🔴มาลาริน/26 ก.ย.ไทยพบโควิด3ราย จากตปท. นายกฯแถลงหนุนUN พัฒนาวัคซีนเท่าเทียม พระสงฆ์พม่าติดโควิด ททท.สธ.เตรียมเปิดประเทศ

ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 3 รายรักษาหายเพิ่ม 2



ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 26 กันยายน 2563 โดยยอดผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้
 
ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 26 กันยายน 2563 พบผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้เพิ่ม 3 ราย จากสถานที่ที่รัฐจัดให้ หรือ State Quarantine ทำให้ยอดป่วยสะสม 3,522 ราย รักษาหายวันนี้ 2 ราย รวมแล้ว 3,362 ราย เสียชีวิตรวม 59 รายตามเดิม และเหลือรักษาในโรงพยาบาล 101 ราย
 
สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่วันนี้เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ จากลักเซมเบิร์ก , ตุรกี และแอลเบเนีย

https://www.komchadluek.net/news/regional/444396?utm_source=homepage&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_ข่าวด่วน

นายกฯ ยืนยันไทยหนุน สหประชาชาติ ร่วมมือพัฒนาวัคซีนโควิด-19



นายกฯกล่าวถ้อยแถลง ยืนยันไทยพร้อมสนับสนุนสหประชาชาติ เพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนโควิด-19
 
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 63 เวลา 16.30 น. (เวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไป ของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 75 ภายใต้หัวข้อหลัก “อนาคตที่เราอยากเห็น องค์การสหประชาชาติที่เราต้องการ: ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านพหุภาคี – เผชิญหน้ากับโรคโควิด-19 ผ่านแผนงานความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ” ทางระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้.....📍

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีนี้ โลกต้องประสบกับวิกฤตด้านสาธารณสุขจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ดังนั้นทุกประเทศต้องเชื่อมั่นในเรื่องของความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมส่งกำลังใจไปยังทุกประเทศทั่วโลกให้ประสบความสำเร็จในการรับมือกับโควิด-19 ทั้งนี้รัฐบาลไทยมุ่งมั่นและตั้งใจยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ โดยจัดตั้ง “ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19” โดยดำเนินมาตรการตามหลักของกฎอนามัยระหว่างประเทศ ค.ศ. 2005 และแนวทางขององค์การอนามัยโลก รัฐบาลสนับสนุนแผนพัฒนาวัคซีนโรคโควิด-19 โดยเห็นว่าวัคซีนและยาสำหรับรักษาโรคโควิด-19 ควรต้องเป็นสินค้าสาธารณะระดับโลกที่ทุกประเทศได้รับสิทธิในการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งสหประชาชาติจำเป็นต้องมีบทบาทนำในเรื่องนี้
 
นอกจากนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการดูแลและเยียวยาทางเศรษฐกิจ โดยจัดตั้ง "ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ" เพื่อเป็นกลไกหลักในการกำหนดนโยบายร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอย่างรอบด้าน ไทยได้ดำเนินนโยบาย “หยุดโควิด แต่ไม่หยุดเศรษฐกิจไทย” พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “Bio-Circular-Green Economy” หรือ “BCG” โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีขอบคุณองค์การอนามัยโลกที่ให้การยอมรับว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถรับมือกับเชื้อโควิด-19 ได้ดีที่สุดในโลก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเป็นประเทศต้นแบบก็คือ การมีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทยให้มีความเข้มแข็งผ่านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ครอบคลุม ซึ่งไทยพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และความร่วมมือกับนานาประเทศ

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมเลขาธิการสหประชาชาติที่สนับสนุนให้รัฐสมาชิกตระหนักถึงความร่วมมือเพื่อให้ทุกประเทศสามารถก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปในบริบทของความท้าทายใหม่ๆ ไทยยึดมั่นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ และเคารพหลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ ตลอดจนสนับสนุนบทบาทของสหประชาชาติในทั้ง 3 เสาหลัก ได้แก่ สันติภาพและความมั่นคง การพัฒนา และสิทธิมนุษยชน
ในด้านสันติภาพและความมั่นคง สหประชาชาติและประชาคมโลกประสบความสำเร็จในการพยายามระงับความขัดแย้งโดยสันติวิธี นอกจากไทยจะให้ความสำคัญกับการลดอาวุธ ไทยยังส่งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือนทั้งชายและหญิง เข้าร่วมภารกิจเพื่อสันติภาพในกรอบสหประชาชาติในภูมิภาคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2501 และยังคงบทบาทนี้ไว้ท่ามกลางวิกฤตในปัจจุบัน

ในด้านการพัฒนา การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การบรรลุเป้าหมายล่าช้า ดังนั้นเราจะต้องทำงานหนักและส่งเสริมความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รวมทั้งมุ่งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ซึ่งไทยจะใช้เวทีระหว่างประเทศต่าง ๆ แบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในด้านสิทธิมนุษยชน ข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศได้กำหนดหลักการและพันธกรณีเกี่ยวกับการปกป้องสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล และการให้ความสำคัญต่อกลุ่มเปราะบาง สำหรับไทยได้จัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นฉบับที่ 4 และนำมาปฏิบัติแล้ว

ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรียืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการสนับสนุนวาระต่าง ๆ ของสหประชาชาติ ทั้งในด้านสันติภาพ ความมั่นคง การพัฒนา การจัดการกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การยึดมั่นในสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพราะระบบพหุภาคีเป็นหนทางที่จะนำพาพวกเราให้หลุดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปได้ร่วมกัน เพื่อสร้างอนาคตที่มีสันติสุข และเพื่อโลกที่น่าอยู่สำหรับพวกเราและชนรุ่นหลังต่อไป
 
https://www.posttoday.com/politic/news/634014

พระสงฆ์พม่าติดเชื้อโควิด-19 กองทัพต้องเข้าช่วยรับมือผู้ป่วย



เมียนมาร์ ไทม์ส รายงานการเปิดเผยเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนว่า มีพระสงฆ์ 350 รูป ติดเชื้อโควิด-19 ที่ย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่า และขณะนี้อยู่ที่ศูนย์กักโรค 2 แห่ง โดยพบที่ "วัดยวา มะ พะริระติ" ในอินเส่ง
 
เมียนมาร์ ไทม์ส รายงานการเปิดเผยเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนว่า มีพระสงฆ์ 350 รูป ติดเชื้อโควิด-19 ที่ย่างกุ้งเมืองหลวงเก่า และขณะนี้อยู่ที่ศูนย์กักโรค 2 แห่ง โดยพบที่"วัดยวา มะ พะริระติ" ในอินเส่ง ซึ่งวัดแห่งนี้มีขนาดใหญ่และมีพระสงฆ์ ราว 600 รูป และเจ้าอาวาสได้ตั้งกฎที่เข้มงวด ห้ามฆราวาสเข้า-ออกวัด อย่างเด็ดขาด

โฆษกของกองทัพ หรือ ทัดมาดอว์ ระบุว่า ในจำนวนพระสงฆ์ที่ติดเชื้อ มีอยู่ 75 รูป ที่ถูกส่งไปรักษาที่สถาบันวิทยาการปฏิบัติการฉุกเฉินของกองทัพ ในเมืองมอว์บี ส่วนอีก275 รูป เข้ารับการรักษาที่อาคารประกอบพิธีทางศาสนา"มิน ธรรมมา ศาสน เบคมาน" ที่ถูกเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลฉุกเฉิน
ด้านตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมล่าสุดในเมียนมาร์ อยู่ที่มากกว่า9,000 คน โดยมากกว่า 2 ใน 3 อยู่ที่ย่างกุ้ง และเสียชีวิต174 คน ส่วนการระบาดเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมที่รัฐยะไข่ ที่ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,000 คน เป็นอันดับ2 รองจากย่างกุ้ง กองทัพ ระบุด้วยว่า ทีมแพทย์ทัดมาดอว์ได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เริ่มรักษาผู้ป่วยที่เป็นพลเรือนที่เชื้อโควิด-19 แล้ว 150 คน เมื่อวันศุกร์

ด้านตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมล่าสุดในเมียนมาร์ อยู่ที่มากกว่า9,000 คน โดยมากกว่า 2 ใน 3 อยู่ที่ย่างกุ้ง และเสียชีวิต174 คน ส่วนการระบาดเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมที่รัฐยะไข่ ที่ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,000 คน เป็นอันดับ2 รองจากย่างกุ้ง กองทัพ ระบุด้วยว่า ทีมแพทย์ทัดมาดอว์ได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เริ่มรักษาผู้ป่วยที่เป็นพลเรือนที่เชื้อโควิด-19 แล้ว 150 คน เมื่อวันศุกร์



https://www.nationtv.tv/main/content/378797684

รองโฆษกรัฐบาล เผยกระทรวงท่องเที่ยวฯ-สาธารณสุข เตรียมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวแบบพิเศษแล้ว



26 ก.ย.63 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเริ่มคลี่คลาย ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว คาดว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็จะสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ โดยมีมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรัดกุม มีข้อปฏิบัติก่อนการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ,ทำประกันสุขภาพประกันโควิด-19 ตามข้อกำหนดของรัฐบาล ,แจ้งข้อมูลกับบริษัทผู้ประสานงานก่อนการเดินทาง ทั้งโปรแกรมการเดินทางและกำหนดการที่อยู่ในประเทศไทย ผลการตรวจว่าไม่พบเชื้อ ตั๋วเครื่องบินทั้งมาและกลับ ลงนามในหนังสือยินยอมยืนยันการปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐบาลไทยกำหนด ฯลฯ โดยเมื่อเดินทางถึงไทยแล้ว จะต้องมีการกักตัว 14 วัน

"ส่วนที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยงและกีฬา มีแนวคิดจะให้นักท่องเที่ยวกักตัว 7 วันนั้น ขณะนี้ยังไม่เริ่ม โดยจะเริ่มจากการกักตัว 14 วันก่อน แล้วค่อยพิจารณาคลายมาตรการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ คาดว่าแนวทางเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) จะมีการหารือในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 อีกครั้งในวันที่ 28 ก.ย.นี้ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน" น.ส.ไตรศุลี กล่าว
 
น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบการเดินทาง นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) จะเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำขนาดเล็ก หรือเครื่องบินส่วนตัว ทุกเที่ยวบินจะต้องผ่านความเห็นชอบจากศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ (ศปก.กต.)  หรือ ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ก่อน ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประมาณการรายได้จากจำนวนนักท่องเที่ยว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 1,200 คนต่อเดือน รายได้อยู่ที่ 1,030,732,800 บาท และคาดว่า 1 ปี จะมีนักท่องเที่ยว 14,400 คน โดยประมาณการรายได้ 12,368,793,600 บาท

น.ส.ไตรศุลี กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของไทย ว่าไม่เสี่ยงต่อการระบาดระลอก 2 ที่ผ่านมารัฐบาลสามารถป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศมาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันมากกว่า 100 วัน ทำให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆของโลก นอกจากนี้ ชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และยังไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีความประสงค์ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว และใช้ชีวิตพร้อมครอบครัว แบบพำนักระยะยาว (Long Stay) ภายในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ดังนั้น ไทยจึงจะใช้โอกาสนี้ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากได้รับผลกระทบตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

https://www.thaipost.net/main/detail/78697

ไทยยังสงบจากโควิด 19  

ขณะที่พม่ายังติดเชื้อหนัก

ข่าวที่น่าสนใจ ททท.และ สธ.จะเปิดประเทศรับนโยบายท่องเที่ยวพิเศษ 

ติดตามข่าวโควิดกันต่อไปค่ะ อย่าการ์ดตกนะคะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่