สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ถ้าคุณยังไม่เคยพบแพทย์ มันจะเป็นข้อสงสัยของคุณเองและผู้อื่นตลอดไป
อย่าคิดไปเอง อย่าใช้สามัญสำนึก ต้องใช้หลักวิชาแพทย์เท่านั้น
ทำไมไม่เปลี่ยนข้อสงสัยของคุณให้เป็นความจริง ผู้อื่นจะได้หมดห่วงคุณไปด้วย
หลังจากคุณพบแพทย์แล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคอะไรหรือไม่
คุณต้องกลับมาเตรียมตัวต้อนรับมรสุมชีวิตลูกถัดๆไปอยู่ดี เช่นเดียวกับผู้อื่น เป็นธรรมดา
อย่าคิดไปเอง อย่าใช้สามัญสำนึก ต้องใช้หลักวิชาแพทย์เท่านั้น
ทำไมไม่เปลี่ยนข้อสงสัยของคุณให้เป็นความจริง ผู้อื่นจะได้หมดห่วงคุณไปด้วย
หลังจากคุณพบแพทย์แล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคอะไรหรือไม่
คุณต้องกลับมาเตรียมตัวต้อนรับมรสุมชีวิตลูกถัดๆไปอยู่ดี เช่นเดียวกับผู้อื่น เป็นธรรมดา
ความคิดเห็นจาก Expert Account
แสดงความคิดเห็น
หางานไม่ได้มา 3 เดือนแล้ว โรคซึมเศร้ากำลังกลับมา
แต่เรารู้สึก เครียด และเศร้ามาจริงๆ
เราทำงานมาได้ 2 ปี จนรู้สึกว่าตัวเองไม่โอเคกับชีวิตการทำงาน รู้สึกว่าที่ทำอยู่มันไม่ใช่ พยายามกดดันตัวเอง หางานใหม่แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ จนตัดสินใจ เรียกว่าหนีไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ 6 เดือน
สิ่งที่ได้คือ เรารู้สึกว่าอาการซึมเศร้าของเราดีขึ้น ไม่ได้รู้สึกเกลียด ไม่ว่าตัวเอง ไม่รู้สึกไม่ชอบตัวเองแล้ว
แต่พอตอนนี้ เรากลับมาช่วงโควิทระบาดพอดี
เราเริ่มหางานตั้งแต่อาทิตย์ที่กักตัวอยู่
จนกระทั้งวันนี้ ผ่านมา3เดือนแล้ว
มีเรียกสัมภาษณ์บ้าง แต่ผลคือเงียบ
อาทิตย์นี้ กำลังจะสิ้นเดือนอีกครั้ง
และความรู้สึกตอนนี้ คือรู้สึกแย่กับตัวเองมาก
มันรู้สึกว่าตัวเองคือภาระ ของพ่อกับแม่
ทั้งที่ตอนนี้เราควรทำงาน หาเงิน ดูแลท่าน
แต่ตอนนี้กลับอยู่ไปวันๆ ว่างเปล่า
บวกกับสัมภาษณ์งานไม่ได้ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าพอให้เขาเลือกอีกตั้งหาก
เราเริ่มรู้สึกว่า ความคิดเราตอนนี้มันไม่โอเคมากๆ
แต่ไม่รู้จะออกจากความคิดนี้ยังไง
รู้ว่าควรหาอะไรทำเพื่อพัฒนาตัวเอง ซึ่งที่ว่างผ่านมาก็พยายามแล้ว แต่พออาการเดิมที่เคยเป็นกลับมา มันสูบพลังเราไปหมด เราไม่อยากกลับไปเศร้า ไปจมดิ่งอย่างงั้นแล้ว
ใครเคยผ่านประสบการณ์นี้ หรือมีแนวทางแนะนำเรา หรือพูดคุย จะว่า จะเตือนสติ ให้กำลังใจกันและกัน มาคุยกันได้นะคะ
ขอบคุณมากค่ะ