ขอมองอีกมุมนะครับ เพราะผมคิดว่า นักลงทุนไทย และคนไทยกลัวเกินจริงไปเยอะ
ความจริงคือ เราจะต้องใช้ชีวิต "ร่วม" กับเชื้อโรคนี้ ไปอีกนานในอนาคต ดังนั้นการที่มีเคสแรก (รอบนี้) บอกให้รู้ว่า "เราอยู่ร่วมกับมันมาตลอด"
เชื่อโรคไม่ได้หายไปไหน แต่การใส่หน้ากาก การล้างมือ เว้นระยะห่าง คือสิ่งที่ทำให้ อัตราเกิดโรคต่ำมาก และ เราจะอยู่ร่วมกับมันได้ในอนาคต แม้จะเปิดประเทศ
"ตลาดหุ้นไทยกังวล เคสแรก ตลอดเวลา กดหุ้นไทยให้ไม่กล้าขึ้น" (คล้าย ช่วงที่ผมหนีตลาดหุ้นไทยไปเมืองนอก ก่อน 13 ตค ) แต่ความเป็นจริง การ lock down ปิดเมือง คงไม่เกิดอีกแล้ว
ดังนั้น ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย แต่เคสแรก จะนำไปสู่การปฏิบัติตัวที่ถูก พร้อมรับการเปิดประเทศในอนาคต เพราะเชื้อโรค จะอยู่ในโลกนี้ตลอดไป
แต่ข่าวดีคือ ยารักษา แบบตรงโรคกำลังจะมาแล้ว ณ ตอนนี้คือ ได้ผลดีในคนแข็งแรง และ หยุดการเติบโตไวรัสในคนไม่แข็งแรง
สุดท้าย COVID ก็จะเป็นเหมือนโรค ไข้หวัดใหญ่แบบหนึ่ง อย่าตกใจกลัวไปเลย
ศบค ศบศ ต้องเดินหน้าต่อไป แก้ไขเฉพาะจุดอ่อน "อย่ากลัวเกินไป"
.....การตรวจเจอ COVID ในประเทศ ผมมองว่าดีต่อ ตลาดหุ้นไทย .....และประเทศไทย
ความจริงคือ เราจะต้องใช้ชีวิต "ร่วม" กับเชื้อโรคนี้ ไปอีกนานในอนาคต ดังนั้นการที่มีเคสแรก (รอบนี้) บอกให้รู้ว่า "เราอยู่ร่วมกับมันมาตลอด"
เชื่อโรคไม่ได้หายไปไหน แต่การใส่หน้ากาก การล้างมือ เว้นระยะห่าง คือสิ่งที่ทำให้ อัตราเกิดโรคต่ำมาก และ เราจะอยู่ร่วมกับมันได้ในอนาคต แม้จะเปิดประเทศ
"ตลาดหุ้นไทยกังวล เคสแรก ตลอดเวลา กดหุ้นไทยให้ไม่กล้าขึ้น" (คล้าย ช่วงที่ผมหนีตลาดหุ้นไทยไปเมืองนอก ก่อน 13 ตค ) แต่ความเป็นจริง การ lock down ปิดเมือง คงไม่เกิดอีกแล้ว
ดังนั้น ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย แต่เคสแรก จะนำไปสู่การปฏิบัติตัวที่ถูก พร้อมรับการเปิดประเทศในอนาคต เพราะเชื้อโรค จะอยู่ในโลกนี้ตลอดไป
แต่ข่าวดีคือ ยารักษา แบบตรงโรคกำลังจะมาแล้ว ณ ตอนนี้คือ ได้ผลดีในคนแข็งแรง และ หยุดการเติบโตไวรัสในคนไม่แข็งแรง
สุดท้าย COVID ก็จะเป็นเหมือนโรค ไข้หวัดใหญ่แบบหนึ่ง อย่าตกใจกลัวไปเลย
ศบค ศบศ ต้องเดินหน้าต่อไป แก้ไขเฉพาะจุดอ่อน "อย่ากลัวเกินไป"