แชร์ประสบการณ์รีไฟแนนซ์บ้าน ปี 2563

กระทู้สนทนา
สวัสดีเพื่อนๆชาว Pantip 
นี่คือกระทู้แรกของผมกับเรื่องราวรีไฟแนนซ์บ้านครั้งแรก
ผมซื้อบ้านกับ ธอส. จะครบ 3 ปีวันที่ 11 สิงหาคม 63 นี้
ก่อนหน้านี้ก็ศึกษาข้อมูลการรีไฟแนนซ์และประสบการณ์จากท่านอื่นที่ได้แชร์ไว้กับหลายๆที่
ผมเริ่มหาข้อมูลช่วงหลังสงกรานต์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยแต่ละธนาคารเพื่อเปรียบเทียบ
โดยหาจากเวปไซด์ของแต่ละธนาคารและสอบถามเจ้าหน้าที่ ที่สาขาในห้างเกือบทุกธนาคาร
ได้มาทั้งหมด 5 ธนาคาร: UOB, เกียรตินาคิณ, กรุงไทย, กรุงศรีและกสิกรไทย (ดอกเบี้ยใกล้เคียงกันมาก)

จริงๆแล้ววางแผนไว้ตั้งแต่ต้นปีมาแล้วล่ะ...เห็นไหมว่าช่วงกลางปีมีโครงการพักชำระหนี้ช่วง covid-19 "ห้ามพักชำระหนี้นะครับ"

สรุปตัดเหลือ 2 ธนาคาร คือ กรุงศรีและกรุงไทย ตามลำดับเนื่องจากดอกเบี้ยต่ำสุดตามเงื่อนไข (ขออ้างชื่อธนาคาร คงไม่เป็นไรมั้งคิดเอง 555)
ผมเลือกโปรฯ คงที่ 3 ปี ไม่ทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อและฟรีประเมินบ้าน 2,500บาท แต่ไม่ฟรีค่าจดจำนอง 1% ของยอดที่กู้
เพราะถ้าเลือกฟรีค่าจดจำนองต้องทำสัญญา 5 ปี ถ้าอยู่ไม่ครบ 5 ปีจะต้องจ่ายค่าจดจำนองคืน
ซึ่งทั้ง 2 ธนาคารโปรฯเหมือนกันแต่แตกต่างกันที่อัตราดอกเบี้ย
กรุงไทย ณ วันนั้นเฉลี่ย 3 ปี 2.90%
กรุงศรี ณ วันนี้เฉลี่ย 3 ปี 2.74%
ต้นเดือนสิงหาคมผมเริ่มติดต่อธนาคารกรุงไทยสาขาในห้างเพื่อเตรียมเอกสารขอรีไฟแนนซ์
โดยคุยกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารทาง Line ต้องบอกว่าค่อนข้างสะดวก
ในระหว่างนี้ผมก็เตรียมเอกสารไว้พร้อมทั้งหมดแล้ว

วันที่ 13 สิงหาคม 2563 ผมลางานเพื่อเข้าไปขอลดดอกเบี้ย...(เผื่อ ธอส. เสนอดอกเบี้ยที่น่าพอใจ)
ย้ำว่า...ต้องเข้าไปติดต่อธนาคารเดิมหลังจากพ้นครบกำหนด 3 ปีนะครับ
เพราะอะไรหรือ? ผม walk in เข้าไปก่อนหน้า 1 week เขาบอกให้มาอีกทีหลังพ้น 3 ปี (นั่นไง...เสียเวลาไป 1 วัน) หรือ เป็นเฉพาะสาขานี้ก็ไม่แน่ใจ

ต่อๆครับ
ผลปรากฏว่า ธอส. เสนอดอกเบี้ย Retention MRR - 0.5% ผมคิดในใจ (ลดแล้วหรือนี่?)
จากนั้นเจ้าหน้าที่คนที่รับเรื่องได้โทรไปหาอีกคนแจ้งว่า หากผมเสนอดอกเบี้ยที่โอเคผมก็จะอยู่กับ ธอส. ต่อไป
รอสักพักนึงเขาโทรมาแจ้งอัตราดอกเบี้ยใหม่ คือ 4.9% (อืม...คิดในใจว่าคงไม่ได้ไปต่อกับ ธอส. แล้วล่ะ)
เราก็คิดอยู่ว่าเขายังมีไพ่ใบสุดท้ายอยู่ สรุปคือ 4.9% นั่นแหล่ะใบสุดท้ายแล้ว (อีหยังว่ะ)

ทีนี้ก็เริ่มดำเนินการเรื่องรีไฟแนนซ์อย่างเต็มตัว
ธอส.สรุปยอดปิดบัญชี และนัดไถ่ถอนเป็นวันที่ 15 กันยนยน 2563 แต่คิดดอกเบี้ยถึงวันที่ 16 (เรื่องเช็คเคลียริ่ง)
เจ้าหน้าที่ ธอส. ที่เราติดต่อก็ให้บริการดี๊ดี ให้ Line สำหรับติดต่อระหว่างดำเนินการไถ่ถอน
เรามีเวลาในการขอกู้กับธนาคารใหม่ให้เสร็จใน 30 วัน ก็คิดในใจ (มันจะทันไหม!!!)
เพราะถ้าไม่ทันภายในวันที่นัดหมาย คือ 15 กันยายน ต้องนัดวันใหม่และจ่ายค่าเลื่อนนัดอีก 3,000 บาท

วันถัดมา 14 สิงหาคม ผมเข้าไปส่งเอกสารครบทุกอย่างให้กับ ธนาคารกรุงไทย
เอกสารทุกอย่างก็เรียบร้อยดี (อ๋อ...ผมได้ยอดสรุปปิดบัญชีของ ธอส. ซึ่งมีผลกับยอดที่ขอกู้ใหม่)
ธนาคารกรุงไทยแจ้งไม่เกิน 1 Week จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปถ่ายรูปบ้านเพื่อนประเมินราคา
ระหว่างนี้ก็ดำเนินการเรื่องเคลมประกันอัคคีภัยเดิมที่ทำไว้กับ ธอส. (โดยไม่ต้องซื้อประกันอัคคีภัยใหม่)
ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เราติดต่อ...ก็ให้ข้อมูลและบริการเป็นอย่างดี โดยติดต่อทางโทรศัพท์และส่งเอกสารทาง E-mail (สะดวกมากๆ)

ในระหว่างที่รอประเมินบ้านกับกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีติดต่อเข้ามาเพื่อเสนอดอกเบี้ยสำหรับรีไฟแนนซ์ (ก็สาขาที่เคยติดต่อไว้ก่อนหน้านั่นเอง)
ซึ่งต้องบอกว่าเป็น Rate ที่ต่ำกว่า ธนาคารกรุงไทย แต่เป็นสาขาที่อยู่นอกห้าง
ตอนเย็นผมก็มาคุยกับแฟนว่าผมจะขอกู้กับกรุงศรีอีกที่ไหม?
แต่ปัญหาคือต้องได้ลางานเพิ่มอีกหลายวัน (เป็นปัญหาใหญ่สำหรับผมเลย เพราะปีนี้ผมลาไปเยอะแล้วด้วย)
ผมยังคิดอยู่ว่าจะทำเพิ่มกับกรุงศรีดีหรือไม่ทำดี? สุดท้ายผู้จัดการกรุงศรีฯโทรติดต่อผมหาผมเองว่าจะเข้ามาเก็บเอกสารถึงที่ทำงานเอง
สุดท้ายผมก็เลยต้องลองอีกซักธนาคาร แต่ก็ยังมีอะไรให้คิดต่ออีกว่า "แล้วกรุงศรีจะทำเรื่องเสร็จทันวันนัดไถ่ถอน 15 กันยายนหรือไม่?"
สัปดาห์ต่อมาเจ้าหน้าที่กรุงไทยนัดโทรเข้าช่วงเช้าเพื่อนัดเข้าถ่ายรูปประเมินบ้านช่วงบ่าย...(สามารถเลื่อนนัดเป็นวันและเวลาใหม่ได้)
แต่ด้วยความที่เราอยากให้จบเรื่องเร็วๆก็เลยลาช่วงบ่ายอีกวัน ใช้เวลาถ่ายรูปไม่เกิน 1 ชม.

หลังจากวันนั้นก็รออย่างใจจดใจจ่อ กรุงไทยจะอนุมัติยอดให้เท่าไหร่ จะได้ควักเงินเพิ่มอีกเท่าไหร่? 
เพราะถ้าได้ควักเพิ่มเยอะ เงินที่อยู่จะไม่พอสิครับ ทีนี้ก็รอแจ้งผลอนุมัติจากกรุงไทย (แต่ยังกังวัลอยุ่ว่ามันจะทันวันไถ่ถอนด้วยไหม? เหมือนจิตตก)
3 4 วันต่อมากรุงไทยโทรมาแจ้งผลสรุป อนุมัติตามยอดที่ขอกู้ ซึ่งเหลือเวลาประมาณ 10 วัน ก่อนวันนัดไถ่ถอน
เนื่องจากบ้านผมมีต่อเติม..ทำให้ราคาประเมินบ้านเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย มีผลกับประกันอัคคีภัยคือต้องขอเพิ่งวงเงินประกัน
แล้วจะทำเรื่องขอเพิ่งวงเงินประกันตอนไหน? (มีเฉลยตอนช่วงท้ายครับ)

ตอนนี้ผมค่อนข้างอุ่นใจแล้วล่ะเพราะกรุงไทยอนุมัติให้เรียบร้อยแล้ว

ประมาณต้นเดือน กันยายน ซึ่งเหลือเวลาประมาณ 2 Week ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีมาเก็บเอกสารขอกู้ถึงที่ทำงานเลย
ค่อยข้างประทับใจกับการบริการของกรุงศรีเลย รู้งี้น่าจะติดต่อกรุงศรีไว้ก่อนหน้าเนอะ 555
ภายใน 3 วันหลังจากเข้ามารับเอกสาร กรุงศรีอนุมัติให้ทั้งที่ยังไม่ประเมินบ้านเลย (มีงง แบบนี้ก็ได้เหรอ)
ผ่านไป 1 สัปดาห์กรุงศรีโทรนัดเพื่อเข้ามาถ่ายรูปประเมินบ้าน
ด้วยความที่ผมได้กรุงไทยชัวๆแล้ว บวกกับวันลาที่ผมใช้ไปค่อนข้างเยอะแล้ว (ถ้าลาเกินอีก 2 วัน มีหักเงินแน่ๆตามค่าแรง)
ไหนจะต้องเผื่อวันลาที่จะต้องไป สนง.ที่ดิน อีก 1 วัน (ผมเริ่มสองจิตสองใจว่าจะไปต่อกับกรุงศรีหรือไม่)
ทั้งที่กรุงศรีเสนอดอกเบี้ยต่ำกว่านิดหน่อย สุดท้ายสรุปผมไม่ไปต่อกับกรุงศรีเพราะวันลาของผมและอีกอย่างผมติดต่อกรุงศรีช้าไป
ดังนั้นใครจะรีไฟแนนซ์ติดต่อธนาคารไว้แต่เนิ่นๆควบคู่กันไปทุกธนาคารนะครับ (ขอบอก)
วันนี้วันศุกร์ที่ 11 กันยายน กรุงไทยนัดเข้าไปเซ็นต์สัญญาเงินกู้หลังเลิกงาน ประมาณ 18.30 น.
เซ็นสัญญาไป 6 ชุด (่อ่อ..ลืมบอกไปผมมียอดเอนกประสงค์ด้วย)
ทั้ง 2 สัญญาได้อัตราดอกเบี้ยเดียวกัน (ชอบตรงนี้แหล่ะ ถ้าขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ยอดเอนกประสงค์จะเป็นอีก Rate นะ)
ผมปัดเศษยอดกู้ลงประมาณหนึ่งหมื่นให้เหลือยอดกลมๆ ซึ่งส่วนต่างรอทำแคชเชียร์เช็ค
วันจันทร์ที่  14 กันยายน ธนาคารนัดเข้าไปทำแคชเชียร์เช็คส่วนต่าง
วันนี้รอค่อนข้างนานหน่อยประมาณ 40 นาที เนื่องจากลูกค้าค่อนข้างเยอะ...ทุ่มนิดๆทำแคชเชียร์เช็คเสร็จพอดี
คืนนี้ค่อนข้างชิวล่ะเพราะเอกสารทุกอย่างครบหมดแล้ว (งั้นคืนนี้จัดพี่ช้างไปซัก 2 ละกันเพื่อดับกระหาย 555)

และแล้วก็ถึงวันนี้ซักที 15 กันยายน 2563 (วันนัดไถ่ถอน)
เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับเพราะกังวลอะไรหลายอย่าง ต่างๆนานา
เช้านี้ตื่น 6 โมงครึ่ง...เผื่อเวลาไว้แล้วเพราะนัดหมายกันที่ สนง. ที่ดิน เวลา 10.30 น.
วันนี้แฟนผมก็ลางานเพื่อเซ็นต์ยินยอมในการจดจำนอง (ถ้าไม่ไปก็ทำหนังสือยินยอมก็ได้นะ  แต่ผมกลัวพลาดก็เลยไปด้วยกัน)
10 โมงผมไปถึง สนง.ที่ดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ธนาคาร จับบัตรคิวเตรียมเอกสารไว้รอทั้งหมดแล้ว (ประทับใจทั้งคู่)
จากนั้นก็เซ็นต์เอกสารต่างๆและเจ้าหน้าที่กรุงไทยนำไปยื่นเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
จ่ายค่าธรรมเนียม 75 บาท + ค่าจดจำนองตามยอดกู้
รอขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งเวลาตอนนี้ก็ 12.00 น. (เที่ยงแล้ว จะติดเที่ยงไหมเนี่ย)
แต่เจ้าหน้าที่ สนง.ที่ดิน ที่รับเรื่องของเรา ยังไม่ลุกจากเก้าอี้...ก็เลยรออีกนิดละอย่างมีความหวัง
ประมาณ 12.10 เอกสารของผมเสร็จพอดี จากนั้นก็ถ่ายเอกสารโฉนดเอามาเก็บไว้
เป็นอันว่าเสร็จทุกอย่าง

แต่เอ่ะ...เหมือนจะจบ...แต่ยังไม่จบ เพราะยังไม่ได้ทำเรื่องเคลมประกันอัคคีภัย
วันนี้วันที่ 16 กันยายน สวัสดีวันหวยออก จัด 57, 75  ไปล่ะกัน (ระหว่างกินกาแฟเช้าที่ Office)
จากนั้นก็ Scan ใบหลังของโฉนดเพื่อสลักหลังประกันอัคคีคัย (เปลี่ยนธนาคารผู้รับผลประโยชน์จากธนาคารเดิมเป็นธนาคารใหม่)
ส่ง E-mail ให้กับบริษัทประกัน ประกอบด้วยข้อมูลราคาประเมินบ้าน(ราคาใหม่)พร้อมกับไฟล์สแกนด้านหลังโฉนด
ไม่ถึง 1ชม.เจ้าหน้าติดต่อกลับและดำเนินการเปลี่ยนแปลงยอดและสลักหลังเรียบร้อย
พร้อมทั้งส่งกรมธรรม์ใหม่มาทาง E-mail ส่วนฉบับจริงจะส่งตามมาตามที่อยู่ทีระบุ
อ่อ..เกือบลืมมีโอนค่าส่วนต่างประกันอัคคีภัย 30 บาท (ขึ้นอยู่กับยอดเพิ่มของสิ่งปลูกสร้าง)

จบบริบูรณ์

สวัสดีตอนเย็น 4 โมง
อ้าวเฮ้ย 57 มาจากไหน 16 กันยา 2563 (ได้ค่ารีไฟแนนซ์คืนนิดหน่อย 5555)

ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่