+++อัพเดทชีวิตในกระท่อมเก่าๆยุคกลาง ปี2020+++(Ep.2)

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน และขอต้อนรับเข้าสู่กระทู้ที่สองของผม ที่ต่อจาก กระทู้ เมื่อผมตัดสินใจสร้างกระท่อมเก่าๆแบบยุคกลาง >> https://pantip.com/topic/38885565   นั่นเองครับ หลังจากที่เขียนเรื่องราวประสบการณ์การสร้างบ้านหลังน้อยๆสไตล์ยุคกลางในประเทศไทย และได้กำลังใจจากเพื่อนๆพันทิปมากมายจึงทำให้ได้รู้ว่ามีหลายคนชื่นชอบบ้านสไตล์เดียวกัน และต้องขอขอบคุณทางพันทิปเป็นอย่างมากที่ให้เกียรติกระทู้ของผมเป็น 1 ใน 10 กระทู้ยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 ด้วยนะครับ และหลังจากสร้างบ้านเสร็จ 9 มีนาคม 2562 จนวันนี้ก็ได้อยู่บ้านหลังนี้มาประมาณ 1 ปีครึ่งเเล้วครับ วันนี้เลยอยากจะมาแชร์เรื่องราวต่อจากนั้นและบ้านในปัจจุบันที่มีต้นไม้เเล้วให้เพื่อนๆชมกันนะครับ

          ก่อนจะเล่าถึงปัญหาที่พบและประสบการณ์ ผมขอแก้ไขข้อมูลทางประวัติศาสตร์สถาปัตย์นิดหน่อยนะครับ คือหลังจากที่ตั้งกระทู้แรกไปเมื่อปีที่เเล้ว ตอนนั้นก็เข้าใจมาตลอดว่าศิลปะยุคกลางเรียกว่า Tudor อย่างเดียว จนอยู่บ้านมาเป็นปีและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม จนทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วบ้านที่ผมเอาให้น้องสถาปนิกดูเป็นต้นแบบตอนให้โจทย์ มันคือสไตล์ Jacobean ครับ ตั้งชื่อตามรัชสมัยของพระเจ้า  James ที่ 1 (1603-1625) นับเป็นยุคกลางปลายๆแล้ว จาคอเบียนก็ถือเป็นศิลปะย่อยของ Renaissance ซึ่งถัดจากยุค Elizabethan แล้วด้วยครับ ถ้าลองกูเกิ้ลว่า Jacobean house จะเจอบ้านเเนวนี้เยอะเเยะเลยครับ แต่บ้านผมอาจจะเป็นสไตล์มินิจาคอเบียนนะครับ ถ้าจะให้ย้อนกลับไปยุคกลางจริงๆบ้านน่าจะต้องสร้างด้วยหิน และกำแพงแบบปราสาทรอบด้านเลยครับ เพราะสมัยนั้นเน้นเป็นป้อมปราการแทนที่จะเน้นสวยงาม ^^ 

ต่อไปจะเป็นการเล่าปัญหาที่พบและประสบการณ์ ไว้แนะนำสำหรับคนที่อยากสร้างบ้านทรงประมาณนี้นะครับ
1. ฝนสาดไหม?
เอาจริงๆตลอดช่วงเวลาที่อยู่มาก็มีปัญหาบ้างเล็กๆน้อยครับสำหรับบ้านทรงนี้ แต่เป็นปัญหาที่แก้ได้ ไม่หนักหนาอะไร อาทิเช่น ช่วงแรกๆเลยพอเข้าหน้าฝนปีที่เเล้ว วันที่มีพายุหนัก ฝนสาดเข้าหน้าต่างด้านหน้าและด้านข้างพอเจอหน้าต่างบานสไลด์ เจอน้ำไหลย้อนเข้า และซึมตรงขอบวงกบหน้าต่าง สุดท้ายเลยต้องแก้ด้วยการตัดสินใจติดตั้งกันสาดบนหน้าต่างด้านข้าง ส่วนด้านหน้าไม่อยากติดจริงเพราะกลัวเสียเอกลักษณ์ของบ้าน เลยให้ช่างหน้าต่างเอาซิลิโคนยาแนวมายาแนวหน้าต่างมุขหน้าให้ใหม่แบบให้ทั่วเลย(ผมบอกช่างว่าน้ำเข้าจุดไหนบ้าง) สุดท้ายก็สำเร็จครับ ตั้งแต่ฝนที่เเล้วและฝนปีนี้น้ำก็ไม่เข้าแล้วครับ

2. อิฐโชว์หน้าบ้านบางก้อนกระเทาะออกเวลาโดนฝน 
ปัญหานี้ค่อนข้างงง และยังหาสาเหตุไม่ได้ครับ เพราะตอนเลือกอิฐก็เลือกแบบที่เป็นอิฐโบราณทำมือเเล้ว แถมทากันซึมด้วย ตอนนี้ผ่านมาปีครึ่งอิฐกระเทาะไปหลายก้อนอยู่ครับ ไม่รู้ว่ามันจะลามกระเทาะทั้งหมดไหม แต่กะทิ้งไว้ให้จมมั่นใจว่าจะหยุดกระเทาะก่อนเเล้วค่อนซ่อมทีเดียวครับ อันนี้ใครมีประสบการณ์ ยังไงช่วยแนะนำหรืวิธีแก้ปัญหาได้จะขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ

3. ผนังด้านนอกแตกลายงา 
อันนี้ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไรครับ จะเกี่ยวกับการที่ผนังนอกบ้านโดนแดดและฝนเต็มๆหรือเปล่าครับ (เพราะหลังคาไม่มีชายคา) ส่วนผนังด้านในโอเครดีครับ ไม่เป็นอะไรเลย ใครพอทราบไหมครับว่าผนังด้านนอกที่แตกลายงานานๆไปจะมีปัญหาอะไรไหมครับแบบนี้ นอกจากดูแล้วไม่สวยงาม ^^ 

4.  บ้านร้อนไหม?
ข้อนี้ไม่ถือเป็นปัญหานะครับ เพราะจะบอกว่าบ้านไม่ร้อนมากเท่าไหร่ครับ ตอนแรกคิดว่าจะร้อนกว่านี้ เพราะไปบ้านเพื่อนที่เป็นทรงโมเดิร์นหลังคา lean to ปรากฏว่าร้อนกว่าบ้านผมเยอะเลยครับ แต่ก็สันนิฐานส่วนตัวคิดว่าในห้องใหญ่ฝั่งซ้ายมือจะเป็นบ้านยายและส่วนของโรงรถที่ช่วยบังแดดในช่วงเช้าได้ พอแดดเที่ยงก็ส่องมาที่หลังคา แต่พอตกบ่ายแดดจะไปตกทางฝั่งขวามือของบ้าน ก็คือฝั่งห้องครัวนั่นเอง ก็เลยทำให้ห้องใหญ่ไม่ร้อนมาก ครับ ช่วงเมษาร้อนสุด แต่อากาศในห้องก็พออยู่ได้ถึงบ่าย(โมงสำหรับผม) จึงถึงเปิดแอร์ครับ ฉะนั้นโดยรวมถือว่าไม่มีปัญหากับเรื่องนี้เลยครับ

5. ค่าไฟแพงไหม?
อันนี้สืบเนื่องมาจากข้อ4. นะครับ เพราะอากาศไม่ร้อนมาก ก็เลยไม่ค่อยเปิดแอร์มากเท่าไหร่ ถ้าช่วงหน้าร้อน เสาร์-อาทิตย์ ก็จะเปิดแอร์ตั้งแต่บ่ายลากยาวไปจนถึงเช้า แอร์ขนาด 18,000 BTU และบวกกับผมเป็นคนไม่ค่อยขี้ร้อนเท่าไหร่ด้วยเลยเปิดแอร์ 27-28 แล้วแต่วันครับ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักๆอย่างอื่นก็เช่น ตู้เย็น ไฟสว่างในบ้าน โคมไฟ โน๊ตบุ๊ค พัดลม1ตัว เครื่องซักผ้า บิลค่าไฟช่วงเมษาอยู่ที่ 8-900 ส่วนช่วงเดือนที่อากาศหนาวสุดก็ตกที่ 4-500 บาทครับ

6. อยากแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงส่วนไหนของบ้านไหม?
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ใส่หน้าต่างสไลด์ครับ เพราะจิ้งจกเข้ามาได้ ทุกวันนี้เสียใจมาก ขี้เต็มเลย ถ้าย้อนเวลาได้หรือถ้าแนะนำจะเเนะนำเพื่อนๆให้ใช้หน้าต่างแบบกระทุ้ง หรือเปิดปิดแบบพับจะดีกว่าครับ แนบสนิท 100% ครับ 
ปัญหาที่เจอก็มีเท่านี้แหล่ะครับ

ต่อไปจะเป็นรูปอัพเดท และจะขออธิบายเพิ่มใต้รูปนะครับ มาชมกันนะครับ

ขอเปิดด้วยรูปนี้นะครับ หลังจากที่ปลูกต้นชาฮกเกี้ยนเป็นรั้วบ้านมาหนึ่งปีกว่า จนตอนนี้รั้วสูงประมาณ 170 เซนเเล้วครับ เป็นที่น่าพอใจมาก แต่จะแนะนำสำหรับคนที่อยากปลูกชาฮกเกี้ยนว่าต้นนี้สวยเวลาตัดใหม่ๆ แต่โตเร็วมากครับ ต้องขยันตัด ถ้าปล่อยให้ยาวเเล้วจะตัดยาก แต่ข้อดีอีกอย่างคือดูแลง่ายมากครับไม่ต้องรดน้ำบ่อยมากก็ได้ 


รูปนี้สังเกตดีๆจะเห็นอิฐที่กระเทาะที่ว่านะครับ 




หน้าบ้านปลูกต้นสนฉัตรกับสนมังกร ส่วนที่เห็นซ้ายมือในรั้ว(ขวามือของบ้าน) ก็คือต้นหลิวลู่ลมนะครับ อันนี้โตเร็วมากๆๆครับ ไม่รู้ที่อื่นเป็นเหมือนกันไหม แต่สวยดีครับพริ้วๆ


อันนี้เป็นภายในรั้วบ้านนะครับ ต้นหลิวลู่ลมโตเร็วมาก ส่วนบนผนังรั้วบ้านฝั่งขวาก็ปลูกตีนตุ๊กแกตามคำแนะนำของเพื่อนๆนะครับ ดูสดชื่นขึ้นเยอะเลยครับ พื้นรอบๆบ้านผมไม่ค่อยได้ปลูกต้นไม้เยอะนะครับ เพราะจัดสวนไม่ค่อยเก่งและไม่ค่อยมีเวลาด้วยครับ และก็ไม่อยากให้รกมากด้วยเพราะกลัวงูเข้าบ้านครับ 555+ เลยเทหินรอบบ้านโดยใช้ผ้าใบหนาๆมาปูไว้ก่อนกันหญ้าขึ้นเเทรกครับ ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีหญ้าขึ้น โล่งๆสวยงามดีครับ


มุมนี้นี้ปลูกกุหลาบเลื้อยนะครับ จริงๆปลูกทั้งสองเสา แต่ไม่รู้ทำไมอีกเสาไม่ยอมเลื้อยขึ้นเลย เสานี้ตอนนี้จะติดเพดานเเล้วครับ แฮ่ๆ


อีกมุมครับ 


ถ่ายจากดาดฟ้าครับ ตอนเเรกพื้นดาดฟ้าเป็นปูนขัดมัน แต่มีคนแนะนำมาว่าให้ทาสีกันซึมดีกว่ากันน้ำซึมในอนาคต ก็เลยทากันซึมสีฟ้าครับ ดีครับมองจากกูเกิ้ลเอิร์ธเห็นเด่นชัดเลยครับ

ต่อไปเป็นด้านในนะครับ 
ห้องนี้จัดห้องใหม่สองสามครั้งกว่าจะลงตัว ถ้าตามรูปเดิมในกระทู้แรกตอนนั้นจัดมุมนั่งเล่นไว้ตรงมุขหน้าต่างข้างหน้า โดยหันหลังออกข้างนอก แต่เจอช่วงหน้าร้อนไม่ไหว เพราะแดดส่องหลังร้อนมากแทบไหม้ครับ เลยต้องจัดใหม่เอาโซฟามาไว้ติดปลายเตียงแทน และก็อยู่หน้าเตาผิงพอดี หน้าร้อนเปิดแอร์ก็เย็น หน้าหนาวเปิดเตาผิงก็อุ่นดีครับ ปีที่เเล้วได้ใช้เตาผิงประมาณเกือบสองสับดาห์ เพราะอากาศหนาวอยู่ครับ ประมาณ 12-13 องศา ส่วนมุขหน้าก็เลยใช้เป็นมุมโชว์เก้าอี้ทิวดอร์แทนครับ เหมาะเลย ผมว่าห้องดูโล่งขึ้นด้วย 

อีกรูปครับ ตอนเเรกโคมระย้าผมว่าสูงไปหน่อย เลยได้ปรับให้ต่ำลงมาอีก รู้สึกดูสวยกว่าเดิม (คิดไปเอง55)


มุมหัวนอนครับ (โต๊ะรกไปหน่อย) ขอแนะนำสำหรับคนที่ชอบแต่งบ้านแนวอังกฤษแบบยุคกลาง ว่าสิ่งที่ควรมีนะครับก็ประมาณนี้นะครับ
1. เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักที่เป็นสีไม้เข้มๆ ยิ่งถ้าได้ทรงตามยุคนั้นจริงๆหรือใกล้เคียงจะยิ่งดีเลยครับ อย่างเตียงในรูปเรียกว่า Half tester bed คือเตียงที่มีหลังคาคลุมแค่ช่วงบนหัว อารมณ์จะแบบยุคกลางผสมโกธิค (ถ้า Full tester จะเป็นเเบบสี่เสามีหลังคาเต็มเตียงครับ)
2. เฟอร์นิเจอร์ที่บุพรมทอลายแบบเก้าอี้ข้างเตียง หรือพรมทอลาย(Tapestry) ที่นำมาแขวนผนัง(รูปก่อนข้างบนตรงขวามือ) นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ในยุโรปอากาศหนาวพรมแขวนก็ยังช่วยในการเก็บความอบอุ่นไว้ในห้องด้วยครับ ใครเป็นแฟนคลับภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์น่าจะคุ้นกับพรมทอลายนี้ดีครับ อิอิ
3. ของตกแต่งที่เป็นทองเหลือง เช่นโคมไฟ จานโชว์แกะสลัก เชิงเทียน  ภาชนะ
4. เก้าอี้อาร์มเเชร์แบบหลุยส์ ที่ 13 หรือเก่ากว่านั้นนะครับ เพราะจะแตกต่างจากหลุยส์แบบสมัยใหม่สีทองอร่ามที่เราเห็นตามร้านเฟอร์นิเจอร์ ถ้าแบบนั้นจะเป็นหลุยส์ที่ประยุกต์มาจากเก้าอี้หลุยส์ที่ 16 ครับ  ถ้าอยากเห็นความแตกต่างชัดๆ ลองกูเกิ้ลดูนะครับระหว่างคำว่า Louis XIII Chair กับหาภาษาไทยคำว่า เก้าอี้หลุยส์ ครับ
5. เขาสัตว์ พรมหนังสัตว์ต่าง 
6. สร้างบรรยากาศยุคกลางให้สมจริงโดยการหาภาพวาดสีน้ำมันมาแขวนผนังครับ  วิธีนี้ไม่ยากครับ ถ้าหาของจริงไม่ได้ เราหาไฟล์ใหญ่ๆจากกูเกิ้ลได้ครับ ลองเซิร์ชว่า Tudor royal portrait หาไฟล์สวยๆใหญ่ๆ แล้วปริ้นลงผ้าใบแคนวาส แล้วเอาไปใส่กรอบได้เลยครับ 

หวังว่าข้อมูลในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่ชื่นชอบหลงไหลในศิลปะยุคเดียวกันไม่มากก็น้อยนะครับ ยังไงถ้ามีอะไรที่ผิดพลาดต้องขออภัยมาด้วยนะครับ หรือพื่อนๆคนไหนอยากแนะนำแบ่งปันข้อมูลร่วมกันก็จะยินดีมากนะครับบ  ^^

 
**แถมนะครับ ใกล้เทศกาลคริสต์มาสเเล้ว ดูแลสุขภาพและใช้ชีวิตกันอย่างระมัดระวัง และมีความสุขมากๆนะครับ**
  ปล. อันนี้เป็นภาพที่ถ่ายตั้งเเต่ธันวาที่เเล้วนะครับ

^^
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่