เท่าที่รู้ว่าช่วงวิกฤตหลายๆบริษัทมีจ้างพนักงานออกไล่พนักงานออกลดเงินเดือนพนักงาน ไล่ออก พักงานบ้าง หยุดแบบไม่จ่ายค่าจ้างบ้าง
เราเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกปิดและหยุดแบบไม่จ่ายค่าจ้างให้เบิกประกันสังคมแทน
แต่พอวันที่ 17 พฤษภาคมสามารถเปิดร้านได้แล้ว เรามีกลับไปทำงานแต่ผลคือได้หยุดเพิ่มแบบไม่จ่ายเงินเดือนหรือเทียบเท่ากับลดเงินเดือนไป 20%
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การถูกลดเงินเดือน
ประเด็นมันคือการที่บริษัทมีแผนจะลดพนักงานทุก15วัน
ไม่รู้ว่าหวยจะไปตกที่ใครวันไหน คนที่อยู่ก็เหนื่อยมากเพราะคนไม่พองานมากขึ้นเพราะต้องไปสแกนอุณหภูมิสแกน QR code ก่อนเข้าร้าน แถมยังมีกะเดียวและต้องทำงานไม่ได้โออีก ตั้งแต่ 9:30 นถึง 20:30 นทุกวัน
และที่สำคัญถูกย้ายไปอยู่สาขาอื่นไกลบ้านซึ่งเราต้องบวกการเดินทางมาอีก 2 ชั่วโมง
และที่สำคัญสุดๆคือการที่หัวหน้างานไม่เคยจะฟังคำอธิบายอะไรเลยและไม่เคยให้กำลังใจแถมยังด่าทุกวันด่าได้ทุกเรื่อง
นั่นแหละคือที่มาของคำถามว่าเราจะสู้ไปด้วยกันหรือว่าควรออกดีเพราะสุดท้ายแล้วเงินเดือนวันนี้ติดลบจ่ายก็เพิ่มขึ้น
ถามเพื่อนๆเขาก็บอกว่าให้ทนไปก่อนเราควรจะทนใช่ไหมอยู่กับองค์กรที่ไม่ได้นึกถึงพนักงานขนาดนี้อยู่กับหัวหน้างานที่ไม่เคยมาใส่ใจเราขนาดนี้
ควร fight for them หรือ move on ดี
เราเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกปิดและหยุดแบบไม่จ่ายค่าจ้างให้เบิกประกันสังคมแทน
แต่พอวันที่ 17 พฤษภาคมสามารถเปิดร้านได้แล้ว เรามีกลับไปทำงานแต่ผลคือได้หยุดเพิ่มแบบไม่จ่ายเงินเดือนหรือเทียบเท่ากับลดเงินเดือนไป 20%
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การถูกลดเงินเดือน
ประเด็นมันคือการที่บริษัทมีแผนจะลดพนักงานทุก15วัน
ไม่รู้ว่าหวยจะไปตกที่ใครวันไหน คนที่อยู่ก็เหนื่อยมากเพราะคนไม่พองานมากขึ้นเพราะต้องไปสแกนอุณหภูมิสแกน QR code ก่อนเข้าร้าน แถมยังมีกะเดียวและต้องทำงานไม่ได้โออีก ตั้งแต่ 9:30 นถึง 20:30 นทุกวัน
และที่สำคัญถูกย้ายไปอยู่สาขาอื่นไกลบ้านซึ่งเราต้องบวกการเดินทางมาอีก 2 ชั่วโมง
และที่สำคัญสุดๆคือการที่หัวหน้างานไม่เคยจะฟังคำอธิบายอะไรเลยและไม่เคยให้กำลังใจแถมยังด่าทุกวันด่าได้ทุกเรื่อง
นั่นแหละคือที่มาของคำถามว่าเราจะสู้ไปด้วยกันหรือว่าควรออกดีเพราะสุดท้ายแล้วเงินเดือนวันนี้ติดลบจ่ายก็เพิ่มขึ้น
ถามเพื่อนๆเขาก็บอกว่าให้ทนไปก่อนเราควรจะทนใช่ไหมอยู่กับองค์กรที่ไม่ได้นึกถึงพนักงานขนาดนี้อยู่กับหัวหน้างานที่ไม่เคยมาใส่ใจเราขนาดนี้