ถ้ารู้สึกอึดอัดเพราะมีญาติมาอาศัยอยู่ด้วย เพราะเค้าต้องย้ายบ้านแต่ย้ายไม่เสร็จสักที แบบนี้เราเป็นคนใจแคบมั้ยคะ

ต้องขอออกตัวก่อนเลยนะคะ ว่าเจ้าของกระทู้ไม่ใช่คนดีมีน้ำใจอะไรมากมายอยู่แล้ว แต่อยากทราบความเห็นเพิ่มเติมจากเพื่อนว่า
อ่านเรื่องราวแล้ว คิดว่าเราใจแคบมากไปรึป่าวค่ะ

เรื่องเริ่มจากบ้านญาติเดิมเปิดเป็นร้านขายของอยู่ แล้วบ้านเป็นสัญญาเช่ารายปี แต่เนื่องจากหมดสัญญาเช่ารายปีแล้ว และเจ้าของตึกต้องการเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือน ญาติเลยแพลนว่าจะย้ายออกเพราะไม่อยากจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน โดยที่ญาติมีบ้านที่ซื้อขาดเป็นของตัวเอง3-4ที่ แต่ว่าปล่อยให้คนเช่าซะส่วนใหญ่ แล้วตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกหลังไหนมารีโนเวทเพื่ออยู่เอง แล้วด้วยความที่เป็นครอบครัวที่ชิลมากๆ เลยปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปเรื่อย จนต้องจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือนเพื่ออยู่ที่เดิมต่อไปก่อน ผ่านมาเป็นเวลาเกือบปี กว่าจะตัดสินใจเลือกบ้านที่ตัวเองปล่อยเช่าอยู่มา 1 หลังเพื่อรีโนวเวทอยู่เอง โดยที่มีแพลนจะย้ายไปอยู่ตั้งแต่ต้นปี2020 แต่ด้วยความชิลของทั้งเจ้าของบ้านและช่างที่รีโนวเวท กว่าที่บ้านจะเสร็จ จนจะย้ายออกจากบ้านเก่าเป็นก็เลยเป็นช่วงกลางปี 2020

และแล้วฤกษ์ย้ายบ้านก็มาถึง วันที่ญาติย้ายบ้าน เจ้าของกระทู้ไปเที่ยวตจวพอดี เราไปตจวเสาร์-อังคาร ได้ยินจากแม่มาว่าญาติจะย้ายบ้านวันจันทร์ ตัวเราเองคิดว่ากลับมาจากตจวแม่คงไปอยู่บ้านใหม่ญาติเฮฮาปาร์ตี้บ้านใหม่ แต่ๆๆๆๆพอแฟนกลับมาส่งที่บ้านวันอังคาร พ่ามมมมมมมม เจอญาติมาอยู่ที่บ้านแบบไม่คาดฝัน ด้วยความที่เป็นญาติสนิทก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก คงมาอยู่แปปๆ แต่ในใจก็คิดว่าเอ...จะมาอยู่กี่วันนะ เพราะแถวบ้านเจ้าของกระทู้จะมีรถเยอะ มักจะมีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ปกติแฟนมาก็หาที่จอดไม่ค่อยจะมี แล้วนี่ญาติมาอยู่มีรถเพิ่มมาอีกคัน แต่ก๋ทำอะไรไม่ได้ค่ะ เค้ามาอยู่แล้วนี่นา แถมสนิทกันมากด้วย จะพูดอะไรก็ไม่ได้

แต่พอเวลาผ่านมาจนวันนี้เกือบจะ 1 เดือนเต็มแล้ว บ้านใหม่ที่รีโนเวทจิงๆก็พร้อมอยู่แล้ว ญาติก็ยังไม่ได้ย้ายไปซะที ตัวเราเป็นเด็กจะพูดอะไรก็จะกลายเป็นเด็กไม่ดี แต่เราก็จะมีบ่นๆกับแม่บ้าง แต่แม่ก็จะปกป้องมากๆ เพราะแม่เราเป็นคนดีม๊ากมากเป็นคนรักญาติรักฝูง บ้านญาติเราในอดีตเป็นร้านขายของ ก็จะมีของเยอะเป็นพิเศษ แม่ก็เราก็พยายามบอกว่า ของบ้านเค้าเยอะ เลยต้องค่อยๆย้าย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปทำบุญต่างจังหวัด พออีกวันกลับมา ญาติก็จะไปอยู่บ้านใหม่แล้วแหละ แต่...สุดท้ายก็ยังไม่ได้ไปซะที 

ทุกวันเค้าก็จะขับรถไปเก็บของ ขับรถไปบ้านใหม่ ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงย้ายไม่เสร็จซะที บางวันตื่นเช้าไปทำธุระ บางวันตื่นสายก็ขับไปบ้านใหม่ เย็นก็กลับมานอนบ้านเรา ญาติเราปัจจุบันไม่ได้ทำงานประจำ ร้านที่ขายของเดิมก็ต้องปิดเพราะหมดสัญญาเช่าไปแล้ว นี่เป็นเดือนก็แล้วก็ยังย้ายไปอยู่บ้านใหม่ไม่ได้ แม่เราก็ต้องเป็นคนทำกับข้าวให้กิน เราก็ต้องซื้อของเข้าบ้านเยอะขึ้นเพราะคนอยู่เยอะขึ้น ผ้าต้องซักบ่อยขึ้น ไฟก็ใช้มากขึ้น ด้วยความที่เป็นญาติสนิทก็ไม่ได้พูดอะไร และญาติที่มาอยู่ด้วยเป็นคนสูงอายุและก็พี่ผู้ชาย จึงไม่มีใครช่วยงานบ้าน คือมาอยู่แบบอยู่เฉยๆเลย มีแต่แม่เราเป็นคนทำทุกอย่างให้ ทั้งกับข้าว ซักผ้า ล้างจาน (เจ้าของกระทู้จะช่วยบ้างบางครั้ง) แล้วล่าสุดญาติป่วยต้องเข้า รพ. ก็เลยยิ่ง ไม่กล้าพูด ไม่กล้าถามว่าเมื่อไหร่จะย้าย คือเจ้าของกระทู้เป็นพนักงานออฟฟิตปกติ ทำงานเก็บตังซื้อบ้านที่อยู่ปัจจุบันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเพื่ออยู่กับแม่ 2 คน ไม่ได้มีทรัพย์สินมากมาย ไม่ได้มีบ้านหลายหลัง แม่ก็เป็นแม่บ้านปกติไม่ได้ทำงาน ก็คือเจ้าของกระทู้ทำงานคนเดียวในครอบครัวค่ะ ช่วงโควิดที่ผ่านมายังดีค่ะที่บ.ไม่ได้ไล่ออก แต่ก็โดนผลกระทบจากโควิดมาบ้างเหมือนกันเพราะเจ้าของกระทู้โดนงดจายโบนัส T.T

เราคิดแบบนี้ เราเป็นคนใจแคบมากมั้ยคะ คนปกติเค้าคิดเล็กคิดน้อยแบบเรารึป่าวคะ ที่มาขอความเห็นคนในนี้เพราะว่าอึดอัดมาก แต่ก็ไม่รู้จะไปเล่าให้ใครฟัง เพราะแม่เป็นคนดีมากค่ะ เอื้อเฟื้อสุดๆ เราพูดเรื่องให้ญาติย้ายบ้านก็มีอันต้องทะเลาะกันจนทำให้เรารู้สึกเป็นคนไม่ดีเลยค่ะ แต่เราอึดอัดค่ะ ไข่ไก่หมด ข้าวหมด ก็ต้องรอเสาร์อาทิตย์เพื่อมาบอกมาฝากเราออกไปซื้อ ทั้งๆที่ญาติเราอยู่ว่างๆ กลับบ้านมาก่อนเราจะเลิกงานด้วยซ้ำ แต่แม่ก็ไม่กล้าบอกให้ช่วยไปซื้อ เราควรจะทำยังไงดีคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่