“บิ๊กตู่”ยันเรือดำน้ำป้องอธิปไตยเมินปชป.คว่ำ-จ่อเปิดปท.ฟื้นศก.
"บิ๊กตู่" ลั่น ซื้อเรือดำน้ำไม่ได้ไว้ไปรบสู้กับใครแต่เป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ป้องอธิปไตย เมิน ปชป. ขู่โหวตสวน มั่นใจคุยพรรคร่วมได้ขออย่ายกเป็นประเด็น ขณะเตรียมผ่อนคลายมาตรการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นเศรษฐกิจ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าว ถึงกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำ ย้ำว่า เป็นเรื่องของกรรมาธิการฯ ที่กำลังพิจารณากันอยู่ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติไม่สนับสนุนการจัดซื้อเรือดำน้ำในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ก็เป็นเรื่องของพรรค แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องของกรรมาธิการฯ ซึ่งมีอยู่หลายพรรคด้วยกัน ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็ได้มีการอธิบายไปหมดแล้วถึงเหตุผลและความจำเป็นทั้งหมด รวมถึงงบประมาณที่มาซึ่งเป็นของกองทัพเรือและที่ผ่านมาก็ได้มีการแก้ปัญหาในปี 63 ไว้ให้แล้วส่วนหนึ่ง แต่โครงการอะไรก็ตามที่มีความต่อเนื่องและจำเป็นหรือไม่อย่างไรก็ต้องมีการพิจารณา ส่วนจะได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าอะไรก็ตามที่ต้องสร้างความมั่นคงปลอดภัยของพวกเรา ไม่ใช่เพื่อใครทั้งสิ้น เพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทย ทรัพยากรของชาติและทรัพยากรของแผ่นดิน ซึ่งไม่ได้มีไว้ไปรบ ไม่ได้มีไว้ไปสู้กับใคร แต่เป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ อธิปไตย และข้อสำคัญเป็นงบประมาณของกองทัพเรือ ซึ่งวันหน้าทุกคนก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด ถ้าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะกระทบความสัมพันธ์และการทำงานระหว่างพรรคร่วมหรือไม่ นั้น คิดว่า การทำงานระหว่างพรรคร่วมเป็นไปได้ด้วยดี จึงอย่ายกมาเป็นประเด็นและเป็นเรื่องของภายในที่ต้องบริหารกันเองให้ได้โดยพรรครัฐบาลก็ต้องคุยกัน แต่ก็สุดแล้วคนไม่ขอพูดตรงนี้
นายกฯ เตรียมผ่อนคลายมาตรการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นเศรษฐกิจ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าเรื่องกำลังหารือกันอยู่ในที่ประชุม ศบค.ว่าในพื้นที่ใดเหมาะสม ในการที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติก่อน รวมถึงหารือถึงมาตรการต่างๆ รองรับ โดยเฉพาะจะพิจารณาในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยวมากที่สุด โดยแนวทาวนั้นก็จะเริ่มรับในจำนวนน้อยก่อน ในรูปแบบ Sand Box ก่อน ที่จะต้องมีการจรวจสอบคัดกรอง ตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง และให้อยู่เป็นจุด ในการอยู่อาศัยท่องเที่ยวเท่านั้น ดังนั้นจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบครอบ โดยจะต้องไม่กระทบกับคนอื่น
นายกรัฐมนตรี ยังขอฝากกับประชาชนด้วยว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องทำเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ หากไม่ทำอะไรเลย สถานประกอบการก็จะถูกปิด แรงงานถูกเลิกจ้าง แล้วจะหาสิ่งไหนมาทดแทนให้ เพราะทุกคนมีภาระการใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถที่จะช่วยเหลือได้ทั้งหมด ดังนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องผ่อยคลายมาตรการต่างๆ และหามาตรการที่เหมาะสมมารองรับ โดยรัฐบาลเน้นการดูแลคนส่วนใหญ่ ที่ทุกคนจะต้องมาช่วยกันคิด เพื่อที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจย่ำแย่ไปมากกว่านี้ แต่สิ่งที่รัฐบาลทำทุกวันนี้ คือ การต่อลมหายใจทีละเล็กทีละน้อยให้กับทุกคน ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการต่างๆ ที่จะรองรับในหลายด้าน และขอให้ทุกคนมั่นใจว่า การจะทำอะไรต่างๆนั้น อยากให้ย้อนไปดูการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ที่มีมาตรฐานในการตรวจสอบและคัดกรอง ด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เช่น การติดตามตัว ที่สามารถติดตามตัวได้ทั้งหมด ที่สำคัญประชาชนในพื้นที่ต้องให้ความร่วมกัน เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือคนในพื้นที่ไม่ใช่ตนเอง แต่หากยังมีความยัดแย้งและโทษกันไปมา ประชาชนก็ได้รับผลกระทบและเสียผลประโยชน์ไป
ดังนั้นขอให้สื่อได้ร่วมมือกัน ในการสร้างความมั่นใจ ว่ารัฐบาลสามารถที่จะดูแลและจำกัดพื้นที่หากพบผู้ติดเชื้อได้ แต่วันนี้อยากให้ทุกคนมองในภาพใหญ่ อย่ามองปัญหาเล็กๆ จนทำให้เกิดปัญหาตามมา หากรัฐบาลไม่แก้ปัญหาอะไรเลย ก็จะถูกประชาชนตำหนิได้ เพราะวันนี้ยังมีคนตกงานและได้รับผลกระทบ หากมีการร้องขอรัฐบาลก็มีงบประมาณที่จำกัด ซึ่งขณะนี้วิกฤตโควิด-19 ทำให้การจัดเก็บรายได้ของประเทศลดลง ดังนั้นตนเองมีความจำเป็นที่ต้องมีการชี้แจง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ ซึ่งส่วนตัวแม้ถูกใครตำหนิก็ต้องอดทนทุกเรื่อง และที่ผ่านมา ก็อดทนมามาก ทั้งนี้ก็เพื่อประชาชนและประเทศชาติ ถ้าตนเองไม่ทำวันนี้ แล้วใครจะทำ หากจะรออนาคตหรือจะเลือกตั้งเปลื่ยนรัฐบาลใหม่ แล้วเวลาระหว่างรอใครมาแก้ปัญหาในขณะนี้ ที่หลายคนกำลังเจอวิกฤต ดังนั้นต้องทำวันนี้เพื่อวันข้างหน้าให้ดีไว้ ซึ่งต้องเริ่มดำเนินการไว้ตั้งแต่วันนี้ แล้ววันข้างหน้า ก็ค่อยๆ เดินไป เพราะประเทศไทยผ่านร้อน ผ่านหนาวมาแล้ว หากยังมีความขัดแย้งประเทศก็เดินไปไม่ได้
https://www.innnews.co.th/politics/news_756453/




⚙⚙⚙มาลาริน/ผู้นำดีจะพาพ้นภัย...“บิ๊กตู่”ยันเรือดำน้ำป้องอธิปไตยเมินปชป.คว่ำ-จ่อเปิดปท.ฟื้นศก.
“บิ๊กตู่”ยันเรือดำน้ำป้องอธิปไตยเมินปชป.คว่ำ-จ่อเปิดปท.ฟื้นศก.
"บิ๊กตู่" ลั่น ซื้อเรือดำน้ำไม่ได้ไว้ไปรบสู้กับใครแต่เป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ป้องอธิปไตย เมิน ปชป. ขู่โหวตสวน มั่นใจคุยพรรคร่วมได้ขออย่ายกเป็นประเด็น ขณะเตรียมผ่อนคลายมาตรการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นเศรษฐกิจ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าว ถึงกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำ ย้ำว่า เป็นเรื่องของกรรมาธิการฯ ที่กำลังพิจารณากันอยู่ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติไม่สนับสนุนการจัดซื้อเรือดำน้ำในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ก็เป็นเรื่องของพรรค แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องของกรรมาธิการฯ ซึ่งมีอยู่หลายพรรคด้วยกัน ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็ได้มีการอธิบายไปหมดแล้วถึงเหตุผลและความจำเป็นทั้งหมด รวมถึงงบประมาณที่มาซึ่งเป็นของกองทัพเรือและที่ผ่านมาก็ได้มีการแก้ปัญหาในปี 63 ไว้ให้แล้วส่วนหนึ่ง แต่โครงการอะไรก็ตามที่มีความต่อเนื่องและจำเป็นหรือไม่อย่างไรก็ต้องมีการพิจารณา ส่วนจะได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าอะไรก็ตามที่ต้องสร้างความมั่นคงปลอดภัยของพวกเรา ไม่ใช่เพื่อใครทั้งสิ้น เพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทย ทรัพยากรของชาติและทรัพยากรของแผ่นดิน ซึ่งไม่ได้มีไว้ไปรบ ไม่ได้มีไว้ไปสู้กับใคร แต่เป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ อธิปไตย และข้อสำคัญเป็นงบประมาณของกองทัพเรือ ซึ่งวันหน้าทุกคนก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด ถ้าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะกระทบความสัมพันธ์และการทำงานระหว่างพรรคร่วมหรือไม่ นั้น คิดว่า การทำงานระหว่างพรรคร่วมเป็นไปได้ด้วยดี จึงอย่ายกมาเป็นประเด็นและเป็นเรื่องของภายในที่ต้องบริหารกันเองให้ได้โดยพรรครัฐบาลก็ต้องคุยกัน แต่ก็สุดแล้วคนไม่ขอพูดตรงนี้
นายกฯ เตรียมผ่อนคลายมาตรการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นเศรษฐกิจ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าเรื่องกำลังหารือกันอยู่ในที่ประชุม ศบค.ว่าในพื้นที่ใดเหมาะสม ในการที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติก่อน รวมถึงหารือถึงมาตรการต่างๆ รองรับ โดยเฉพาะจะพิจารณาในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยวมากที่สุด โดยแนวทาวนั้นก็จะเริ่มรับในจำนวนน้อยก่อน ในรูปแบบ Sand Box ก่อน ที่จะต้องมีการจรวจสอบคัดกรอง ตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง และให้อยู่เป็นจุด ในการอยู่อาศัยท่องเที่ยวเท่านั้น ดังนั้นจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบครอบ โดยจะต้องไม่กระทบกับคนอื่น
นายกรัฐมนตรี ยังขอฝากกับประชาชนด้วยว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องทำเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ หากไม่ทำอะไรเลย สถานประกอบการก็จะถูกปิด แรงงานถูกเลิกจ้าง แล้วจะหาสิ่งไหนมาทดแทนให้ เพราะทุกคนมีภาระการใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถที่จะช่วยเหลือได้ทั้งหมด ดังนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องผ่อยคลายมาตรการต่างๆ และหามาตรการที่เหมาะสมมารองรับ โดยรัฐบาลเน้นการดูแลคนส่วนใหญ่ ที่ทุกคนจะต้องมาช่วยกันคิด เพื่อที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจย่ำแย่ไปมากกว่านี้ แต่สิ่งที่รัฐบาลทำทุกวันนี้ คือ การต่อลมหายใจทีละเล็กทีละน้อยให้กับทุกคน ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการต่างๆ ที่จะรองรับในหลายด้าน และขอให้ทุกคนมั่นใจว่า การจะทำอะไรต่างๆนั้น อยากให้ย้อนไปดูการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ที่มีมาตรฐานในการตรวจสอบและคัดกรอง ด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เช่น การติดตามตัว ที่สามารถติดตามตัวได้ทั้งหมด ที่สำคัญประชาชนในพื้นที่ต้องให้ความร่วมกัน เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือคนในพื้นที่ไม่ใช่ตนเอง แต่หากยังมีความยัดแย้งและโทษกันไปมา ประชาชนก็ได้รับผลกระทบและเสียผลประโยชน์ไป
ดังนั้นขอให้สื่อได้ร่วมมือกัน ในการสร้างความมั่นใจ ว่ารัฐบาลสามารถที่จะดูแลและจำกัดพื้นที่หากพบผู้ติดเชื้อได้ แต่วันนี้อยากให้ทุกคนมองในภาพใหญ่ อย่ามองปัญหาเล็กๆ จนทำให้เกิดปัญหาตามมา หากรัฐบาลไม่แก้ปัญหาอะไรเลย ก็จะถูกประชาชนตำหนิได้ เพราะวันนี้ยังมีคนตกงานและได้รับผลกระทบ หากมีการร้องขอรัฐบาลก็มีงบประมาณที่จำกัด ซึ่งขณะนี้วิกฤตโควิด-19 ทำให้การจัดเก็บรายได้ของประเทศลดลง ดังนั้นตนเองมีความจำเป็นที่ต้องมีการชี้แจง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ ซึ่งส่วนตัวแม้ถูกใครตำหนิก็ต้องอดทนทุกเรื่อง และที่ผ่านมา ก็อดทนมามาก ทั้งนี้ก็เพื่อประชาชนและประเทศชาติ ถ้าตนเองไม่ทำวันนี้ แล้วใครจะทำ หากจะรออนาคตหรือจะเลือกตั้งเปลื่ยนรัฐบาลใหม่ แล้วเวลาระหว่างรอใครมาแก้ปัญหาในขณะนี้ ที่หลายคนกำลังเจอวิกฤต ดังนั้นต้องทำวันนี้เพื่อวันข้างหน้าให้ดีไว้ ซึ่งต้องเริ่มดำเนินการไว้ตั้งแต่วันนี้ แล้ววันข้างหน้า ก็ค่อยๆ เดินไป เพราะประเทศไทยผ่านร้อน ผ่านหนาวมาแล้ว หากยังมีความขัดแย้งประเทศก็เดินไปไม่ได้
https://www.innnews.co.th/politics/news_756453/