ส่วนใหญ่ hater จะเจาะจงโจมตีว่ามันเป็นระบบเก่าๆ ไม่ใช่แค่คนไทยหรอก
คนญี่ปุ่นก็มีพูดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน
แต่ทำไมมันได้ใจคนญี่ปุ่นจำนวนมากล่ะ?
สำหรับคนที่ชอบ จะมองว่าระบบ hybrid ทั่วไปของรถค่ายอื่น "คิดเยอะเกินไป" ยังไงล่ะ
หรือมองเรื่องง่ายๆให้เป็นเรื่องยาก
แต่แน่นอนว่าในสายตาของคนที่รู้เรื่องระบบเครื่องยนต์กลไก ก็จะชื่นชอบระบบที่มีความซับซ้อน
ข้อด้อยของ Kicks e-power ก็คือ
- ประหยัดน้อยกว่า B crossover hybrid ทั่วไปนิดหน่อย
แต่ถ้าไม่ได้แข่งกันเอาโล่
มันเรียกได้ว่าไม่ได้แตกต่างกันแบบจะเป็นจะตาย มันก็ยังคงเป็นรถที่ประหยัดมากๆคันหนึ่ง
ข้อดีของ Kicks e-power ล่ะ
- แรงแบบรถไฟฟ้าแท้ๆ แต่จะมีเรียกให้ใช้มากน้อยแค่ไหน hater ก็พยายามเค้นออกมาให้ได้ว่ามันด้อยกว่าระบบอื่นแน่ๆ
แต่ถ้านึกถึงภาพของรถ turbo ที่เราก็ไม่ได้ตะบี้ตะบันกดเพราะเครื่องหรือเกียร์มันจะพัง อย่างน้อย Kicks e-power ก็คง
ไม่ใช่อะไรที่ต้องทะนุถนอมขนาดนั้นแน่ๆ มันจะกลายเป็นเรื่องของคุณกดบ่อยหรือไม่บ่อย ซึ่งถ้า 8 ใน 10 คน กดแล้วพลังไฟฟ้า
ไม่พอ รถไม่มีแรง เหลือแค่กำลัง 79 แรงม้า บ่อยเกินในการใช้งานจริง e-power มันก็คงจะไม่ได้เกิดแน่ๆ แต่กลับกัน
ถ้าคนใช้งานจริง 8 ใน 10 คน ที่ใช้งานแบบปกติ ไม่มีปัญหาตรงนี้ ก็เท่ากับเรื่อง กำลังเครื่อง 79 แรงม้าอะไรนั่น มันไม่ใช่ประเด็นเลย
กลับกัน พลังของรถ hybrid ทั่วไปต่างหากที่เป็นปัญหา เพราะแบตก็มักจะชาร์จไม่เต็มอยู่แล้ว จะเอาแรงแบบสุดเต็มที่ก็ทำได้
จำกัดอย่างชัดเจน
- รถเติมน้ำมัน hater อาจจะบอกว่า รถน้ำมันกำลังจะหมดยุคไปแล้ว ทำไมเรื่องการเติมน้ำมันจะกลายเป็นข้อดีไปได้ ข้อดีมัน
ต้องชาร์จไฟฟ้าสิ แต่เอาเข้าจริงๆรถในปัจจุบันที่ใช้งานสะดวกสบายที่สุดก็ยังเป็นรถเติมน้ำมันอยู่ดี แล้วก็จะเป็นแบบนี้ไป
อย่างน้อย 15-20 ปี ซึ่ง คนใช้ Kicks คงใช้รถไม่นานถึงขนาดนั้น แล้วถ้ามองตามสภาพความเป็นจริง เครือข่ายที่เติมไฟฟ้า
ที่จะครอบคลุมไปทั่วประเทศ เป็นไปได้ยากมาก หากรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม เปลี่ยนรถทุกรุ่นให้กลายเป็น hybrid หรือ
e-power ให้ได้ก่อนจะดีกว่า ซึ่งทำง่ายกว่ามาก คนในเมืองที่จะเข้าไปอยู่ในคอนโดมากขึ้นเรื่อยๆ อีกหน่อยจะมากขึ้นเป็น
80-90% ไม่มีทางเลยที่จะหาที่ชาร์จแบตข้ามคืนได้ง่ายๆ ปัจจุบันนี้แค่ที่จอดรถก็ยังจะไม่พอเลย
- การใช้พลังไฟฟ้าในการขับเคลื่อน 100% ของ e-power ทำให้สามารถโยกเอาระบบขับอัตโนมัติเข้ามาใช้กับรถได้เลย
อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นไปได้ เพราะเครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิตพลังงานเท่านั้น ที่เหลือสามารถใช้ระบบทุกอย่าง
ได้แบบรถไฟฟ้าอย่าง Tesla และอื่นๆ ดังนั้นข้อจำกัดเกี่ยวกับเทคโนโลยี autopilot ใน e-power ของ Nissan ถือว่าน้อย
กว่ารถ hybrid ของค่ายอื่นมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะทำได้ ในขณะที่รถ hybrid ทั่วไป ยังมีความเป็นรถยนต์สันดาปภายในสูง
- แบตเตอรีที่ใช้มีขนาดเล็กมาก หลายคนบอกว่าเป็นข้อเสียที่ใช้เล็กนิดเดียว แต่ลืมไปแล้วหรือว่า เรากังวลกับแบตเตอรีลูกใหญ่
ของรถ hybrid มาตลอด ว่ามันไม่ได้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้จริงๆ เพราะการผลิตและการกำจัดแบตเตอรีทำลายสภาพแวดล้อมสูง
การที่ใช้แบตเตอรีแค่ลูกเล็กๆ แต่สามารถให้พละกำลังที่เหนือกว่าและความประหยัดที่สูสีกับระบบ hybrid ทั่วไป เท่ากับว่า
Nissan มีความคิดนอกกรอบที่ได้ผลออกมาดีกว่าอย่างแท้จริง
ข้อเสียของ Kicks e-power ภาค 2
-
การเอารถที่ดู cheap กว่า Juke มาทำเป็น e-power ราคาล้านกว่า คิดถูกแล้วเหรอ?
ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญสำหรับผู้บริโภคชาวไทยอย่างยิ่ง หลังจากเมื่อวานที่ได้มีการโชว์ตัวรถให้กับสื่อมวลชน และเริ่มมี
คลิปออกมาฉายทางยูทูป 5-6 คลิปแล้วนั้น เป็นอย่างที่คาดไว้ก็คือ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆเหมือนกับ Almera
ความที่ดู cheap มันออกมาผ่านพลาสติกแผ่นแข็งๆแบบ Nissan March บนแผ่นบานประตู ซึ่งกินพื้นที่เยอะมาก
แผ่นพลาสติกเหนือแดชบอร์ดก็แข็งเป๊กๆล้วนๆ ซึ่งทำให้คนที่จะจ่ายเงินระดับ 1 ล้านต้องคิดหนัก
เพราะคนไทยชอบของที่ดูแพง ไม่ได้ชอบของที่ดูดีมีคุณค่าภายใน
ขนาดคนญี่ปุ่น เท่าที่ผมอ่าน comment ในเว็บต่างๆยังพูดว่ามันเป็นรถที่ดู cheap และราคาแพงมากไป
หลายคนบอกว่าไม่น่าซื้อ และพวกเขาเข็ดกับ March ที่เคยผลิตส่งมาจากไทย ซึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะไอ้กรทำพิษเอาไว้
- ราคาของ Kicks e-power มันจะไปทับกับ Sylphy/Sentra ใหม่ที่ดูอย่างหรู
ผมไม่เชื่อว่า Sylphy/Sentra (ไม่รู้ Nissan จะเลือกนามไหน) มันจะแพงไปกว่า Kicks e-power ได้มากเท่าไหร่
Sylphy ใหม่จะดูอย่างหรู เฉี่ยว และมีเป้าหมายมาเทียบเคียงกับความหรู เฉี่ยวของ Civic ภายในมีบุนุ่มมากมาย
ดุจ D segment เพราะต้องทำหน้าที่แทน Teana ที่ปลดประจำการไปแล้ว แต่ด้วยความที่ Sylphy ยังต้องมีราคา
ที่ห้ามหนีไปจาก Mazda 3, Civic, Alits แปลว่า ราคามันจะออกมาขี่ๆกับ Kicks ซึ่งตัวรถและวัสดุเป็น B car เต็มๆ
แถมยังใช้ร่วมกับ Almera ซึ่งเป็น eco car เสียด้วย งานนี้คนซื้อชาวไทยหรือจะรับได้
ผมคิดว่า Kicks จะมีปัญหาอยู่ 2 ประเด็นนี้อย่างมาก ยังไม่นับว่าจะมีอะไรที่ต้องมาทำให้สะดุดขาตัวเองหรือไม่?
ที่เขียนในกระทู้ ลองเอามาทำลงยูทูปดูบ้าง ลองอัดเสียงใส่โทรศัพท์ง่ายๆ เสียงตะกุกตะกักหน่อยครับ ทำไปเรื่อยๆคงจะดีขึ้นๆ
ระบบ e-power ของ Kicks ก็มีข้อดีมากกว่าระบบ hybrid ทั่วไปอยู่นะ
คนญี่ปุ่นก็มีพูดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน
แต่ทำไมมันได้ใจคนญี่ปุ่นจำนวนมากล่ะ?
สำหรับคนที่ชอบ จะมองว่าระบบ hybrid ทั่วไปของรถค่ายอื่น "คิดเยอะเกินไป" ยังไงล่ะ
หรือมองเรื่องง่ายๆให้เป็นเรื่องยาก
แต่แน่นอนว่าในสายตาของคนที่รู้เรื่องระบบเครื่องยนต์กลไก ก็จะชื่นชอบระบบที่มีความซับซ้อน
ข้อด้อยของ Kicks e-power ก็คือ
- ประหยัดน้อยกว่า B crossover hybrid ทั่วไปนิดหน่อย
แต่ถ้าไม่ได้แข่งกันเอาโล่
มันเรียกได้ว่าไม่ได้แตกต่างกันแบบจะเป็นจะตาย มันก็ยังคงเป็นรถที่ประหยัดมากๆคันหนึ่ง
ข้อดีของ Kicks e-power ล่ะ
- แรงแบบรถไฟฟ้าแท้ๆ แต่จะมีเรียกให้ใช้มากน้อยแค่ไหน hater ก็พยายามเค้นออกมาให้ได้ว่ามันด้อยกว่าระบบอื่นแน่ๆ
แต่ถ้านึกถึงภาพของรถ turbo ที่เราก็ไม่ได้ตะบี้ตะบันกดเพราะเครื่องหรือเกียร์มันจะพัง อย่างน้อย Kicks e-power ก็คง
ไม่ใช่อะไรที่ต้องทะนุถนอมขนาดนั้นแน่ๆ มันจะกลายเป็นเรื่องของคุณกดบ่อยหรือไม่บ่อย ซึ่งถ้า 8 ใน 10 คน กดแล้วพลังไฟฟ้า
ไม่พอ รถไม่มีแรง เหลือแค่กำลัง 79 แรงม้า บ่อยเกินในการใช้งานจริง e-power มันก็คงจะไม่ได้เกิดแน่ๆ แต่กลับกัน
ถ้าคนใช้งานจริง 8 ใน 10 คน ที่ใช้งานแบบปกติ ไม่มีปัญหาตรงนี้ ก็เท่ากับเรื่อง กำลังเครื่อง 79 แรงม้าอะไรนั่น มันไม่ใช่ประเด็นเลย
กลับกัน พลังของรถ hybrid ทั่วไปต่างหากที่เป็นปัญหา เพราะแบตก็มักจะชาร์จไม่เต็มอยู่แล้ว จะเอาแรงแบบสุดเต็มที่ก็ทำได้
จำกัดอย่างชัดเจน
- รถเติมน้ำมัน hater อาจจะบอกว่า รถน้ำมันกำลังจะหมดยุคไปแล้ว ทำไมเรื่องการเติมน้ำมันจะกลายเป็นข้อดีไปได้ ข้อดีมัน
ต้องชาร์จไฟฟ้าสิ แต่เอาเข้าจริงๆรถในปัจจุบันที่ใช้งานสะดวกสบายที่สุดก็ยังเป็นรถเติมน้ำมันอยู่ดี แล้วก็จะเป็นแบบนี้ไป
อย่างน้อย 15-20 ปี ซึ่ง คนใช้ Kicks คงใช้รถไม่นานถึงขนาดนั้น แล้วถ้ามองตามสภาพความเป็นจริง เครือข่ายที่เติมไฟฟ้า
ที่จะครอบคลุมไปทั่วประเทศ เป็นไปได้ยากมาก หากรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม เปลี่ยนรถทุกรุ่นให้กลายเป็น hybrid หรือ
e-power ให้ได้ก่อนจะดีกว่า ซึ่งทำง่ายกว่ามาก คนในเมืองที่จะเข้าไปอยู่ในคอนโดมากขึ้นเรื่อยๆ อีกหน่อยจะมากขึ้นเป็น
80-90% ไม่มีทางเลยที่จะหาที่ชาร์จแบตข้ามคืนได้ง่ายๆ ปัจจุบันนี้แค่ที่จอดรถก็ยังจะไม่พอเลย
- การใช้พลังไฟฟ้าในการขับเคลื่อน 100% ของ e-power ทำให้สามารถโยกเอาระบบขับอัตโนมัติเข้ามาใช้กับรถได้เลย
อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นไปได้ เพราะเครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิตพลังงานเท่านั้น ที่เหลือสามารถใช้ระบบทุกอย่าง
ได้แบบรถไฟฟ้าอย่าง Tesla และอื่นๆ ดังนั้นข้อจำกัดเกี่ยวกับเทคโนโลยี autopilot ใน e-power ของ Nissan ถือว่าน้อย
กว่ารถ hybrid ของค่ายอื่นมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะทำได้ ในขณะที่รถ hybrid ทั่วไป ยังมีความเป็นรถยนต์สันดาปภายในสูง
- แบตเตอรีที่ใช้มีขนาดเล็กมาก หลายคนบอกว่าเป็นข้อเสียที่ใช้เล็กนิดเดียว แต่ลืมไปแล้วหรือว่า เรากังวลกับแบตเตอรีลูกใหญ่
ของรถ hybrid มาตลอด ว่ามันไม่ได้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้จริงๆ เพราะการผลิตและการกำจัดแบตเตอรีทำลายสภาพแวดล้อมสูง
การที่ใช้แบตเตอรีแค่ลูกเล็กๆ แต่สามารถให้พละกำลังที่เหนือกว่าและความประหยัดที่สูสีกับระบบ hybrid ทั่วไป เท่ากับว่า
Nissan มีความคิดนอกกรอบที่ได้ผลออกมาดีกว่าอย่างแท้จริง
ข้อเสียของ Kicks e-power ภาค 2
- การเอารถที่ดู cheap กว่า Juke มาทำเป็น e-power ราคาล้านกว่า คิดถูกแล้วเหรอ?
ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญสำหรับผู้บริโภคชาวไทยอย่างยิ่ง หลังจากเมื่อวานที่ได้มีการโชว์ตัวรถให้กับสื่อมวลชน และเริ่มมี
คลิปออกมาฉายทางยูทูป 5-6 คลิปแล้วนั้น เป็นอย่างที่คาดไว้ก็คือ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆเหมือนกับ Almera
ความที่ดู cheap มันออกมาผ่านพลาสติกแผ่นแข็งๆแบบ Nissan March บนแผ่นบานประตู ซึ่งกินพื้นที่เยอะมาก
แผ่นพลาสติกเหนือแดชบอร์ดก็แข็งเป๊กๆล้วนๆ ซึ่งทำให้คนที่จะจ่ายเงินระดับ 1 ล้านต้องคิดหนัก
เพราะคนไทยชอบของที่ดูแพง ไม่ได้ชอบของที่ดูดีมีคุณค่าภายใน
ขนาดคนญี่ปุ่น เท่าที่ผมอ่าน comment ในเว็บต่างๆยังพูดว่ามันเป็นรถที่ดู cheap และราคาแพงมากไป
หลายคนบอกว่าไม่น่าซื้อ และพวกเขาเข็ดกับ March ที่เคยผลิตส่งมาจากไทย ซึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะไอ้กรทำพิษเอาไว้
- ราคาของ Kicks e-power มันจะไปทับกับ Sylphy/Sentra ใหม่ที่ดูอย่างหรู
ผมไม่เชื่อว่า Sylphy/Sentra (ไม่รู้ Nissan จะเลือกนามไหน) มันจะแพงไปกว่า Kicks e-power ได้มากเท่าไหร่
Sylphy ใหม่จะดูอย่างหรู เฉี่ยว และมีเป้าหมายมาเทียบเคียงกับความหรู เฉี่ยวของ Civic ภายในมีบุนุ่มมากมาย
ดุจ D segment เพราะต้องทำหน้าที่แทน Teana ที่ปลดประจำการไปแล้ว แต่ด้วยความที่ Sylphy ยังต้องมีราคา
ที่ห้ามหนีไปจาก Mazda 3, Civic, Alits แปลว่า ราคามันจะออกมาขี่ๆกับ Kicks ซึ่งตัวรถและวัสดุเป็น B car เต็มๆ
แถมยังใช้ร่วมกับ Almera ซึ่งเป็น eco car เสียด้วย งานนี้คนซื้อชาวไทยหรือจะรับได้
ผมคิดว่า Kicks จะมีปัญหาอยู่ 2 ประเด็นนี้อย่างมาก ยังไม่นับว่าจะมีอะไรที่ต้องมาทำให้สะดุดขาตัวเองหรือไม่?
ที่เขียนในกระทู้ ลองเอามาทำลงยูทูปดูบ้าง ลองอัดเสียงใส่โทรศัพท์ง่ายๆ เสียงตะกุกตะกักหน่อยครับ ทำไปเรื่อยๆคงจะดีขึ้นๆ