อยู่กินกับสามีมา 5 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คนแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังคิดว่าจะไปต่อหรือจะพอดีกับชีวิตครอบครัว
เล่าย้อนไป 2 ปีแรกตอนแต่งงานเราแยกกันอยู่คนละจังหวัดค่ะเพราะสามีเราทำงาน เราอยู่บ้านเลี้ยงลูกคนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียวจนวันคลอดค่ะ
สามีเราดื่มหนัก เที่ยว ซึ่งเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จัก แต่เราก็โอเคเข้าใจกันดีมีไปออกทริปกับเขาบ้าง(ตอนยังไม่มีลูกนะคะ) แต่ปัญหามันเริ่มเกิดค่ะ ตอนที่เรามีลูกด้วยกัน
เรื่องเงินค่าเลี้ยงดูลูกเรายอมรับว่าบ้านเราค่อนข้างพร้อม และเลี้ยงดูลูกได้แบบไม่ขัดสน แต่เวลาที่สามีเราให้ลูกคือ ศูนย์ ค่ะน้อยมาก สามีเรากลับบ้านบางครั้งเดือนนึง ครั้งนึง สองเดือนครั้งนึง คือเขาไม่ได้อยู่กับลูกเลยค่ะ ความรู้เรื่องเด็ก การเลี้ยง คือไม่มีเลย
ทุกครั้งที่กลับบ้านมาคือเอาผ้ามาให้เราซัก แล้วเขาก็นอนค่ะ วันหยุดก็นอน ไม่บอกให้ช่วยดูลูกคือนอน เราทำทุกอย่างคนเดียว ยอมรับว่าเหนื่อยมากค่ะ เหนื่อยสุดๆ วันหยุดของเขาคือเที่ยว อาทิตย์ไหนไม่เที่ยวคือนอน ไม่ทำอะไรเลย เวลาเราพูดเขาจะบอกว่าเขาทำงานเหนื่อยแล้ว ขอเขาพักบ้าง
วันเวลาผ่านไปเขาก็เป็นอยู่แบบนี้ค่ะ จนลูกได้เกือบขวบ เราก็ไปทำงานค่ะ ให้แม่เราเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ก็มีปัญหากันกับเขาอีกจนเราต้องลาออก เขาให้เงินลูกเยอะจริงค่ะ ลูกไม่เคยขัดสน แต่เขาเจียดให้เราน้อยมากค่ะ เราก็เลยอยากทำงานคือบอกตรงๆเราไม่อยากง้อเงินจากเขานั่นแหละ จนสุดท้ายเราก็ต้องลาออก
เราก็กลับมาเลี้ยงลูกอยู่พักนึง จนเขาบอกเราว่าให้ย้ายมาอยู่กับเขาสิ มาทำงานที่นี่ด้วยกัน เราก็โอเคค่ะความคิดตอนนั้นคือก็ดีเหมือนกันหาสองคนผัวเมียดีกว่าหาคนเดียว
แต่ปัญหามันเกิดตอนเรามาอยู่ด้วยกันนี่แหละค่ะ เราเริ่มเห็นอะไรในตัวเขาที่เราไม่เคยเห็น หลายๆมุม เขาเป็นคนที่เอื่อยๆเปื่อยๆค่ะ ไม่ทำอะไรเลย เราทำทุกอย่างค่ะ ไม่เคยคิดจะช่วยเราทำอะไรเลย
ห้องเราเก็บ เขารื้อ รื้อแบบกระจุยกระจายแล้วเขาก็อยู่แบบนั้นอ่ะค่ะรอเรามาเก็บ เสื้อผ้า งานบ้าน ทุกอย่างของเขาคือเราทำหมด(เราไม่ใช่แม่บ้านนะคะเลิกงานมาเราก็มาทำค่ะ) คือมันเหนื่อยนะคะการที่เราทำอะไรไว้เรียบร้อยแล้วแต่อีกคนก็มารื้อ ทำรก มันเหมือนไม่นึกถึงคนเก็บเลย
(เราขอเพิ่มเติมนะคะ.ก่อนแต่งงานคือความรักของเราเป็นความรักแบบเราห่างกันคนละจังหวัดค่ะเจอกันได้แค่เสาร์-อาทิตย์)
จนพอเราได้มาอยู่กับเขาจริงๆเรารู้สึกว่าเขาไม่ทำอะไรเลยค่ะ เลิกงานมาเขาก็ถอดเสื้อผ้าแล้วนอน นอนแบบไม่ไปอาบน้ำอ่ะ ซึ่งตอนแรกๆที่คบกันมันไม่ใช่เลย คือเหงื่อๆกลับมาเขาก็นอนได้ แต่เราก็ไม่ได้พูดอะไรนะคะได้แต่มองดูเขาแค่นั้น
บางครั้งเราเลิกงานตีสอง ตีสาม ตอนเช้าเขาก็ปลุกเรารีดผ้าให้ เตรียมของให้ คือเราก็ทำงานเหนื่อยมาเหมือนกัน เขาน่าจะช่วยๆกันบ้างก็ไม่เลย
มันก็วนเวียนอยู่แบบนี้อ่ะค่ะ 5 ปีแล้ว จากที่เราเขียนมาทั้งหมดเราคิดว่าสามีเราเห็นแก่ตัว แล้วก็โยนภาระงานบ้านให้เราหมด ห้องจะรกแค่ไหนเขาก็อยู่ได้แต่เราอยู่ไม่ได้อ่ะ มันก็ต้องมีเก็บกวาดช่วยกันบ้าง
มีช่วงนึงเราหยุดงานกลับบ้านไป 2 อาทิตย์ กลับมาคือห้องเขารื้อของไว้ กระจัดกระจาย แล้วเราต้องมาเก็บ เพราะเราด่าเขา เขาก็จะทำหูทวนลม ทำมึน เหมือนรู้ว่ายังไงเราก็ต้องเก็บ คือเรามาคิดนะที่ผ่านมาเราคิดว่าเขาเป็นคนสะอาด แต่พอมาใช้ชีวิตด้วยกันจริงๆมันไม่ใช่เลย
ที่พีคคือ ผ้า 2 อาทิตย์ที่เราไม่อยู่เขาก็รอเรากลับมาซัก !! เราถามแล้วเขาว่าเอาอะไรใส่อ่ะ
เขาบอกใส่ซ้ำเอา!! โอ้โหยอมใจเลยจริงๆ 🤦🏻♀️
เขาเป็นคนเที่ยวหนักและดื่มหนักค่ะ แต่เที่ยวคือต่างจังหวัดเข้าป่านะคะไม่เที่ยวกลางคืน ดื่มก็ดื่มกับเพื่อนที่ทำงาน(เพื่อนๆที่รู้จักกันหมด) แต่มันบ่อยมากค่ะ อาทิตย์นึง 5 วัน หรือทั้งอาทิตย์เราก็มีไปด้วยบ้าง แต่ทุกวันแบบเขาเราก็ไม่ไหวค่ะ กลับดึกทุกครั้ง
ที่เราตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพราะเรารู้สึกว่ายิ่งเราเฉย ยิ่งเราทำความเข้าใจ เรายิ่งว่างเปล่าค่ะ เขายิ่งเป็นมากกว่าเดิม ทั้งๆที่มีลูกควรจะลดลงแต่มันกลับยิ่งหนักขึ้น จนกระทั่งตอนที่เราเขียนอยู่นี้เขาก็ยังดื่มอยู่ เขาไม่เจ้าชู้นะ แต่ขนาดนี้เราคิดว่าเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน
แต่จะให้เลิกกันไปง่ายๆชีวิตจริงมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น เราเคยเปิดใจคุยกับเขาแล้วเรื่องที่เราเขียนมาทั้งหมด ผลลัพธ์คือมันก็ดีขึ้นช่วงนึง ซึ่งมันก็กลับไปเป็นแบบเดิมอีก ถามว่าเราเสียใจมั้ยอาจจะเคย แต่ตอนนี้เราเหมือนตกตะกอนอ่ะค่ะ เป็นความคิดลึกๆในใจ
เราคิดเรื่องเลิกตลอดเวลา ก็มีเตรียมตัวเรื่องเก็บเงินไว้บ้าง แต่มานั่งทบทวนเขาก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด แต่เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองเลย
ความคิดเรานะคะงานบ้าน เลี้ยงลูก ไม่ควรเป็นภาระของผู้หญิงคนเดียวเลย โดยเฉพาะผัวเมียที่ทำงานด้วยกันทั้งคู่ เราก็ควรจะต้องช่วยกัน
ตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าความคิดของเราที่มีต่อเขามันดูไม่ให้เกียรติเขามั้ย หรือเราเองที่ต้องปรับตัวเอง
ที่น่าตลกคืออยู่ๆมันก็มีความคิดผุดมาในหัวว่าแบบ เรามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ตั้ง 5 ปีว่ะ ถามว่าเขาเคยขอโทษ เคยขอบคุณเราบ้างมั้ยก็ไม่เคย เราถึงมานั่งคิดกับตัวเองว่าที่เราทำมันก็ดีที่สุดแล้วนะ เขาไม่ให้เกียรติเรา แล้วเรายังจะไม่ให้เกียรติตัวเองอีกหรอ แต่เรามีลูกด้วยกัน มันยากมากๆเลยค่ะ เพราะความรักไม่ใช่เรื่องของเรา 2 คน ยังมีแม่เรา ครอบครัวเขาอีก
ตอนนี้เครียดมากๆขอแค่ได้มาเขียนระบายก็ยังดี.
เรารู้สึกแบบนี้กับสามี เราแย่มั้ย?
เล่าย้อนไป 2 ปีแรกตอนแต่งงานเราแยกกันอยู่คนละจังหวัดค่ะเพราะสามีเราทำงาน เราอยู่บ้านเลี้ยงลูกคนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียวจนวันคลอดค่ะ
สามีเราดื่มหนัก เที่ยว ซึ่งเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จัก แต่เราก็โอเคเข้าใจกันดีมีไปออกทริปกับเขาบ้าง(ตอนยังไม่มีลูกนะคะ) แต่ปัญหามันเริ่มเกิดค่ะ ตอนที่เรามีลูกด้วยกัน
เรื่องเงินค่าเลี้ยงดูลูกเรายอมรับว่าบ้านเราค่อนข้างพร้อม และเลี้ยงดูลูกได้แบบไม่ขัดสน แต่เวลาที่สามีเราให้ลูกคือ ศูนย์ ค่ะน้อยมาก สามีเรากลับบ้านบางครั้งเดือนนึง ครั้งนึง สองเดือนครั้งนึง คือเขาไม่ได้อยู่กับลูกเลยค่ะ ความรู้เรื่องเด็ก การเลี้ยง คือไม่มีเลย
ทุกครั้งที่กลับบ้านมาคือเอาผ้ามาให้เราซัก แล้วเขาก็นอนค่ะ วันหยุดก็นอน ไม่บอกให้ช่วยดูลูกคือนอน เราทำทุกอย่างคนเดียว ยอมรับว่าเหนื่อยมากค่ะ เหนื่อยสุดๆ วันหยุดของเขาคือเที่ยว อาทิตย์ไหนไม่เที่ยวคือนอน ไม่ทำอะไรเลย เวลาเราพูดเขาจะบอกว่าเขาทำงานเหนื่อยแล้ว ขอเขาพักบ้าง
วันเวลาผ่านไปเขาก็เป็นอยู่แบบนี้ค่ะ จนลูกได้เกือบขวบ เราก็ไปทำงานค่ะ ให้แม่เราเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ก็มีปัญหากันกับเขาอีกจนเราต้องลาออก เขาให้เงินลูกเยอะจริงค่ะ ลูกไม่เคยขัดสน แต่เขาเจียดให้เราน้อยมากค่ะ เราก็เลยอยากทำงานคือบอกตรงๆเราไม่อยากง้อเงินจากเขานั่นแหละ จนสุดท้ายเราก็ต้องลาออก
เราก็กลับมาเลี้ยงลูกอยู่พักนึง จนเขาบอกเราว่าให้ย้ายมาอยู่กับเขาสิ มาทำงานที่นี่ด้วยกัน เราก็โอเคค่ะความคิดตอนนั้นคือก็ดีเหมือนกันหาสองคนผัวเมียดีกว่าหาคนเดียว
แต่ปัญหามันเกิดตอนเรามาอยู่ด้วยกันนี่แหละค่ะ เราเริ่มเห็นอะไรในตัวเขาที่เราไม่เคยเห็น หลายๆมุม เขาเป็นคนที่เอื่อยๆเปื่อยๆค่ะ ไม่ทำอะไรเลย เราทำทุกอย่างค่ะ ไม่เคยคิดจะช่วยเราทำอะไรเลย
ห้องเราเก็บ เขารื้อ รื้อแบบกระจุยกระจายแล้วเขาก็อยู่แบบนั้นอ่ะค่ะรอเรามาเก็บ เสื้อผ้า งานบ้าน ทุกอย่างของเขาคือเราทำหมด(เราไม่ใช่แม่บ้านนะคะเลิกงานมาเราก็มาทำค่ะ) คือมันเหนื่อยนะคะการที่เราทำอะไรไว้เรียบร้อยแล้วแต่อีกคนก็มารื้อ ทำรก มันเหมือนไม่นึกถึงคนเก็บเลย
(เราขอเพิ่มเติมนะคะ.ก่อนแต่งงานคือความรักของเราเป็นความรักแบบเราห่างกันคนละจังหวัดค่ะเจอกันได้แค่เสาร์-อาทิตย์)
จนพอเราได้มาอยู่กับเขาจริงๆเรารู้สึกว่าเขาไม่ทำอะไรเลยค่ะ เลิกงานมาเขาก็ถอดเสื้อผ้าแล้วนอน นอนแบบไม่ไปอาบน้ำอ่ะ ซึ่งตอนแรกๆที่คบกันมันไม่ใช่เลย คือเหงื่อๆกลับมาเขาก็นอนได้ แต่เราก็ไม่ได้พูดอะไรนะคะได้แต่มองดูเขาแค่นั้น
บางครั้งเราเลิกงานตีสอง ตีสาม ตอนเช้าเขาก็ปลุกเรารีดผ้าให้ เตรียมของให้ คือเราก็ทำงานเหนื่อยมาเหมือนกัน เขาน่าจะช่วยๆกันบ้างก็ไม่เลย
มันก็วนเวียนอยู่แบบนี้อ่ะค่ะ 5 ปีแล้ว จากที่เราเขียนมาทั้งหมดเราคิดว่าสามีเราเห็นแก่ตัว แล้วก็โยนภาระงานบ้านให้เราหมด ห้องจะรกแค่ไหนเขาก็อยู่ได้แต่เราอยู่ไม่ได้อ่ะ มันก็ต้องมีเก็บกวาดช่วยกันบ้าง
มีช่วงนึงเราหยุดงานกลับบ้านไป 2 อาทิตย์ กลับมาคือห้องเขารื้อของไว้ กระจัดกระจาย แล้วเราต้องมาเก็บ เพราะเราด่าเขา เขาก็จะทำหูทวนลม ทำมึน เหมือนรู้ว่ายังไงเราก็ต้องเก็บ คือเรามาคิดนะที่ผ่านมาเราคิดว่าเขาเป็นคนสะอาด แต่พอมาใช้ชีวิตด้วยกันจริงๆมันไม่ใช่เลย
ที่พีคคือ ผ้า 2 อาทิตย์ที่เราไม่อยู่เขาก็รอเรากลับมาซัก !! เราถามแล้วเขาว่าเอาอะไรใส่อ่ะ
เขาบอกใส่ซ้ำเอา!! โอ้โหยอมใจเลยจริงๆ 🤦🏻♀️
เขาเป็นคนเที่ยวหนักและดื่มหนักค่ะ แต่เที่ยวคือต่างจังหวัดเข้าป่านะคะไม่เที่ยวกลางคืน ดื่มก็ดื่มกับเพื่อนที่ทำงาน(เพื่อนๆที่รู้จักกันหมด) แต่มันบ่อยมากค่ะ อาทิตย์นึง 5 วัน หรือทั้งอาทิตย์เราก็มีไปด้วยบ้าง แต่ทุกวันแบบเขาเราก็ไม่ไหวค่ะ กลับดึกทุกครั้ง
ที่เราตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพราะเรารู้สึกว่ายิ่งเราเฉย ยิ่งเราทำความเข้าใจ เรายิ่งว่างเปล่าค่ะ เขายิ่งเป็นมากกว่าเดิม ทั้งๆที่มีลูกควรจะลดลงแต่มันกลับยิ่งหนักขึ้น จนกระทั่งตอนที่เราเขียนอยู่นี้เขาก็ยังดื่มอยู่ เขาไม่เจ้าชู้นะ แต่ขนาดนี้เราคิดว่าเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน
แต่จะให้เลิกกันไปง่ายๆชีวิตจริงมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น เราเคยเปิดใจคุยกับเขาแล้วเรื่องที่เราเขียนมาทั้งหมด ผลลัพธ์คือมันก็ดีขึ้นช่วงนึง ซึ่งมันก็กลับไปเป็นแบบเดิมอีก ถามว่าเราเสียใจมั้ยอาจจะเคย แต่ตอนนี้เราเหมือนตกตะกอนอ่ะค่ะ เป็นความคิดลึกๆในใจ
เราคิดเรื่องเลิกตลอดเวลา ก็มีเตรียมตัวเรื่องเก็บเงินไว้บ้าง แต่มานั่งทบทวนเขาก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด แต่เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองเลย
ความคิดเรานะคะงานบ้าน เลี้ยงลูก ไม่ควรเป็นภาระของผู้หญิงคนเดียวเลย โดยเฉพาะผัวเมียที่ทำงานด้วยกันทั้งคู่ เราก็ควรจะต้องช่วยกัน
ตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าความคิดของเราที่มีต่อเขามันดูไม่ให้เกียรติเขามั้ย หรือเราเองที่ต้องปรับตัวเอง
ที่น่าตลกคืออยู่ๆมันก็มีความคิดผุดมาในหัวว่าแบบ เรามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ตั้ง 5 ปีว่ะ ถามว่าเขาเคยขอโทษ เคยขอบคุณเราบ้างมั้ยก็ไม่เคย เราถึงมานั่งคิดกับตัวเองว่าที่เราทำมันก็ดีที่สุดแล้วนะ เขาไม่ให้เกียรติเรา แล้วเรายังจะไม่ให้เกียรติตัวเองอีกหรอ แต่เรามีลูกด้วยกัน มันยากมากๆเลยค่ะ เพราะความรักไม่ใช่เรื่องของเรา 2 คน ยังมีแม่เรา ครอบครัวเขาอีก
ตอนนี้เครียดมากๆขอแค่ได้มาเขียนระบายก็ยังดี.