สวัสดีครับผมจอร์น(นามสมมุติ) ผมได้คบหากับผญคนนึงที่อายุห่างกว่าผม6ปี ตอนนี้ผมอายุ27 เราได้คบหากันมาเป็นเวลา 6-7ปี
เราได้เจอกันที่ประเทศเบลเยี่ยม. ผมอาศัยที่เบลเยี่ยม ส่วนเทอเป็นนักศึกษาเเรกเปลี่ยน
วันนั้นผมได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงเเห่งหนึ่งได้เจอกับเธอ เธอเป็นคนน่ารักมีออร่าจนผมอดใจไม่ได้ที่จะจีบเธอ ผมได้ไปคุยขอเบอร์ตามประสาเสือซ้อนเล็บอย่างผม จนกระทั่งเราได้คุยกันเดือนถึงสองเดือน ผมก็ขอเทอเป็นเเฟน เธอก็ได้ตกลงทันที ผมดีใจมากๆ ตอนเราคบกันผมได้พาเทอไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ที่เธออยากจะไป . มาวันหนึ่งเธอบอกกับผมว่าเธอต้องกลับประเทศไทย ผมก็พยายามจะต่อวีซ่าให้เธอ เเต่เหมือนเธออยากกลับไปหาครอบครัว เเละกลับไปใช่ชีวิตที่ไทย ผมก็ยินดี เพราะผมคิดว่าถ้าห่างกันบ้างคงไม่เป็นไรถ้าใจเรานิ่งพอ จนเธอกลับไปถึงไทย เราก็ได้ติดต่อกันปกติ เเต่มีวันหนึ่งเธอได้พูดประโยคหนึ่งขึ้นมา ว่าเธอ จะหาคนใหม่คนที่อยู่ไกล้ๆ จังหวะนั้นใครได้ยินเเบบนี้ กินไม่ได้นอนไม่หลับหรอกครับพี่น้อง วันรุ่งขึ้นผมตัดสิ้นใจลาออกจากงาเพื่อจะกลับไปอยุ่ประเทศไทยกับเธอ เงินเก็บผมก็มีไม่มาก เเต่ใจตอนนั้นไม่สุขเเล้วครับ ครอบครัวผมสั่งห้ามกลับเด็ดขาด เเต่ด้วยความดื้อของผม ไม่มีใครห้ามได้ครับ
ผมได้หอบข้าวของกลับไทยทันที เเละได้มาใช้ชีวิตกับเธอ เป็นเวลา4ปี เธอบอกกับเเม่ผมว่าจะดูเเลเลี้ยงดูผมอย่างดี เธอก็ทำจริงๆครับ เเต่ถ้าไปกันไม่รอดเธอจะส่งค่าตั๋วเครื่องบินผมกลับเอง เพราะตอนนั้นผมมีเงินเเค่2พันยูโรติดตัวมา มันไม่พอใช้จ่ายหลายเดือนเเน่ๆ มาวันหนึ่งเราได้จดทะเบียนสมรสกันโดยที่พ่อเเม่ฝ่ายหญิงไม่รู้. เเต่พ่อเเม่ครอบครัวทางผมรู้หมด เราได้จดทะเบียนสมรสรวมถึงวันนี้ เป็นเวลา6ปี ซึ่งทำให้ผมคิดว่าต้องปรักหลักที่ไทยจริงๆ ในช่วง6ปีเทอพยายามขออย่าผมหลายครั้งเธออ้างว่าไม่อยากให้พ่อเเม่รู้ อยากจัดงานเเต่งจริงๆ เเต่ตอนจดทะเบียนเธอเป็นคนดึงมือผมไปเองนะ ผมก็คิดว่าจะต้องหางานที่ไทยทำ เพราะไม่อยากเหาะเทอกินอีก เเต่ต้องไปผ่านการเกรณ์ทหาร นั้นมันเป็นสิ่งที่เเฟนกลัวมาก ไม่รอดครับ ผมติดทหารจริงๆ ฉก นย . ผมติดทหาร 2ปี เเละได้ใช้ชีวิตในค่ายจนเหลืออีก1ปีที่ผมจะปลด.. ตอนนั้นผมจำได้ว่า คนรักผมกำลังเปลี่ยนไป เธอได้ ตีตัวออกห่าง บอกว่าต่อไปจะเชื่อพ่อกับเเม่เเล้ว
เเต่ที่ผมเห็นรูป ที่มีชายคนหนึ่งกำลงกอดเธอ ไปกินข้าวไปเที่ยวด้วยกัน เธอยิ้มมีความสุข ไม่เหมือนตอนอยู่กับผมเลย. ผมจำได้ว่าเธอกำลังคบชู้ เเต่เธอพยายามปฎิเสธ เธออยากเลิก ไม่ฟัง ไม่อะไรทั้งนั้น ตอนนั้นหัวใจผมเเตกสลายมาก ที่เห็นรูปเธออยู่กับชายในห้อง ผมร้องไห้ฟูมฟาย กโทหาพี่ชาย หาเพื่อน เเต่ผมออกมาจากค่ายไม่ได้ ได้เเต่ทำใจ ผมก็พยายามติดต่อเธอหลายครั้ง ส่งไป คือเเบบใจดีสู้เสือ ส่งหาเธอโทหาเธอ ถึงเธอจะไม่ตอบผมก็ยังส่ง เหตุผลที่เธอให้ผมมาคืออยู่กันไปก็ไม่มีไรดีขึ้น ไม่มีอนาคต คือเเบบเห้ย นี้กูทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับนะ (เเค่คิดในใจ) ผมได้ส่งไปหาชู้เธอ ส่งไปถามเพื่อนเธอ ทุกคนพยายามบลอคผม ชู้มันด้วย ! เเต่จากนั้นสองสามเดือน ผมเริ่มฟื้นจากพวังที่น่ากลัวนั้นได้ เริ่มดีขี้นเรื่อยๆเราก็ยังติดต่อกันเหมือนเดิม เเต่คุยในฐานะอะไรไม่รู้เพราะเรายังไม่หย่ากัน พอผมปลดทหาร เหมือนเธอจะกลับมาคุยกับผมดูเเลเอาใจใส่ผมมากขึ้น เเต่ผมก็ยังชล่าใจอยู่ กลัวจะเจ็บซํ้าๆเเต่เทอเหมือนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เธอไม่ได้พูด เเละไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็ไม่ว่าไร ผมคิดไว้เเล้วว่าถ้าจะกลับมาผมก็พร้อมให้อภัย ผมได้ตัดสิ้นใจกลับเบลเยี่ยมทันทีหลังจากปลดได้3เดือน เราก้ได้ติดต่อคบหากันเหมือนเดิม ผ่านไป1ปีที่กลับมาเบลเยี่ยม เหมือนผมกำลังจะโดนหลอกซํ้า ผมยังเห็นเธอคุยกับชู้คนนั้น กดloveในเฟส (ต้องบอกก่อนว่าเธอไม่รับผมเป็นเพื่อนในเฟส เเละครอบครัวของม ) ซึ่งในเฟสเทอผมไม่สามรถดูได้ เเต่ส่งข้อความหาได้ เเต่มีเพื่อนหวังดีส่งมาให้ดุ ซึ่งผมก็รู้สึกเจ้บนะ เเต่ไม่เจ่บเท่าครั้งเเรก ผมไม่รู้จะทำไงต่อ เเต่ผมไ้บอกเธอไปว่าให้เราจบกันเเค่นี้นะ . เธอก็ยงไม่ยอมรับผิด เเล้วพยายามยัดเยียดให้ผมดูเเย่ ผมอาจจะเล่าไม่ค่อยดีนะครับขออภัยด้วย เพื่อนๆคิดเห้นยังไงครับ ผมควรไปต่อหนือพอเเค่นี้
จะไปต่อหรือพอเเค่นี้
เราได้เจอกันที่ประเทศเบลเยี่ยม. ผมอาศัยที่เบลเยี่ยม ส่วนเทอเป็นนักศึกษาเเรกเปลี่ยน
วันนั้นผมได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงเเห่งหนึ่งได้เจอกับเธอ เธอเป็นคนน่ารักมีออร่าจนผมอดใจไม่ได้ที่จะจีบเธอ ผมได้ไปคุยขอเบอร์ตามประสาเสือซ้อนเล็บอย่างผม จนกระทั่งเราได้คุยกันเดือนถึงสองเดือน ผมก็ขอเทอเป็นเเฟน เธอก็ได้ตกลงทันที ผมดีใจมากๆ ตอนเราคบกันผมได้พาเทอไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ที่เธออยากจะไป . มาวันหนึ่งเธอบอกกับผมว่าเธอต้องกลับประเทศไทย ผมก็พยายามจะต่อวีซ่าให้เธอ เเต่เหมือนเธออยากกลับไปหาครอบครัว เเละกลับไปใช่ชีวิตที่ไทย ผมก็ยินดี เพราะผมคิดว่าถ้าห่างกันบ้างคงไม่เป็นไรถ้าใจเรานิ่งพอ จนเธอกลับไปถึงไทย เราก็ได้ติดต่อกันปกติ เเต่มีวันหนึ่งเธอได้พูดประโยคหนึ่งขึ้นมา ว่าเธอ จะหาคนใหม่คนที่อยู่ไกล้ๆ จังหวะนั้นใครได้ยินเเบบนี้ กินไม่ได้นอนไม่หลับหรอกครับพี่น้อง วันรุ่งขึ้นผมตัดสิ้นใจลาออกจากงาเพื่อจะกลับไปอยุ่ประเทศไทยกับเธอ เงินเก็บผมก็มีไม่มาก เเต่ใจตอนนั้นไม่สุขเเล้วครับ ครอบครัวผมสั่งห้ามกลับเด็ดขาด เเต่ด้วยความดื้อของผม ไม่มีใครห้ามได้ครับ
ผมได้หอบข้าวของกลับไทยทันที เเละได้มาใช้ชีวิตกับเธอ เป็นเวลา4ปี เธอบอกกับเเม่ผมว่าจะดูเเลเลี้ยงดูผมอย่างดี เธอก็ทำจริงๆครับ เเต่ถ้าไปกันไม่รอดเธอจะส่งค่าตั๋วเครื่องบินผมกลับเอง เพราะตอนนั้นผมมีเงินเเค่2พันยูโรติดตัวมา มันไม่พอใช้จ่ายหลายเดือนเเน่ๆ มาวันหนึ่งเราได้จดทะเบียนสมรสกันโดยที่พ่อเเม่ฝ่ายหญิงไม่รู้. เเต่พ่อเเม่ครอบครัวทางผมรู้หมด เราได้จดทะเบียนสมรสรวมถึงวันนี้ เป็นเวลา6ปี ซึ่งทำให้ผมคิดว่าต้องปรักหลักที่ไทยจริงๆ ในช่วง6ปีเทอพยายามขออย่าผมหลายครั้งเธออ้างว่าไม่อยากให้พ่อเเม่รู้ อยากจัดงานเเต่งจริงๆ เเต่ตอนจดทะเบียนเธอเป็นคนดึงมือผมไปเองนะ ผมก็คิดว่าจะต้องหางานที่ไทยทำ เพราะไม่อยากเหาะเทอกินอีก เเต่ต้องไปผ่านการเกรณ์ทหาร นั้นมันเป็นสิ่งที่เเฟนกลัวมาก ไม่รอดครับ ผมติดทหารจริงๆ ฉก นย . ผมติดทหาร 2ปี เเละได้ใช้ชีวิตในค่ายจนเหลืออีก1ปีที่ผมจะปลด.. ตอนนั้นผมจำได้ว่า คนรักผมกำลังเปลี่ยนไป เธอได้ ตีตัวออกห่าง บอกว่าต่อไปจะเชื่อพ่อกับเเม่เเล้ว
เเต่ที่ผมเห็นรูป ที่มีชายคนหนึ่งกำลงกอดเธอ ไปกินข้าวไปเที่ยวด้วยกัน เธอยิ้มมีความสุข ไม่เหมือนตอนอยู่กับผมเลย. ผมจำได้ว่าเธอกำลังคบชู้ เเต่เธอพยายามปฎิเสธ เธออยากเลิก ไม่ฟัง ไม่อะไรทั้งนั้น ตอนนั้นหัวใจผมเเตกสลายมาก ที่เห็นรูปเธออยู่กับชายในห้อง ผมร้องไห้ฟูมฟาย กโทหาพี่ชาย หาเพื่อน เเต่ผมออกมาจากค่ายไม่ได้ ได้เเต่ทำใจ ผมก็พยายามติดต่อเธอหลายครั้ง ส่งไป คือเเบบใจดีสู้เสือ ส่งหาเธอโทหาเธอ ถึงเธอจะไม่ตอบผมก็ยังส่ง เหตุผลที่เธอให้ผมมาคืออยู่กันไปก็ไม่มีไรดีขึ้น ไม่มีอนาคต คือเเบบเห้ย นี้กูทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับนะ (เเค่คิดในใจ) ผมได้ส่งไปหาชู้เธอ ส่งไปถามเพื่อนเธอ ทุกคนพยายามบลอคผม ชู้มันด้วย ! เเต่จากนั้นสองสามเดือน ผมเริ่มฟื้นจากพวังที่น่ากลัวนั้นได้ เริ่มดีขี้นเรื่อยๆเราก็ยังติดต่อกันเหมือนเดิม เเต่คุยในฐานะอะไรไม่รู้เพราะเรายังไม่หย่ากัน พอผมปลดทหาร เหมือนเธอจะกลับมาคุยกับผมดูเเลเอาใจใส่ผมมากขึ้น เเต่ผมก็ยังชล่าใจอยู่ กลัวจะเจ็บซํ้าๆเเต่เทอเหมือนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เธอไม่ได้พูด เเละไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็ไม่ว่าไร ผมคิดไว้เเล้วว่าถ้าจะกลับมาผมก็พร้อมให้อภัย ผมได้ตัดสิ้นใจกลับเบลเยี่ยมทันทีหลังจากปลดได้3เดือน เราก้ได้ติดต่อคบหากันเหมือนเดิม ผ่านไป1ปีที่กลับมาเบลเยี่ยม เหมือนผมกำลังจะโดนหลอกซํ้า ผมยังเห็นเธอคุยกับชู้คนนั้น กดloveในเฟส (ต้องบอกก่อนว่าเธอไม่รับผมเป็นเพื่อนในเฟส เเละครอบครัวของม ) ซึ่งในเฟสเทอผมไม่สามรถดูได้ เเต่ส่งข้อความหาได้ เเต่มีเพื่อนหวังดีส่งมาให้ดุ ซึ่งผมก็รู้สึกเจ้บนะ เเต่ไม่เจ่บเท่าครั้งเเรก ผมไม่รู้จะทำไงต่อ เเต่ผมไ้บอกเธอไปว่าให้เราจบกันเเค่นี้นะ . เธอก็ยงไม่ยอมรับผิด เเล้วพยายามยัดเยียดให้ผมดูเเย่ ผมอาจจะเล่าไม่ค่อยดีนะครับขออภัยด้วย เพื่อนๆคิดเห้นยังไงครับ ผมควรไปต่อหนือพอเเค่นี้