ขอเกริ่นก่อนนะครับว่าผมชอบทำบุญ รักษาศีล และสวดมนต์ตั้งแต่เด็ก และชอบฟังธรรมของพระพรหมคุณาภรณ์ หลวงพ่อชาทุกวันก่อนนอนครับ แต่เมื่อสองสามปีก่อนครับจู่ๆผมก็กำหนดรู้ลมหายใจตัวเองทั้งๆที่ไม่เคยคิดจะทำผมเลยคิดว่าตัวเองอาจจะฟังธรรมเยอะเกินไปจนหยุดฟังไปช่วงหนึ่งครับแต่ตอนที่หยุดฟังก็ยังทำอยู่ และจู่ๆก็พิจารณาร่างกายสังขารตัวเอง แยกหนังออกมา แขกเลือด กระดูก เนื้อ และอื่นๆออกออกเป็นกองๆ ผมตกใจมากครับว่าทำไมตัวเองถึงทำแบบนั้น เลยคิดว่าอาจจะคิดไปเอง ในแต่ละวันถ้าไม่กำหนดรู้ลมหายใจก็พิจารณาร่างกายจนผมตอนนี้ผมปลงตกเรื่องความตายและเริ่มที่จะไม่สนใจเรื่องคู่ครอง แฟน หรือคนคุยด้วยครับ ผมพยายามที่จะคุยกับใครสักคน หาแฟน แต่ทุกครั้งสมองมันชอบคิดไปเองเรื่องร่างกายสังขาร ผมนั่งมองเขาก็คิดว่าอันนี้หนังหุ้มกาย อันนี้ผมหนังนี้คิ้ว แล้วชอบนั่งมองแล้วคิดว่าถ้าเอาหนังออกจะเป็นเนื้อ เอ็น กระดูก หรืออื่นๆอะครับ แต่ผมก็ต่องพยายามที่จะหยุดคิด และผมเคยปล่อยตัวเองทำไปจนผมคิดว่าตัวเองเป็นโรคจิตแล้วครับ ทุกวันนี้พยายามจะไม่คิดหรือหาอย่างอื่นทำแต่ร่างกายก็ชอบกลับมากำหนดลมหายใจทั้งๆที่ผมไม่ชอบเลย เป็นแบบนี้สองสามปีแล้วครับ ทุกวันนี้ผมไม่เคยคิดจะมีอะไรกับใครแต่ในอีกมุมก็คิดว่าเราต้องแต่งงานนะ และพยายามช่วยตัวเองทุกวันตอนที่ล่วยตัวเองก็ดูทั้งคลิปโป๊ คิดถึงหน้าคนรัก แต่ก็เผลอคิดไปถึงหนัง ผม ขน เอาหนังมาให้เราหรืออื่นๆครับ ผมควรทำไงดีครับ ผมเคยไปปรึกษาจิตแพทย์ครับ เขาบอกว่าปกติดี แต่อาจจะเป็นเพราะเกิดความเคยชินเลยเป็นแบบนั้น และผมต้องการมาถามในมุมของพุทธศาสนาด้วยครับว่าแบบนี้คืออะไรครับ ผมอยากเลิกคิดถึงการพิจารณาสังขาร และอยากเลิกกำหนดรู้แต่ทำได้แป๊บก็ทำอีก ผมพยายามมาสามปีละครับ ผมแค่อยากทำบุญ อยากรักษาศีล และอยากสวดมนเฉยๆครับ เพราะคิดว่าอยากแต่งงาน แต่อันนี้ทำให้ผมตัดสินใจแต่งงานไม่ลงครับ แบบจะมีความคิดที่ว่า ไม่มีเรา ไม่มีเขา ไม่มีของเรา ไม่มีของเขา อันนี้เป็นสิ่งรวมธาตุทั้งสี่เฉยๆสักวันจะแตกดับ เนี่ยครับ มันชอบเป็นแบบนี้ครับ ช่วยตอบผมหน่อยครับ
อาการแบบนี้ควรทำยังไงครับ