ไหว ไม่ได้ก็เลยถามเรื่องที่คุณจะช่วยเหลือ ตอนแรกคุณบอกมี5000 ให้ได้แค่นี้เราเลยบอกแล้วลูกเราล่ะ คุณยังมาถามว่าลูกใคร เราก็ตอบว่าลูกที่พี่เขาเป็นคนแจ้งเกิดแล้วก็ย้ายเข้าทะเบียนบ้านที่เขาเป็นเจ้าบ้านอยู่ คุณพูดต่อว่าเล่มทะเบียนอยูกับคุณนี่เอาไปตอนไหน เราตอบว่าไม่รู้แต่ลองไปเปิดดูเองแล้วกัน

คุณก็เลยบอกเดี๋ยวบอกอาม่าขอเวลาตอนนี้อาม่ายังเสียใจ หลังจากนั้น2-3วัน คุณก็โทรมาบอกจะให้เอาไปทำทุน50000แต่คงให้ได้แค่นี้ ตอนนั้นเราคิดว่าอาม่าคงรู้แล้วอาม่าคงบอกให้เอามาให้ แล้วคุณก็ขอให้เราลบไลน์ของพี่เขาที่อยู่ในไอแพด กลัวคนเขาสับสนคุณบอก เราย้ายลูกย้ายรร.มาอยู่กับแม่ ตอนนั้นคิดโทษแค่ว่ามันคงเป็นกรรมของเราเองแหล่ะทีเรื่องมันเป็นอย่างนี้ เริ่มคิดหาว่าต่อจากนี้จะทำอะไรต่อไปดี แต่คนรอบข้างก็พูดบอกว่าแล้วเด็กล่ะ ลูกเรามันไปทำกรรมอะไร ทำไมต้องมารับกรรมด้วยพึ่งเกิดจากที่แต่ก่อนมีป๊า มีอู่ มีรถทัวร์ เรียนรร.เอกชน ตอนนี้เรียนรร.ธรรมดา และก็ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง เขาบอกว่าแค่เสียชีวิตพรบ.ก็ได้แล้วห้าแสนแล้วก็ให้ทายาทด้วย( คุณก็ไม่ได้จดทะเบียนเหมือนกัน) คือแบบเราก็ไม่ได้รู้เยอะอะไร แม่ก็แก่แล้วเป็นคนบ้านๆ แต่พอเราเริ่มต้องรับผิดชอบจัดการชีวิตของพวกเราเองเริ่มคิดแล้ว ประกันชีวิตพี่เขาก็มีนี่ แล้วเราก็เลยส่งไลน์ไปขอคุณ บอกเหตุผลกับคุณ ลูกเราพึ่งอยู่ป.1 ขอเป็นทุนอีกสักก้อนไว้ให้ลูกได้ไหม

คุณบอก คุณไม่มีตอนนี้ก็ลำบากมากเหนื่อยมาก ลูกๆคุณก็ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย (พี่เขาพึ่งแยกออกมาเปิดบริษัทใหม่เป็นชื่อเขาเองกับลูกสาวได้4-5เดือนก่อนจะเสีย) คุณบอกคุณต้องทำงานแทนพี่เขาทุกอย่างเหนื่อยมาก แล้วค่าไฟที่คอนโดพันกว่าบาทคุณก็ต้องมาเสียอีกทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ พูดมาล่ะเจ็บใจไม่น่าบอกให้มาเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ของพี่เขาเลย คือข้อมูลอะไรพี่เขาเก็บไว้ห้องหมด คือตอนแรกคุณเขาบอกว่านี่แหล่ะที่ต้องการมากที่สุดข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า เราก็คิดว่าเราเอาไปคงไม่มีประโยชน์ก็เลยบอกคุณ เราก็พยายามอ้อนวอนขอ บอกพี่เขามีประกันนี่ คุณก็พูดได้ไม่เยอะเอาไปตัดดอกธนาคาร บอกไม่มีให้ เราก็เลยถามแล้วคุณบอกอาม่าให้ยัง

อาม่าเขาไม่รับรู้หรอกเขารับรู้แค่ลูกเขาสองคน อาม่าสายบุญก็จริงแต่เขาไม่ชอบเรื่องแบบนี้ พอเรามาทบทวนดูเขาคงคิดไว้ก่อนแล้วเรื่องที่ไม่ให้ออกตัวในงาน คือดึงให้เวลามันผ่านไปนานไปให้คนลืมไม่สนใจ

เราลองถามเพจทนายปรึกษากฏหมาย ก็บอกว่าลูกเราก็เป็นทายาทเหมือนกันมีสิทธิ์เหมือนกันกับลูกเขา แต่เขาไม่ให้เราก็เลยส่งเรื่องร้องทุกข์ไปที่"ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์1111"เพราะถ้าจ้างทนายคงไม่มีเงิน หรือว่าเราควรทำอย่างไรดี คือจริงๆแล้วก็ไม่อยากมีเรื่องความ แม่คนแก่ตจว.ก็กลัวมากเรื่องแบบนี้ ช่วยแนะนำทีค่ะ เขียนผิดใช้คำผิดขออภัยด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่อ่านจนจบ ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่