การกลับมา - เรื่องสั้นจากนายไม่มีชื่อ

การกลับมา

เราควรต้องดีใจใช่ไหม หากคนที่ไม่อยากให้จากไป กลับมาเจอกันอีกครั้ง มนุษย์ทุกคนควรรู้สึกแบบนั้น ใช่...มันควรเป็นแบบนั้น แต่...ทำไมสถานการณ์ของฉันกลับรู้สึกเหมือนมัน...ค่อนข้างจะต่างออกไป
 
“คุณไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ...คุณปั่น” คำคาดคั้น...หรือคำต่อว่า ไม่รู้มันว่าควรเป็นสิ่งไหนมากกว่ากัน แต่มันคือถ้อยคำแรกที่ดีที่สุดที่ฉันนึกออก ไม่สิ...มันออกมาโดยไม่ได้ใช้สมองคิดด้วยซ้ำ เมื่อหนึ่งในคนที่ฉันพูดถึงเมื่อครู่ มานั่งอยู่ตรงหน้า ในร้านอาหารที่เราเคยมาด้วยกัน ก่อนที่เขาจะจากไปเมื่อหกเดือนก่อน
 
จากแววตาสั่นไหวที่ฉันจ้องอยู่ตลอดเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นวิงวอน พร้อมคำพูดที่มากับน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ผมตัดสินใจอยู่นาน กว่าจะกล้ามาเจอคุณนะกิ่ง มันมีหลายอย่างที่ผมอยากให้คุณเข้าใจ”
 
“เข้าใจ...ใช่สิ ฉันต้องเข้าใจว่าคุณทำให้ลูกตาย เป็นเรื่องที่รับได้อย่างนั้นใช่ไหม และฉันต้องยินดีที่คุณไม่ได้ตายไปด้วยใช่ไหม ถึงจะเรียกว่าเข้าใจ มีอะไรอีกไหมที่ฉันต้องเข้าใจ”
 
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย “มันเป็นอุบัติเหตุนะกิ่ง น้องปอนด์อายุยี่สิบ เขาเป็นวัยรุ่นกำลังใจร้อน มันเป็นธรรมชาติของเด็กวัยนี้”
 
ไม่รู้ว่าเพราะใบหน้าที่ฉันคิดถึงแทบใจจะขาด ซึ่งเห็นอยู่ตรงนี้ หรือเพราะคำพูดที่ฉันไม่อยากยอมรับ ว่ามันเป็นเหตุผลของการจากไปของลูกชายกันแน่ ที่ทำให้น้ำตาของฉันพรั่งพรูออกมา
 
“คุณปั่นคุณมันคนเห็นแก่ตัว”
 
สีหน้าเขาสลดลงอีกครั้ง พร้อมกับน้ำเสียงที่คล้อยตามกัน “ผมไม่ได้เป็นคนทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ทีมวิจัยของผมเป็นคนทำ ถ้าตอนนั้นผมไม่ได้ประสบอุบัติเหตุไปพร้อมกับลูก ผมก็คงช่วยลูกจนสุดความสามารถ”
 
“ใช่สิ...ทีมวิจัยคุณเป็นคนซื้อรถให้ลูก และชวนลูกไปลองรถจนเกิดอุบัติเหตุสินะ” ภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยนับสิบกำลังพยายามใช้รถเครนกู้ซากรถสปอร์ตป้ายแดง ขึ้นมาจากหนองน้ำตรงโค้งถนนหลวง ยังคงชัดเจนติดตาฉัน เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
 
“กิ่ง...ผมเองก็หมดสติอยู่กับลูก ในซากรถนั่นเหมือนกัน ผมทำอะไรไม่ได้”
 
“แล้วตอนนี้ล่ะ คุณทำอะไรได้บ้าง นอกจากมานั่งแก้ตัวพร้อมกับ...พร้อมกับใบหน้าที่ฉันไม่อยากจะมอง” น้ำตาฉันพรั่งพรูยิ่งกว่าเดิม แต่มันไม่มากพอที่จะกลบภาพคนตรงหน้าฉันได้ 
 
“ผม...ขอโทษกิ่ง งานวิจัยของผม...มันช่วยได้แค่ตัวผม” แววตารู้สึกผิดนั้น ทำไมยิ่งมอง มันยิ่งทำให้ปวดใจ
 
“ผมและทีมงานทำวิจัยเกี่ยวกับสมอง เราเก็บความทรงจำและคลื่นสมองด้วยการฝังไมโครชิปไว้ในหัว เราฝังไว้เฉพาะในทีมงานที่ทำงานวิจัยด้วยกันเท่านั้น ผมเสียใจ...ที่ไม่ได้ฝังไมโครชิปนี้ให้คนอื่น นั่นก็รวมถึงลูกของเราด้วย ขอเพียงสามารถกระตุ้นสมองให้กลับมาทำงาน พวกเราก็สามารถใส่ความทรงจำต่างๆ เข้าไปใหม่ได้ แต่...เราไม่มีความทรงจำของลูก ผม...ผมเสียใจจริงๆ กิ่ง”
 
คำอธิบาย...นั่นคือคำอธิบาย ว่าทำไมสองพ่อลูกประสบอุบัติเหตุจมน้ำสมองตายทั้งคู่ แต่รอดมาได้แค่คนเดียว แต่ยิ่งมองหน้าคนพูดเท่าไหร่ ฉันยิ่งไม่อยากยอมรับเหตุผลที่เอ่ยอ้างมาเป็นทวีคูณ
 
หรือบางที...ถ้าฉันไม่เจอเอกสารชุดนี้ ฉันอาจจะเชื่อเขาก็ได้ “แล้วคุณจะอธิบายนี่ว่ายังไง” ฉันยื่นมันให้กับเขา
 
หลังจากคลี่ออกอ่าน สีหน้าหดหู่เมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นตกใจขึ้นมาวูบหนึ่ง แล้วกลายเป็นเคร่งขรึมแทน “คุณค้นโต๊ะทำงานผมเหรอกิ่ง”
 
“มันไม่สำคัญหรอก มันสำคัญตรงที่ คุณจะอธิบายเอกสารงดให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยของพวกคุณยังไง”
 
“คือ...พวกเรา กำลังหาวิธีแก้ปัญหากันอยู่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับลูกเราตายด้วย” ถ้าไม่มีความเศร้าจากการจากไปของลูกชาย ฉันคงหัวเราะใส่หน้าเขาดังๆ ไปแล้ว
 
“แล้วประกันชีวิตที่คุณทำไว้เยอะแยะนี่ล่ะ มันเกี่ยวข้องกันไหม” ฉันควักเอกสารวางใส่หน้าเขาอีกปึก
 
เขาอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง “แต่ผู้รับผลประโยชน์ทั้งหมด ถ้าผมตายไป คือน้องปอนด์ลูกชายเรานะกิ่ง”
 
“เหรอคะ...แล้วคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน คือคุณหรือน้องปอนด์ลูกชายเราล่ะคะคุณปั่น” พูดจบน้ำตาก็ไหลนองหน้าฉันอีกครั้ง
 
“คือ...ลูกของ...”
 
“พอเถอะค่ะคุณปั่น เลิกโกหกสักทีเถอะนะคะ คุณมันเห็นแก่ตัว คนที่วางแผนฆ่าลูกตัวเอง เพื่อความสำเร็จของตัวเอง ไม่ควรเป็นพ่อใครหรอกค่ะ”
 
ฉันพยายามกลืนน้ำตาก่อนจะพูดต่อ “คุณกับทีมวิจัยชั่วๆ ของคุณถังแตก ไม่มีเงินทุนทำงานวิจัยต่อ คุณเลยวางแผนทำประกันให้ตัวเองเพื่อให้ได้เงินก้อนโต คุณกับทีมวิจัยร่วมมือกันทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้คุณละลูกสมองตาย จากนั้นทีมวิจัยก็ถ่ายความทรงจำของคุณใส่ลงไปในร่างของลูกที่สมองตาย เพราะลูกคือคนที่ได้รับเงินประกันทั้งหมดจากการตายของคุณ คุณไม่สมควรเรียกตัวเองว่าพ่อ ไม่สมควรเรียกตัวเองว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ คุณ...ฆ่าลูกของฉันลงคอได้ยังไง...”

ยิ่งมองเขาในร่างของลูกชายนานเท่าไหร่ ใจฉันยิ่งเหมือนกำลังขาดออกจากกันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย...มากขึ้น และมากขึ้น
 
*********
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่