เราอายุ 24 ปี ตอนนี้ทำงานเป็นพนักงานประจำค่ะ ไปกลับบ้านทุกวัน
ตอนนี้ยังอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับพ่อแม่ โดยบ้านที่อาศัยอยู่เป็นทาวน์เฮ้า ทำให้เวลาจะทำอะไรคนในบ้านหรือข้างบ้านจะได้ยินง่ายมาก
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือตามหัวข้อเลย ตั้งแต่เล็กจนโตมา รู้สึกมาตลอดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัวไม่ปกติ
เช่น
เราเป็นเด็กผู้หญิงที่เริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่ป.3 ตอนนั้นก็ยังเด็กมาก เราอยากเล่นกับพ่อแม่ตลอด
แต่มักจะโดนแม่โกรธเสมอ เวลาเราอยู่ใกล้พ่อตัวเอง(พ่อแท้ๆ) หรือแตะตัวนี่ไม่ได้เลย
จะมือหรือแขนก็ห้ามจับ ทำให้เราไม่เคยได้อยู่ใกล้ชิดพ่อตัวเองเลยตั้งแต่มีประจำเดือน(ป.3)
หรือ การเรียกคนอื่นว่าแม่นี่ก็ห้าม อย่างเราเคยมีคุณครูที่โรงเรียนที่เคารพรักมาก เพราะเขาเอ็นดูเราเหมือนลูก
เราเลยเรียกเขาว่าแม่(ตามด้วยชื่อจริงครู) พอแม่แท้ๆเรามาได้ยินก็โกรธไปหลายวัน พูดกับเราว่าทำไมต้องไปเรียกเขาว่าแม่
เขาเลี้ยงมาหรอ? ทำเอาเราจำฝังใจจนโตว่าห้ามเรียกใครว่าแม่อีก
แต่ที่ยกตัวอย่างมาคือแค่เรื่องเล็กๆ หนึ่งในร้อยแปดพันเก้าเรื่องที่เราต้องเจอกับคนในครอบครัว
เรื่องที่เป็นปัญหาจริงๆ มันเริ่มต้นตอนเราขึ้นมัธยม...
เมื่อเพื่อนบ้านทาวน์เฮาส์ที่เราอยู่ บ้านข้างซ้ายมีปัญหากับบ้านเรามานานแล้ว แต่บ้านตรงข้ามที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ก็มาเป็นอริกับแม่เรา(เรื่องของเพื่อนบ้านขอข้ามไป) จากนั้นอีกไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเยื้องๆ บ้านทะแยงมุม บ้านไหนๆก็ดูจะมีปัญหากับบ้านเรา ทำให้เราไม่กล้าออกไปไหนเลย ต้องอยู่แต่ในบ้าน ออกเฉพาะเวลาไปโรงเรียน
แม่เราเองก็เริ่มแอบมองบ้านอื่นๆ บ่อยขึ้น ชอบแอบมองเวลาที่พ่อเราออกไปทำงาน ที่แย่คือ เราขึ้นไปที่ห้องเจอเขาแอบมองอยู่ คือยังไม่ได้ทำไรเลยนะ เราก็โดนดุ หนักๆเข้าคือหาว่าเราแอบมองเขา ดูว่าเขาทำอะไร ไอ่เราก็งงไปดิ ยังไม่ทันทำอะไรเลย แต่ก็ต้องขอโทษไป
พอย้ายมาอยู่บ้านใหม่(ย้ายหนีเพื่อนบ้านมา) แรกๆคือดีมากทุกอย่างสงบมาก จนผ่านไปครึ่งปีเริ่มกลับมาเป็นแบบเดิม
คือ
มีปัญหากับเพื่อนบ้านและมีปัญหาว่าเราแอบมอง เพิ่มมาด้วยเรื่องใหม่ๆ
เช่น
ตื่นเช้ามาเราจะเจอแม่มองตาขวางใส่ ไม่ก็หงุดหงิดแบบที่เราไม่รู้เรื่อง บางครั้งพอเขาหายโกรธก็จะพูดว่า วันหลังอย่าแอบมองเวลาคนแต่งหน้า
(ลืมบอกว่าเรากับครอบครัวนอนห้องเดียวกัน แต่เรานอนฟูกข้างล่าง ซึ่งปลายเตียงเราจะมีโต๊ะเครื่องแป้งเขาอยู่)
จนเราทนไม่ไหว เพราะเราไม่ได้แอบมอง บางครั้งเรานอนหลับตาไม่สนิท ซึ่งเป็นเรื่องที่บังคับตัวเองไม่ได้
มีการทะเลาะกันครั้งรุนแรง เพราะเรื่องนี้ เราพูดออกไปหมดเลยว่าไม่ได้แอบมอง เราหลับอยู่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น เขาก็ไม่ฟัง ด่าเราว่าเรา

บลาๆๆ
เราเลยบอกไปว่าไม่อยากอยู่กับคนเป็นบ้าแล้ว เหนื่อย...
จากนั้นก็โกรธกันอยู่อาทิตย์กว่าๆ พอดีทุกอย่างเป็นปกติ หลังจากนั้นมาเขาก็เลิกพูดเรื่องนี้ไปเลย
นี่เป็นตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้าน เกิดขึ้นกับเราเท่านั้นนะคะ เพราะพ่อเราก็เคยโดนมากกว่านี้
ตอนนี้เราไม่มั่นใจว่า เราควรพูดไปตรงๆดีมั้ยว่าเขาทำให้เรามีอาการทางจิตบางอย่าง เช่น ซึมเศร้า ไม่มั่นใจในตัวเอง วิตกกังวล
หรือเราควรใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป แล้วแยกออกมาอยู่คนเดียวให้ได้
ทำยังไงดีคะ?
ควรทำยังไงดี? เมื่อแม่มีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เราโตมาเป็นคนมีอาการทางจิต
ตอนนี้ยังอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับพ่อแม่ โดยบ้านที่อาศัยอยู่เป็นทาวน์เฮ้า ทำให้เวลาจะทำอะไรคนในบ้านหรือข้างบ้านจะได้ยินง่ายมาก
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือตามหัวข้อเลย ตั้งแต่เล็กจนโตมา รู้สึกมาตลอดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัวไม่ปกติ
เช่น
เราเป็นเด็กผู้หญิงที่เริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่ป.3 ตอนนั้นก็ยังเด็กมาก เราอยากเล่นกับพ่อแม่ตลอด
แต่มักจะโดนแม่โกรธเสมอ เวลาเราอยู่ใกล้พ่อตัวเอง(พ่อแท้ๆ) หรือแตะตัวนี่ไม่ได้เลย
จะมือหรือแขนก็ห้ามจับ ทำให้เราไม่เคยได้อยู่ใกล้ชิดพ่อตัวเองเลยตั้งแต่มีประจำเดือน(ป.3)
หรือ การเรียกคนอื่นว่าแม่นี่ก็ห้าม อย่างเราเคยมีคุณครูที่โรงเรียนที่เคารพรักมาก เพราะเขาเอ็นดูเราเหมือนลูก
เราเลยเรียกเขาว่าแม่(ตามด้วยชื่อจริงครู) พอแม่แท้ๆเรามาได้ยินก็โกรธไปหลายวัน พูดกับเราว่าทำไมต้องไปเรียกเขาว่าแม่
เขาเลี้ยงมาหรอ? ทำเอาเราจำฝังใจจนโตว่าห้ามเรียกใครว่าแม่อีก
แต่ที่ยกตัวอย่างมาคือแค่เรื่องเล็กๆ หนึ่งในร้อยแปดพันเก้าเรื่องที่เราต้องเจอกับคนในครอบครัว
เรื่องที่เป็นปัญหาจริงๆ มันเริ่มต้นตอนเราขึ้นมัธยม...
เมื่อเพื่อนบ้านทาวน์เฮาส์ที่เราอยู่ บ้านข้างซ้ายมีปัญหากับบ้านเรามานานแล้ว แต่บ้านตรงข้ามที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ก็มาเป็นอริกับแม่เรา(เรื่องของเพื่อนบ้านขอข้ามไป) จากนั้นอีกไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเยื้องๆ บ้านทะแยงมุม บ้านไหนๆก็ดูจะมีปัญหากับบ้านเรา ทำให้เราไม่กล้าออกไปไหนเลย ต้องอยู่แต่ในบ้าน ออกเฉพาะเวลาไปโรงเรียน
แม่เราเองก็เริ่มแอบมองบ้านอื่นๆ บ่อยขึ้น ชอบแอบมองเวลาที่พ่อเราออกไปทำงาน ที่แย่คือ เราขึ้นไปที่ห้องเจอเขาแอบมองอยู่ คือยังไม่ได้ทำไรเลยนะ เราก็โดนดุ หนักๆเข้าคือหาว่าเราแอบมองเขา ดูว่าเขาทำอะไร ไอ่เราก็งงไปดิ ยังไม่ทันทำอะไรเลย แต่ก็ต้องขอโทษไป
พอย้ายมาอยู่บ้านใหม่(ย้ายหนีเพื่อนบ้านมา) แรกๆคือดีมากทุกอย่างสงบมาก จนผ่านไปครึ่งปีเริ่มกลับมาเป็นแบบเดิม
คือ มีปัญหากับเพื่อนบ้านและมีปัญหาว่าเราแอบมอง เพิ่มมาด้วยเรื่องใหม่ๆ
เช่น
ตื่นเช้ามาเราจะเจอแม่มองตาขวางใส่ ไม่ก็หงุดหงิดแบบที่เราไม่รู้เรื่อง บางครั้งพอเขาหายโกรธก็จะพูดว่า วันหลังอย่าแอบมองเวลาคนแต่งหน้า
(ลืมบอกว่าเรากับครอบครัวนอนห้องเดียวกัน แต่เรานอนฟูกข้างล่าง ซึ่งปลายเตียงเราจะมีโต๊ะเครื่องแป้งเขาอยู่)
จนเราทนไม่ไหว เพราะเราไม่ได้แอบมอง บางครั้งเรานอนหลับตาไม่สนิท ซึ่งเป็นเรื่องที่บังคับตัวเองไม่ได้
มีการทะเลาะกันครั้งรุนแรง เพราะเรื่องนี้ เราพูดออกไปหมดเลยว่าไม่ได้แอบมอง เราหลับอยู่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น เขาก็ไม่ฟัง ด่าเราว่าเรา
เราเลยบอกไปว่าไม่อยากอยู่กับคนเป็นบ้าแล้ว เหนื่อย...
จากนั้นก็โกรธกันอยู่อาทิตย์กว่าๆ พอดีทุกอย่างเป็นปกติ หลังจากนั้นมาเขาก็เลิกพูดเรื่องนี้ไปเลย
นี่เป็นตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้าน เกิดขึ้นกับเราเท่านั้นนะคะ เพราะพ่อเราก็เคยโดนมากกว่านี้
ตอนนี้เราไม่มั่นใจว่า เราควรพูดไปตรงๆดีมั้ยว่าเขาทำให้เรามีอาการทางจิตบางอย่าง เช่น ซึมเศร้า ไม่มั่นใจในตัวเอง วิตกกังวล
หรือเราควรใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป แล้วแยกออกมาอยู่คนเดียวให้ได้
ทำยังไงดีคะ?