เซ่นไหว้เจ้าที่

............... ผืนดินบ้านนาสมัยเมื่อสี่สิบปีก่อน  ชาวนายังไม่ได้ใช้สารเคมีการเกษตรมากนัก ดินจึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา และลัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำพวกกบ โดยเฉพาะภายหลังฝนตกในยามคำคืนจะชุกชุมมาก  ชาวบ้านจะออกไป ตีกบ หรือบางคนปักเบ็ด วางตาข่ายวางไซดักปลา

คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่น้าจันกับไอ้สมสองน้าหลานได้ชักชวนกันไปปักเบ็ด ที่หนองน้ำติดกับนาของเฒ่าคำอิน  หนทางลูกรังอาศัยว่ามีจักรยานจึงซ้อนท้ายกันไป แล้วค่อยลงไปเดินลัดทุ่ง  การไปกลับหนทางค่อนลำบากจึงตกลงกันว่าจะไม่มากู้เบ็ดในตอนเช้า แต่จะเลือกนอนค้างรอที่ห้างนาของเฒ่าคำอินที่เป็นคนเอ่ยปากบอกเอง  ปลาที่หนองน้ำใกล้นาของแกชุมมากให้ลองไปหาดู นัยว่าท้าทายน้าจันที่เป็นมีวิชาว่าจะกล้าไหม เพราะที่นาโอบล้อมด้วยป่า  ลือกันว่าเจ้าที่แรง เฒ่าไม่เคยนอนเฝ้านาเลย แต่ที่นาได้ข้าวเต็มยุ้งฉางทุกปี โดยมีข้อแม้จะต้องหมั้นเซ่นไหว้เจ้าที่  แล้วยังแนะนำน้าจันด้วยว่า หากอยากหาปลาได้เยอะให้เซ่นไหว้เจ้าที่ก่อนด้วย   

ฝนตกพรำๆ สลับกับฟ้าแลบฟ้าร้อง เสียงลมพัดดังอู้ทำให้ไอ้สมหนาวสั่นยิ่งนัก กลางวันนาของเฒ่าคำอินก็ดูธรรมดา ผิดกับกลางคืนจะดูเปลี่ยวมากบรรยากาศมันวังเวงจับใจ  น้าจันพาเดินนำผ่านศาลเล็กๆ ที่เฒ่าคำอินปลูกเอาไว้วางของเซ่นไหว้เจ้าที่ ไอ้สมเอาข้าวต้มมัดไปวาง  น้าจันบอกไม่ต้องฟังคำโม้ของเฒ่าเจ้าของนานักหรอก  

ภายหลังวางเบ็ดไว้รอเวลาอีกชั่วโมง  สองน้าหลานช่วยกันฉายไฟส่องค้นหาตามพงหญ้าริมน้ำ  ปลาช่อนตีน้ำดังโครมพยายามสะบัดให้หลุดจากคมเบ็ด ไอ้สมวิ่งไปคว้าคันเบ็ดขึ้นมาชูให้ดู  

“ว่าแล้วแถวนี้ปลาชุมมาก ไม่ทันถึงเที่ยงคืนได้มาใส่ข้องใหญ่ๆ แล้ว” เด็กหนุ่มยิ้มหน้าบาน ตนเองเซ่นไหว้เจ้าที่แล้วได้มาเยอะเลย ผิดกับน้าจันที่ส่ายหัวดิก เบ็ดที่ปักไว้ไม่ยักได้ปลา แต่เหยื่อหายไป ต้องใส่เหยื่อใส้เดือนลงไปใหม่

“ชุมจริงอย่างว่า แต่ทำไมแถวนี้ ไม่มีคนมาล่ะน้า”

“เอ็งก็น่าจะรู้คนในหมู่บ้าน เขากลัวอะไรเลยไม่กล้ามาหาทางนี้”

 “อ๋อ ที่กลัวกันเพราะช่วงนี้ มีข่าวลือเรื่องบ้านเรามีผีโพงใช่ไหมน้า”

  “เฮ้ย! กลางค่ำกลางคืนใครเขาให้พูดถึง”

ไม่ทันสิ้นคำพูดของน้าจัน บนตลิ่งข้างหน้าประมาณห้าสิบเมตรเห็นแสงตะเกียงดวงใหญ่คล้ายคนถือ และกำลังก้มลงเก็บอะไรบางอย่าง ไอ้สมร้องเฮ้ยมีคนมาลักกู้เบ็ดของพวกตน ผิดกับอาการของน้าจันที่สุขุมกว่า มองอย่างชั่งใจ ตนเองก็มีดีในตัวเรื่องวิชาอาคม  ไม่มีกลัวภูตผีพวกนี้ แล้วกางแขนกันไอ้สมบอกให้ถอยไป  มีดเหน็บพกติดเอวถูกชักออกมาท่าทางขึงขัง ข่าวลือพักนี้ว่ามีคนพบเจอผีโพง ตนเองถ้าจะเจอมันแล้ว จะขอดูหน้ามันหน่อยว่าเป็นใคร

“อยากดูหน้าให้มันชัดๆ ใครกันที่เป็น เอ็งไม่ต้องตามมา เกิดมันสู้จะได้ไม่เกะกะ เดี๋ยวจะโดนลูกหลง”

“น้าจันถอยมาเถอะ ปลาตัวนั้นแบ่งให้เขากินไป คืนนี้เราก็ได้เยอะแล้ว แบ่งๆ ไปบ้าง” ไอ้สมร้องห้ามเสียงอ่อยซึ่งไม่เป็นผล น้าจันตรงเข้าไปเงื้อมีด แล้วตามมาด้วยเสียงร้องโอ๊ยเป็นเสียงยายแก่  ร่างนั้นวิ่งเตลิดออกไปจนผ้าถุงปลิว แสงไฟส่องแสงวูบวาบสีออกเขียว มันไม่ใช่แสงตะเกียงปกติแล้ว มันเป็นแสงจากตัวผีโพง ไอ้สมยืนตัวแข็งทื่อ จะวิ่งก็ก้าวขาไม่ออก โชคดีที่น้าจันเดินย้อนกลับมา เก็บมีดคืนฝัก  ทำเสียงจิ๊กจั๊กในปากอย่างไม่ได้ดั่งใจ  

    
 “มันหนีไปได้” 

น้าบอกฟันโดนเต็มๆ คมมีดไม่กินเนื้อเลยอาคมมันแน่ แล้วก็บอกว่าวันพรุ่งนี้เช้าจะไปบอกนายบ้าน เรื่องยายคำกองเป็นผีโพง ไอ้สมพึมพำในคอเบาๆ ยายคำกองไปได้ผัวที่บ้านอื่นพึ่งย้ายกลับมาหลังจากผัวตาย ไม่มีลูกแต่มีหลานสาววัยสิบเจ็ดคือคำแก้วคอยดูแล เพราะยายแกป่วยกระเซาะกระแซะ นอนซมอยู่แต่ในบ้าน ไอ้สมไม่อยากเชื่อว่าผีโพง จะเป็นยายของคำแก้วคนสวยที่ตนเองแอบหมายปอง  

บนห้างนา สองน้าหลานนั่งนอนอยู่กันเงียบๆ อีกสามชั่วโมงก็จะสว่างแล้ว   เด็กหนุ่มคลี่ผ้าขาวม้าคลุมตัวกะจะงีบหลับ แต่ถูกรบกวนจากเสียงหมาคล้ายเห่าขับไล่ ต้นเสียงน่าจะอยู่แถวๆ ศาลเจ้าที่  ทำเอาใจคอไม่สู้ดี คิ้วขวามันกระตุกชอบกล นึกกลัวผีโพงจะย้อนกลับมา ใจอยากร้องขอกลับบ้านแต่มันยังไม่สว่าง เกรงน้าจะดุเอา ขณะที่น้าจันนั่งห้อยขา เอาห่อยาเส้นกับใบตองแห้งมาจุดสูบ แล้วถอนหายใจหลายที  ไอ้สมถามโดยที่ไม่ได้หันหน้ามา ได้ความว่าแกปวดหัว มีอาการคล้ายจะเป็นไข้ ยูกยาก็ไม่ได้พกติดย่ามมาด้วย

“กลับกันเลยไหมน้า ปลาเราก็ได้มาเยอะแล้ว”

“เออ  ดีเหมือนกันว่ะ”
 
พอเขาพลิกตัวกลับมาถึงกับร้องเฮ้ย! ในความมืดสลัว มองเห็นคนไร้หัว นิ้วมือยังคีบบุหรี่ติดไฟอยู่เลย พอขยี้ตมองดูให้ดีคือน้าจันเอง 

“เอ็งร้องตกใจอะไรวะ!” 

“ไม่มีอะไรจ้ะน้า ฉันตาฝาดไปเอง” 

เพราะคิดมากเรื่องเจอผีโพง เลยทำให้ประสาทไม่ปกติ น้าจันหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงเย็นยะเยือก มือสะพายย่ามกับข้องปลาได้ก็เดินนำไปจนมาใกล้ศาล  เด็กหนุ่มมองเห็นหมาใหญ่ตัวสีดำยืนเห่ากรรโชก มีบางอย่างในป่าละเมาะที่จ้องจะเข้ามาทันใดนั้นมันก็กระโจนกรวดไล่  น้าจันบอกว่าเพราะเฒ่าคำอินมักเอาของมาเซ่นไหว้มาวางไว้ ทำให้มีหมามากิน หมาดำตัวนี้คงเป็นของเฒ่าคำอิน มันคอยเห่าขับไล่หมาจากที่อื่น 

เมื่อคืนกลับมาถึงบ้านตีห้า น้าจันมาถึงก็รีบบอกเมียกับไอ้น้อยลูกชายเรื่องที่ไปพบยายคำกองเป็นผีโพง  ไอ้สมรู้สึกปวดหัวเหมือนจะเป็นไข้เลยขอยากินดักไว้ก่อนแล้วกลับมานอนบ้าน  กว่าจะตื่นมาก็สายโด่ง   มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อแม่มาเคาะผนังเรียก ทำเอาตกใจผงะตื่นขึ้นมา  พ่อกับเพื่อนบ้านหลายคนต่างวิ่งไล่หลังตามมา หลังกลับจากบ้านของน้าจัน 

“สม! เมื่อคืนลูกกับน้าจันไปหาปลาที่ไหนมา” 

“ก็ไปหาที่ใกล้นาของเฒ่าคำอินไงแม่ ปลาผมขังไว้ในกะละมัง แม่เห็นหรือยัง”  

 “เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! จันตายแล้ว เมียมันกับไอ้น้อยก็ตายทั้งบ้านเลย” 

เวลานี้ที่บ้านของน้าจันมีคนพลุ่กพล่านมาก ไอ้สมถูกตามให้ปากคำกับนายบ้านก็บอกไปตามจริงไม่ได้ปิดบัง  เรื่องที่ไปปักเบ็ดที่ใกล้นาของเฒ่าคำอินเมื่อคืน น้าจันบ่นปวดหัวคล้ายจะเป็นไข้จึงพากันกลับมาก่อนสว่าง  

นายบ้านให้คนไปตามนายแพทย์ประจำตำบลมาชันสูตรศพหาสาเหตุการตาย  พอไปดูอาหารมื้อเช้าที่คนตายกินมันเป็นแกงเห็ดป่า หมอสรุปได้ทันที เห็ดมีพิษทำให้คนตายเพราะดูจากร่องรอย ไม่ได้ถูกทำร้ายเหมือนหลับตายไปเฉยๆ โดยที่ทรัพย์สินในบ้านไม่ได้ถูกรื้อค้น  ในขณะที่ด้านล่างชาวบ้านกำลังถกเถียงกันถึงก้านกล้วยปริศนา ที่ปักจมพื้นดินทั้งที่พื้นปนกรวดไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่จะมีความเชื่อกันมาก

“ผีโพงมันทำคุณไสย ขว้างก้านกล้วยข้ามหลังคา ข้ามบ้านใครบ้านนั้นตายหมดบ้าน บอกแล้วใช่ไหมเวลาตัดเอาก้านกล้วยมาฉีกเอาใบตอง ให้หักก้านกล้วยทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นผีโพงมันจะใช้ได้”

แล้วก็มีคนหนึ่งเอ่ยชื่อยายคำกอง ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย ตั้งแต่แกย้ายมาก็มีคนพบเห็นผีโพงบ่อยครั้ง  แม้จะพบตามไร่นาหากินกบเขียด แต่มันก็ทำให้คนไม่กล้าออกนอกบ้านเวลากลางคืน  ร้องขอนายบ้านให้จัดการที ขณะที่นายบ้านฟังคำหมอ เชื่อที่คนตายเพราะกินเห็ดพิษ

“ข้าจะเอาความเชื่อของชาวบ้าน มาปรักปรำเอาความผิดยายคำกองไม่ได้ หมอเขาก็ยืนยันชัดพ่อแม่ลูกตายเพราะกินเห็ดพิษ”

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่