JJNY : ไม่สนโดนไล่! ธนาธร ลุยอุดรฯ/สมชัยข้องใจปมวันเลือกตั้ง อบจ./21 ด่านรับม็อบ/โควิดโลกทะลุ38ล./ติดเชื้อใหม่ 2

ไม่สนโดนไล่! ธนาธร ลุยอุดรฯ คุยพี่น้องเกษตรกร ชี้ถ้าการเมืองดี แก้จนได้
https://www.khaosod.co.th/politics/news_5101987
 
ไม่สนโดนไล่! ธนาธร ลุยอุดรฯ คุยพี่น้องเกษตรกร ชี้ถ้าการเมืองดี แก้จนได้

วันที่ 12 ต.ค.2563 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องเกษตรกร พร้อมโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ความว่า เกษตรกรไทยทำไมยากจน? ฟังเสียงสะท้อนพ่อใหญ่แม่ใหญ่จากอุดรธานี 

เช้าวันนี้ผมอยู่ที่ตำบลหนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมกับ คุณฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ ว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี ในนามคณะก้าวหน้า เรามาฟังเสียงประชาชนที่รวมกลุ่มเป็น "กลุ่มเกษตกรปลูกผักปลอดภัย"

อุดรธานีเป็นจังหวัดที่ผลิตและขายพืชผลการเกษตรและผักปลอดภัยให้กับจังหวัดอื่น มีตลาดกลางผักผลไม้คือตลาดเมืองทองเจริญศรี เป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน
 
กลุ่มเกษตรกรแรกเริ่มมีประมาณ 20 ครัวเรือน รวมกลุ่มกันปลูกผักปลอดภัยมาได้ประมาณ 2 ปีกว่า พวกเขาร่วมกันทำการตลาดเพื่อเพิ่มการต่อรอง โดยมีช่องทางการขายสองช่องทาง ได้แก่ ทางแรกขายที่ตลาดขายส่ง กับอีกทางคือขายตรงกับบริษัทอาหาร
 
ช่องทางแรกเป็นช่องทางหลัก ผลผลิตส่วนใหญ่ถูกนำไปขายส่งที่ตลาดเมืองทองเจริญศรีในราคาตลาด ขณะที่ช่องทางที่สองขายกิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งหักค่าแรงแล้ว เกษตกรได้รับ 14 บาทต่อกิโลกรัม
 
หนึ่งไร่ผลิตผักได้ประมาณ 1 ตันครึ่งต่อรอบ รอบหนึ่งใช้เวลา 45 วัน การลงทุนขุดแปลงผักและระบบน้ำใช้เงินประมาณ 20,000 บาทต่อไร่

คุณฐานวัฒน์ ผู้สมัครนายก อบจ. ของคณะก้าวหน้า มีพื้นฐานมาจากด้านการเกษตร เคยรับราชการเป็นเกษตรจังหวัด ต้องการเห็นคนไทยบริโภคพืชผักที่ปลอดสารพิษเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้น เขาเห็นถึงโอกาสและข้อจำกัดของรูปแบบการรวมตัวดังกล่าว
 
ผักปลอดสารพิษเป็นโอกาสที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้ การเอาใจใส่สุขภาพเป็นแนวโน้มของผู้บริโภคทั่วโลก ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพและปลอดสารพิษมีแต่จะเติบโตมากขึ้น ส่วนเกษตรกรเองก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพิษของสารเคมีที่ใช้ต่อร่างกายตนเอง เมื่อใช้สารเคมีน้อยลง การปนเปื้อนของสารเคมีต่อแหล่งน้ำในขุมชนก็น้อยลงด้วย
 
แต่อย่างไรก็ตาม เกษตรกรก็ยังมีข้อจำกัดอีกมาก ในด้านการผลิต ชุมชนนี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่การชลประทาน เกษตรกรต้องขวนขวายหาน้ำใช้เอง ใครที่มีทุนมากหน่อยก็ขุดบ่อเก็บน้ำไว้ใช้ในที่ตนเองได้ ต้นทุนต่อบ่อแตกต่างกันไป อาจต้องใช้งบหลายหมื่นหรือเป็นแสนต่อบ่อ ส่วนใครไม่มีเงินหรือพื้นที่พอขุดบ่อ ก็ขุดเจาะน้ำบาดาล ซึ่งจ้างเอกชนขุด บ่อละประมาณ 50,000 บาท
 
กระนั้น ก็เกิดกรณีที่น้ำไม่พอใช้ การจัดสรรก็แบ่งไปให้โรงงานอุตสาหกรรมก่อน หยุดการทำการเกษตรของเกษตรกรไว้ โดยที่พวกเขาไม่ได้การชดเชยใดๆ พวกเขาได้ใช้น้ำเป็นลำดับสุดท้าย ต่อจากภาคอุตสาหกรรม, ภาคการพาณิชย์ รวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆ เสมอ
 
ขณะที่เรื่องไฟฟ้านั้นก็เข้าไม่ถึงพื้นที่ เกษตกรต้องต่อสายไฟเข้าที่ดินตนเอง สายไฟ 100 เมตร ราคาตกอยู่ราว 1,600 บาท ลากโยงกันเข้าพื้นที่เองเป็นกิโลๆ ห้อยระโยงระยาง บางช่วงก็ต้องเอาไม้ไผ่ค้ำไว้ ทั้งหมดนี้ตามที่แต่ละคนมีต้นทุน ไม่เคยได้รับการสรับสนุนจากรัฐ
 
นอกจากนี้เกษตรกรใน ต.หนองไฮ อีกหลายชุมชน ทำการเกษตรในที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ พวกเขาทำการเกษตรมาหลายขั่วอายุคน แต่ไม่มีโฉนดที่ดิน และการไม่มีโฉนดทำให้เขาไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ ต้องไปกู้นอกระบบซึ่งดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน
 
และขณะนี้พวกเขากำลังต่อสู้กับความพยายามของรัฐที่จะยึดที่คืน และบังคับให้พวกเขาจ่ายค่าเช่า ซึ่งขณะที่ผมพบปะกับพวกเขาในวันนี้ข้อพิพาทนี้ก็ยังไม่จบ
 
ยังมีเรื่องถนนหนทางเข้าสู่พื้นที่การเกษตรซึ่งเป็นถนนดิน ขรุขระเป็นหลุมบ่อ เดินทางเข้าออกลำบาก พวกต้องการถนนที่ดีเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าเกษตรไปสู่ตลาด
 
และอีกข้อจำกัด ก็คือเมื่อนำผลผลิตไปขายตลาดแล้ว ยังต้องมี "ค่าเข้าตลาด" ที่เก็บค่อนข้างสูง ซึ่งแน่นอนว่ากำไรย่อมเข้ากระเป๋าเจ้าของตลาด เหตุนี้เองที่คุณฐานวัฒน์ต้องการผลักดันให้มีตลาดของเกษตรกรอย่างแท้จริง
 
ดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผลก็คือทำให้เกษตรกรทุกครัวเรือนยังยากจน พ่อใหญ่แม่ใหญ่ที่ผมได้มีโอกาสสอบถามพูดคุยด้วย ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาเป็นหนี้สินก้อนโต !
 
"คณะก้าวหน้า" เรามีความต้องการเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะเชื่อว่า "ถ้าการเมืองดี" เราจะสามารถแบ่งเบาภาระของพวกเขาได้ ถ้าทรัพยากรถูกจัดสรรอย่างเป็นธรรม พวกเขาต้องเข้าถึงถนน, น้ำ, ไฟฟ้า การลงทุนในสิ่งเหล่านี้ต้องไม่เป็นภาระและก่อหนี้ให้กับพวกเขา พวกเขาต้องไม่ถูกปล่อยให้ต่อสู้ด้วยตนเองไปตามยถากรรม
 
เพราะ "ความไม่เท่าเทียม" เห็นชัดมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการของนายทุน ที่สามารถเข้าถึง ถนน, น้ำ, ไฟฟ้า ได้อย่างสะดวกสบาย ขณะที่ชาวบ้านต้องลงทุนในสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง
 
คุณฐานวัฒน์ ต้องการเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องเหล่านี้ เขาต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกร โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะผลักดัน จ.อุดรธานี ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารปลอดภัย ผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกร โดยเชื่อว่างบประมาณ, ทรัพยากรและเครื่องไม้เครื่องมือของ อบจ. สามารถนำมาสร้างตลาดพืชผักปลอดภัยใหม่, ช่วยเกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน, ขุดเจาะบ่อน้ำ, ต่อท่อน้ำเดินไฟ และสร้างถนนหนทางที่ดีให้กับเกษตรกรได้
 
ความยากจนของเกษตรกรไม่ได้เกิดจากบุญกรรม ไม่ได้เกิดจากที่พวกเขาโง่ ไม่ได้เกิดจากที่พวกเขาขี้เกียจ อย่างที่หลายคนคิด
 
แต่ความยากจนของพวกเขาเกิดจากการจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรม
 
ฝากคนอุดรฯ ลองให้โอกาสคุณฐานวัฒน์ เข้าไปช่วยเหลือชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรใน จ.อุดรธานี ด้วยครับ
 
ทั้งนี้ ในวันเดียวกันนี้ มีกลุ่มมวลชน ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันฯ (ศปปส.) จัดขบวนแรลลี่ บุกตึกไทยซัมมิท เพื่อขับไล่ นายธนาธร ออกนอกประเทศไทย!
 
https://www.facebook.com/ThanathornOfficial/posts/958644771205864
 

 
'สมชัย' ข้องใจปมวันเลือกตั้ง อบจ. ชี้ '60 วัน ตามกฎหมาย หรือ 60 วันตามใจ กกต.'
https://www.matichon.co.th/politics/news_2391695
 
‘สมชัย’ ข้องใจปมวันเลือกตั้ง อบจ. ชี้ ’60 วัน ตามกฎหมาย หรือ 60 วันตามใจ กกต.’
 
เมื่อเวลา 19.13 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อเขียนผ่าน เฟซบุ๊ก ว่า 
 
“60 วัน ตามกฎหมาย หรือ 60 วันตามใจ กกต.
 
กกต.กำหนดให้ วันเลือกตั้ง อบจ. เป็นวันที่ 20 ธันวาคม 2563 โดยให้เหตุผลว่า กกต. จะออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง ในวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ดังนั้น วันที่ 20 ธันวาคม 2563 จึงเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย 60 วัน
 
มาตรา 142 ของ พรบ.เลือกตั้งท้องถิ่น ระบุว่าเมื่อ ครม.เห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น และแจ้งให้ กกต. ทราบ กกต.จะเป็นผู้ประกาศวันเลือกตั้งท้องถิ่น
 
มาตรา 11 ของพรบ.ดังกล่าว ระบุว่า ให้จัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน หากสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระ
 
วรรคท้ายของมาตรานี้ ระบุว่า กกต.อาจมีคำสั่งย่นหรือขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็นเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ โดยต้องระบุเหตุผลการมีคำสั่งดังกล่าว
 
ครม.มีมติ ให้ เลือกตั้ง อบจ. วันที่ 6 ต.ค. 2563
 
หนังสือของ ครม. มาถึง กกต. วันที่ 7 ต.ค.2563
 
กกต.ประชุม วันที่ 12 ต.ค. 2563
 
กกต. บอกจะไปออกประกาศวันที่ 26 ต.ค. เพื่อให้วันเลือกตั้งนับแล้วอยู่ในกรอบ 60 วันของกฎหมาย
 
ข้อพิจารณา คือ 60 วัน สมควรนับจากวันที่มีเหตุ (6 ต.ค.) หรือวันที่ จดหมายมาถึง (7 ต.ค.) ก็ยังพอรับได้ แต่นับตามใจชอบจากวันที่ กกต.พร้อมทำงาน (26 ต.ค.)นั้น น่าจะตามใจ กกต. ไม่ใช่ตาม กม.แล้ว
 
ใครอยากหาเรื่อง กกต. ถามผมได้”
 

 
เริ่มแล้ว!21ด่านรอบกรุงรับม็อบ14ตุลา
https://www.innnews.co.th/crime/news_794313/
 
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการเตรียมความพร้อมด้านการจราจรและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนกรณีการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ ว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่โดยรอบบริเวณที่จะมีการชุมนุมโดยเฉพาะบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ตำรวจจะยังไม่มีการปิดเส้นทางการจราจรแต่อย่างใด หากกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันอยู่บนทางเท้า และเปิดเส้นทางให้ผู้ใช้ถนนสามารถสัญจรได้ตามปกติ แต่หากผู้ชุมนุมเริ่มลงไปบนถนน จะเป็นการปิดเส้นทางการจราจรไปโดยปริยาย ซึ่งตำรวจจะวางแผนปิดการจราจรเบื้องต้น และหากมีการเคลื่อนขบวน ตำรวจจะปิดเส้นทางการจราจรล่วงหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 1 ทางแยก และเปิดเส้นทางตามปกติเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมผ่านไปแล้ว โดยประเมินเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ได้แก่ ถนนราชดำเนินกลาง, ถนนดินสอ, ถนนหลานหลวง, ถนนตะนาวและสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จึงขอแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางและสามารถใช้สะพานซังฮี้, สะพานพระราม 8 สะพานพระพุทธยอดฟ้าและสะพานสมเด็จพระปกเกล้าในการสัญจรระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีได้ตามปกติ รวมถึง ทางคู่ขนานลอยฟ้า ต่อเนื่องทางด่วนศรีรัช
 
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ออกแผนการตั้งจุดตรวจความมั่นคงและป้องกันอาชญากรรม เริ่มวันนี้เป็นวันแรก(13 ต.ค.63) ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึงวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เวลา 24.00 น. จำนวน 21 จุด ดังนี้
 
จุดที่ 1 ถนนสามเสน หน้าห้างสุพรีม
 
จุดที่ 2 หน้าศูนย์เชฟโรเลตราชเทวี ถนนเพชรบุรี
 
จุดที่ 3 ข้างวัดราชนัดดา ถนนมหาไชย
 
จุดที่ 4 บริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า (ขาเข้า)
 
จุดที่ 5 บริเวณเชิงสะพานกรุงธน (ขาเข้า)
 
จุดที่ 6 บริเวณใกล้แยกประชาชื่น ถ.ประชาชื่น-ขาเข้า
 
จุดที่ 7 ใต้ด่วนลาดพร้าว ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ขาเข้า
 
จุดที่ 8 ปากซอยพะรามเก้า 46 ถนนพระรามเก้า ขาเข้า
 
จุดที่ 9 บริเวณแยกคลองเตย ถนนรัชดาตัดพระราม 4 ขาเข้า
 
จุดที่ 10 บริเวณถนนประชาธิปก ขาเข้าก่อนขึ้นสะพานพุทธและสะพานพระปกเกล้า
 
จุดที่ 11 ปากซอยพหลโยธิน 52 ถนนพหลโยธิน-ขาเข้า
 
จุดที่ 12 บริเวณถนนสุวินทวงศ์ ขาเข้า (แยกมหานคร ถนนสุวินทวงศ์)
 
จุดที่ 13 บริเวณถนนลาดกระบัง ขาเข้า (แยกสนามบินสุวรรณภูมิ ถนนอ่อนนุช)
 
จุดที่ 14 ปากซอยสุขุมวิท 70 ขาเข้า
 
จุดที่ 15 จุดกลับรถหน้าวัดสน ถนนสุขสวัสดิ์ (ขาเข้า)
 
จุดที่ 16 หน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ถนนพระราม 2 ขาเข้า
 
จุดที่ 17 หน้ามหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ถนนเพชรเกษม ขาเข้า
 
จุดที่ 18 ปากซอยวิภาวดีรังสิต 44
 
จุดที่ 19 ด่านดอนเมือง 2 (บนทางยกระดับดอนเมืองขาเข้า)
 
จุดที่ 20 บริเวณด่านจตุโชติทางพิเศษฉลองรัช ขาเข้า ถนนทางพิเศษฉลองรัช
 
จุดที่ 21 ด่านบางจาก ถนนยกระดับบูรพาวิถี ขาเข้า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่