บริษัทไหนที่ไม่ทำการ diversificarion เลยครับ?

กระทู้คำถาม
diversification หรือการกระจายความเสี่ยง คือการที่บริษัทหันไปทำธุรกิจอื่น โดยแบ่งเป็นสองประเทศคือ เกี่ยวและไม่เกี่ยว เกี่ยว เช่น pepsi ทำธุรกิจขนมขบเคี้ยว เป็นต้น ไม่เกี่ยว เช่น red bull ทำทีมฟุตบอล แบรนด์เสื้อผ้า เป็นต้น

แต่บางบริษัท เช่น coca cola กลับไม่ทำการกระจายความเสี่ยงเลย ทำแต่เครื่องดื่ม

นอกจาก coca cola มีบริษัทไกนอีกครับที่ไม่กระจายความเสี่ยง?

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
Diversification เป็นหนึ่งในวิธี How to Grow Your Business? ของ Ansoff ที่ทำออกมาเป็น Matrix ซึ่งทั้งหมดมี 4 วิธี (ไล่ลำดับจากเสี่ยงน้อย ไปเสี่ยงมาก)

1.Market Penetration (Low Risk) คือการขายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ของบริษัทให้มากขึ้นในตลาดที่มีอยู่ ในการเจาะและขยายฐานลูกค้าในตลาดเดิม บริษัทอาจลดราคา ปรับปรุงเครือข่ายการจัดจำหน่าย ลงทุนด้านการตลาดมากขึ้นและเพิ่มกำลังการผลิตที่มีอยู่ แบรนด์ต่าง ๆ เช่น Coca-Cola และ Heineken เป็นที่ทราบกันดีว่ามีการใช้จ่ายด้านการตลาดเป็นจำนวนมากเพื่อเจาะตลาด นอกจากนี้พวกเขาพยายามใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการทำข้อตกลงที่น่าสนใจกับผู้จัดจำหน่ายที่หลากหลาย เช่นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร บาร์และสนามฟุตบอล เป็นต้น

2.Product Development (Medium Risk) คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาและขายผลิตภัณฑ์ใหม่ไปยังตลาดที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่น บริษัทต่าง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าสำหรับการซื้อหรือพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ของบริษัท ตัวอย่างคลาสสิกของการพัฒนาผลิตภัณฑ์คือ Apple เปิดตัว iPhone ใหม่ทุกสองสามปี ตัวอย่างอื่น ๆ สามารถพบได้ในอุตสาหกรรมยา เช่น Pfizer, Merck และ Bayer กำลังลงทุนอย่างมากในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อหายาใหม่ ๆ ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เป็นระยะ ๆ

3.Market Development (Medium Risk) การพัฒนาตลาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ของบริษัทไปยังตลาดใหม่ ๆ กลยุทธ์นี้เกี่ยวกับการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่หรือขยายไปยังต่างประเทศโดยการกำหนดเป้าหมายพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใหม่ หากผลิตภัณฑ์ของบริษัท ทำได้ดีเป็นพิเศษในตลาดหนึ่ง ทำไมไม่ลองเข้าสู่ตลาดใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์เดียวกัน ตัวอย่างเช่น IKEA ในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมาได้ทำ เพื่อที่จะกลายเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก IKEA เริ่มต้นจากการขยายไปยังตลาดที่ค่อนข้างใกล้ชิดในแง่ของวัฒนธรรม เช่นเดียวกับประเทศบ้านเกิด (สวีเดน) ก่อนที่จะกำหนดเป้าหมายพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ท้าทายมากขึ้นเช่นจีนและตะวันออกกลาง กระบวนทัศน์แบบผสมผสาน (หรือที่เรียกว่า OLI Framework) เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการกำหนดวิธีเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

4.Diversification (High Risk) คือกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง (ตามที่จขกท.ยกตัวอย่าง) คือการเข้าสู่ตลาดใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอที่มีอยู่ของบริษัท ในทางกลับกันการกระจายความเสี่ยงสามารถแบ่งออกเป็นสามประเภทของกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง การกระจายความเสี่ยงจากศูนย์กลาง / แนวนอน (หรือการกระจายความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าสู่ตลาดใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ของบริษัท ในทางกลับกันการกระจายความเสี่ยงแบบรวมกลุ่ม (หรือการกระจายความเสี่ยงที่ไม่เกี่ยวข้อง) เป็นเรื่องของการเข้าสู่ตลาดใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอที่มีอยู่ของ บริษัทตัวอย่างที่ดีของกลุ่มบริษัท คือ Samsung ซึ่งดำเนินธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์และตู้เย็นไปจนถึงเคมีภัณฑ์ประกันภัยและเครือโรงแรม สุดท้าย การกระจายความเสี่ยงตามแนวตั้ง (หรือการรวมตามแนวตั้ง) หมายถึงการเคลื่อนไปข้างหลังหรือไปข้างหน้าในห่วงโซ่คุณค่าโดยการควบคุมกิจกรรมที่เคยจ้างบุคคลภายนอกเช่นซัพพลายเออร์ OEM หรือผู้จัดจำหน่าย

สรุปหนึ่งบริษัทไม่ได้จำเป็นต้องทำ Diversification เสมอไปครับ (วิธีนี้มีข้อดี แต่ก็มีข้อเสียด้วยเช่นเดียวกัน) เพราะต้องประเมิน "ความคุ้ม" ในการทำด้วยครับ "ถ้าได้ ไม่คุ้มเสีย" ก็ต้องเลือกวิธีที่เสี่ยงน้อยกว่า และในขณะเดียวกันบางบริษัท ก็อาจใช้หลาย ๆ วิธีผสม ๆ กันไป หรืออาจใช้ทุกวิธีการก็ได้ครับ ยกตัวอย่างบริษัทที่ใช้วิธีการตาม Matrix ของ Ansoff ได้ทั้งหมด 4 ข้อในยุคปัจจุบันที่เห็นกันได้ชัด ๆ ก็คือ Netflix บริษัทนี้เขาให้ทุกวิธีในการ Grow Business ครับ

อ้างอิง: Ansoff Matrix และ CGMA Materials
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เศรษฐกิจ SME
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่