สะพานแขวนกับทะเลสาบสีฟ้า สุดฮิตในไอจี ! Olperehütte, Austria 🇦🇹

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ
เราเป็นมือใหม่เพิ่งหัดเขียนประสบการณ์ท่องเที่ยว
เป็นคนชอบถ่ายรูป แต่งรูปแล้วจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ
โดยสื่อสารเหมือนการเขียนไดอารี่ของเราเอง
ไว้อ่านเล่นๆ เพลินๆ อย่าจริงจังนะ 555 ไม่อ่านก็ดูรูปเฉยๆก็ได้
มีข้อมูลการท่องเที่ยวเมืองในยุโรปและประสบการณ์ที่เราไปมาแล้ว
ติดตามได้ในเพจข้างล่างนะคะ
https://www.facebook.com/rollingonearth/
Olperehütte, Austria 🇦🇹 

สะพานแขวนท่ามกลางขุนเขา ทะเลสาบสีฟ้าใส ที่เห็นกันบ่อยๆใน Instagram!! 

🚗 การเดินทาง : รถยนต์จาก Innsbruck  ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพอากาศและการจราจรค่ะ พอไปถึงอุทยาน จ่ายค่าผ่านทางคันละ 14 ยูโร

Tipp‼️ถ้าจองที่พักในอุทยานสามารถนำใบผ่านทางไปประทับตรา และเขียนวันที่เข้าพัก - วันที่ออก กับเจ้าของที่พักได้ค่ะ เราจะได้ไม่ต้องเสียค่าผ่านทางซ้ำในกรณีที่เราอยากออกไปเที่ยวหรือเดินเขาในบริเวณใกล้เคียง (เราพักภายในอุทยานค่ะ) 

🚌การเดินทางด้วยรถประจำทาง:
           🚞 : รถไฟจาก Innsbruck - Jenbach Train Station 
           🚞 : รถไฟจาก Jenbach Train Station - Mayrhofen im Zillertal 
           🚌 : นั่งบัสจาก Mayrhofen im Zillertal (สาย 4102) - สถานี Schlegeis Stausee 

แปะรอบรถบัสให้ด้านล่างนะคะ
Linie 4102 : https://www.zillertal.at/fileadmin/daten/Archiv/04_Service/Busfahrplaene/Sommer_2020/4102.pdf 

🏨 : เราพักกันในบริเวณอุทยานเลยค่ะ สะดวกมากๆ ทั้งที่จอดรถ อาหารการกิน เดี๋ยวเอาไว้จะมารีวิวที่พักอีกรอบนะคะ

⛰ถึงเวลาที่จะเดินขึ้นเขาแล้ววว

📍จุดหมายของเราคือ Olperehütte เป็นเหมือนจุดพักบนยอดเขา เป็นร้านอาหาร มีเครื่องดื่ม และเราสามารถไปพักบนนั้นได้ค่ะ แต่ต้องเข้าไปเช็คที่พักเรื่อยๆ เพราะจะเต็มเร็วมากในช่วงหน้าร้อน ตอนแรกเราก็อยากไปพักที่นี่ เราส่งอีเมล์ไปถามเค้าก่อน 2 สัปดาห์คือเต็มแล้วค่ะ ที่พักเราคิดว่าคงจะเป็นห้องเตียงรวม ห้องเดี่ยวน่าจะไม่กี่ห้องอันนี้ไม่แน่ใจ และห้องโถงนอนที่เตรียมที่ปูนอนมาเองหรือเช่าได้จากที่พัก (ไม่เคยเข้าไปพักนะคะอ่านตามที่เคยจะเข้าไปจอง) เช็คได้ในเว็บไซต์

https://m.olpererhuette.de/hut-holidays-zillertal.html

✔️จุด Start จะมีป้ายใหญ่ ๆ เลยค่ะ Olperehütte เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ความสูง 2,389 เมตร ระยะทางประมาณ 2.9 กิโลเมตร (อ้างอิงจาก Google Map) 

🔺สิ่งที่ควรเตรียม (จากความเห็นส่วนตัวนะคะ) 
✔️รองเท้าเดินเขา : แบบดีดีที่ดอกยากมันไม่ลื่นหรือเกาะได้ดี ไม่แน่นำรองเท้าแฟชั่นกีฬา หรือรองเท้าวิ่งธรรมดาค่ะ (พี่จ๋าทั้งหิน ทั้งชัน ทางช่วงมีน้ำไหลตรงทางขึ้นอันตราย ลื่นหรือข้อเท้าพลิกได้) 
✔️น้ำ 1-2 ลิตร/ คน (ดื่มน้ำสำคัญมากนะคะ คือมันเหนื่อยจริงๆ แต่ไปถึงด้านบนก็จะมีเบียร์เย็นๆให้ดื่มค่ะ)
✔️เสื้อคลุม, แจ็คเก็ต (ถ้าจะหน้าร้อนแต่พอขึ้นไปด้านบน ลมเย็นๆ พอตัวเลยค่ะ) 
✔️อาหารแห้ง, ขนมปัง(กรณีที่ขึ้นไปแล้วไม่ลงมาทันทีแต่ไปผจญภัยเส้นทางอื่นบนเขาต่อค่ะ ทริปที่เราไปเราเดินต่อไปอีก 9 ชั่วโมง เดี๋ยวมารีวิวอีกทีค่ะ) 
✔️เสื้อผ้าสวยๆ : กรณีที่อยากได้รูปแบบในไอจี ไม่ควรใส่เดรสปีนขึ้นมาค่ะ ควรใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับการเดินขึ้นเขา กางเกงผ้ายืด ระบายอากาศได้ดี เสื้อก็แล้วแต่สภาพอากาศ เสื้อยืดสำหรับหน้าร้อน เสื้อแขนยาวถ้าอากาศเย็น ถ้าอยากได้รูปเสื้อผ้าสวยๆ พรอพเริ่ดๆควรนำมาเปลี่ยนด้านบนค่ะ
✔️ไม้เท้าเดินป่า (ตอนที่เราไปเราไม่มีนะคะ แต่ไปถามคนที่ใช้มาช่วยเรื่องหัวเข่า และรักษาสมดุลของร่างกาย)

🔴 เราเริ่มออกเดินทางประมาณ 8:30 ความรู้สึกกับเส้นทางที่เดินขึ้นไป คือมันยากเลยค่ะ น้ำตาจะไหลคือจะบอกว่าส่วนตัวไม่ใช่คนออกกำลังกายทุกวัน มันเหนื่อยมากๆ ก่อนไปก็ตามอ่าน ศึกษาจากพี่ๆเพื่อนๆ ที่รีวิวไว้ แต่ก็ยังไม่เห็นเส้นทางขึ้นจริงจังว่าเป็นไปในลักษณะไหน เราก็เลยเอากล้องไปด้วยแล้วถ่ายมันทุกๆ 100 เมตร (อันนี้เว่อร์ไป555) แล้วเก็บมาให้เพื่อนๆพี่ๆคนใดที่สนใจได้ศึกษาเส้นทางก่อนมาค่ะ ☺️ ตอนแรกก็คิดว่าคงมีช่วงชันแค่ไม่นาน ด้านบนๆคงเดินสบายขอบอกตรงนี้ว่า ตลอดระยะเวลาที่เดินขึ้นไปคือ ชันตลอดค่ะ 😭 ช่วงแรกจะชันมาก ผ่านไปครึ่งทางความชันลดลงแต่หินเยอะ เดินยาก บางจุดมีน้ำไหลผ่าน จนเกือบถึงร้านอาหารด้านบน จะมีแค่ช่วงสั้นๆที่เป็นทางราบ ตอนนั้นคือนั่งหย่อนก้น พักใหญ่เลยค่ะ 😂 เหนื่อยใจจนท้อมากๆ แต่พอหันหลังกลับไปมันก็มีกำลังใจฮึดสู้ที่จะขึ้นไปให้ถึง ผ่านช่วงทางราบก็เป็นทางชันขึ้นไปอีกกว่าจะถึง ร้านอาหาร หอบเอาการเลยค่ะ 😂 ดูจากในรูปเหมือนจะใหญ่แต่พอไปจริงๆ เล็กกว่าที่คิดไว้เยอะเลย พื้นที่ตรงนั้นคือมีแค่จุดพัก ไม่มีลานกว้างๆเลย พอขึ้นไปถึงแล้วสามารถพักรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ กับวิวสวยๆได้เลยค่ะ ราคาไม่แพงมาก เหมือนกับร้านอาหารด้านล่าง (เราไม่ได้แวะพักนะคะ เรามีอาหารเตรียมขึ้นมาเอง) กว่าจะไปถึงก็เกือบ 2 ชั่วโมง เราแวะพักบ่อยและถ่ายรูปด้วยค่ะ

📸 จุดถ่ายรูปสะพานแขวน : เดินขึ้นต่อไปอีกนิดก็จะเห็นจุดถ่ายรูปที่ฮิตมากๆ สวยแบบตรึงใจว่าที่ไหนหนอต้องไปให้ได้ (เหมือนเรา🤣) ตอนที่ไปถึงประมาณ 10:30 ค่ะ ต่อแถวไม่ยาวเลย แค่ 2-3 คิว รอแค่ 10 นาที แต่หลังจากที่เราได้ถ่ายแล้วมีมาต่อยาวเลยค่ะ ในรูปเหมือนน่ากลัว ก็น่ากลัวจริงๆ 😂 ตอนเดินไปถ่ายแล้วสะพานมันเล็กๆเอง มันโยกแบบ เหมือนจะตก ด้านล่างเป็นลำธาร คนที่ถ่ายก็ต้องไปหาตำแหน่งที่ยืนกลางๆลำธาร 😂ถึงจะได้รูปสวยๆ พูดได้ว่าก็ลำบากทีเดียวกว่าจะได้รูปสวยๆ
📸 จุดถ่ายรูปตรงสะพานไม้ ตรงนี้ก็สวยนะคะ แต่ไม่มีคนมาต่อคิว ถ้ารอๆเบื่อๆมุมนี่ก็สวยค่ะ รวมถึงมุมอื่นๆ ทางด้านหน้า ก่อนถึงร้านอาหาร

📍เดี๋ยวจะลงรูปและรายละเอียดใต้รูปไว้นะคะ 


ทางเข้าอุทยาน จะมีเจ้าหน้าที่มาเดินเก็บเงินและแจกตั๋ว คันละ 14 ยูโร


ที่พักที่เราไปพักทั้งหมด 3 คืนค่ะ Zamsereck เป็นเจ้าของเดียวกันกับ Dominikushütte ตกคืนละ 33 ยูโร ถ้ารวมข้าวเช้า 37 ยูโร มีข้อแม้ว่าข้าวเช้าต้องเดินไปทานที่ Dominikushütte ห่างประมาณ 10-15 นาทีเดินเท้า รถยนต์ 2 นาที


มาถึงแล้วไปเดินเล่นที่สันเขื่อน วิวดีอากาศดีมากเลยค่ะ

ทางเริ่มต้นขึ้นไปชมวิวด้านบนจ้า 

ทางขึ้นช่วงแรกจะประมาณนี้เลยค่ะ มีทั้งหิน รากไม้ และชันมาก


ขึ้นไปประมาณกลางทาง ก็จะมีแต่ทางเดินที่เป็นหินแบบนี้เลยค่ะ เดินแบบก้าวยาวมาก บางจุดก็มีน้ำไหลผ่าน ลื่นได้ง่ายๆ

ยิ่งสูงทางก็ยิ่งมีหินเยอะ แต่ไม่ชันมากเหมือนช่วงแรก พอหันหลังกลับไปวิวสวยๆมากๆ 


ใกล้ถึงจุดหมายเต็มทีแล้วค่ะ ส่วนนี้จะเป็นตรงทางราบที่กล่าวมาข้างต้น แล้วใกล้ถึงจุดพักแล้วถ้าเราสังเกตเห็นกระท่อมไกลๆทางข้างบน

แวะถ่ายรูปช่วงทางราบค่ะ

เกือบถึงแล้วทุกคนนนน

ถึงแล้วค่าาาา Olperehütte แวะทานข้าว ดื่มน้ำ เบียร์ เย็นๆ กับวิวหลักล้าน ขึ้นมาเหนื่อยๆ มีแรงแน่นอน ! 

แวะถ่ายรูปจุดสะพานแขวนสุดฮิต กับบรรยากาศด้านบน เบื้องหลังที่เอามาฝากกันนะคะ 😊😊😊
Part 2 : พวกเราไม่หยุดแค่ที่ Olperehütte แต่เราเดินทางไปจุดพักอีกจุดที่ชื่อว่า Friesenberghaus และกลับลงมาด้านล่าง Dominikushütte รวมเกือบ 19 กิโลเมตร ระยะเวลา 9 ชั่วโมง เดี๋ยวมารีวิวอีกทีนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามและอ่านจนจบ หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆในกลุ่มไม่มากก็น้อยนะคะ








แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่