JJNY : จี้แจงให้ชัดพ.ร.ก.กู้เงิน ตั้งคกก.สอบ-รายงาน/พรรคสามัญชนจี้เลิกพรก.ฉุกเฉิน/พรเพชรรับส.ว.ขาดลงมติอื้อ!/ศก.ไทยโคม่า

ฝ่ายค้าน จี้ รบ.แจงให้ชัด พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้าน ต้องตั้งคกก.สอบ-รายงานทุกเดือน 
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4194432
 

 
ฝ่ายค้าน ขู่ถ้ารัฐบาลตอบคำถามรายละเอียด พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้าน ไม่ชัดเจน-ไม่ให้ตั้งกมธ.ตรวจสอบ-ไม่ชี้แจงการใช้เงินทุกเดือน จะไม่ให้ผ่าน
 
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองประธานวิปฝ่ายค้าน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมแถลงผลการประชุมวิปฝ่ายค้าน
 
โดยนายสุทิน ระบุว่า วันนี้เป็นการหารือวันแรกในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญที่ 2 เรื่องใหญ่ที่สุดที่หารือในวันนี้คือการตกลงและพูดคุยกันถึงรูปแบบการประชุม ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จะเป็นการแยกพิจารณาพ.ร.ก.แต่ละฉบับ โดยอภิปรายทีละฉบับ แต่หากต้องโยงไปถึงฉบับอื่นก็สามารถทำได้เท่าที่จำเป็น เพราะพยายามจะไม่ให้มีการประท้วงกันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้การอภิปรายสมบูรณ์
 
นายสุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนการวางตัวบุคคลนั้น พรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายร่วมกันทั้ง 6 พรรค ซึ่งทุกพรรคได้แสดงความจำนงที่จะอภิปรายทุกพรรคตามลำดับ โดยแบ่งสัดส่วนเวลาตามที่เคยปฏิบัติมา พรรคใหญ่จะได้มากและพรรคเล็กจะได้ลำดับรองลงมา จำนวนคนเบื้องต้นทุกพรรครวมกันวันนี้ทั้งหมด 60-65 คน พรรคเพื่อไทย พรรคเดียวประมาณ 35 คน ก้าวไกลประมาณ 15 คน ซึ่งเมื่อถึงเวลาจริงอาจมีการปรับอีกบางส่วน
 
ด้าน นายพิจารณ์ กล่าวว่า เราจัดสรรเวลาอย่างรัดกุมขึ้นเพื่อให้สัดส่วนของเวลาเป็นไปตามจำนวนส.ส.ของแต่ละพรรค โดยการอภิปราย 3 วันแรกจะเน้นไปที่ พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท วันแรกจะใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง โดยตัดเวลาของการปรึกษาหารือออกไป 1 ชั่วโมง และตัดเวลาของประธานอีก 1 ชั่วโมง จะเหลือประมาณ 8 ชั่วโมง วันที่ 2 และ 3 ก็เช่นเดียวกัน
 
นายพิจารณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนวันที่ 4 จะเป็นการอภิปรายพ.ร.ก.ซอฟต์โลน 5 แสนล้าน และวันสุดท้ายจะเป็นการพิจารณา พ.ร.ก.ตราสารหนี้ ซึ่งจะจบในเวลา 15.00 น. และจะลงมติกันทั้ง 3 ฉบับ แบบทีละฉบับต่อกัน จากนั้นจึงเข้าสู่การพิจารณาประชุมออนไลน์ โดยทั้งหมดจะบริหารให้จบภายใน 20.00 น. และจะร่วมกันพิจารณาแต่แยกกันลงมติ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านได้บริหารร่วมกันเป็นอย่างดี
 
ขณะที่นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เนื่องจากการประชุมครั้งนี้มีข้อจำกัดเรื่องเคอร์ฟิว จึงจะปิดประชุมเวลา 20.00 น.ทุกวัน ซึ่งจะต้องมีการนัดประชุมในวันต่อไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือองค์ประชุม ในเวลา 9.30 น.ที่นัดหมายไว้ ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องมาร่วมเป็นองค์ประชุม ฝากพี่น้องสื่อมวลชนร่วมกันติดตามประเด็นนี้ด้วย เพราะเราต้องการแสวงหาความร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย
 
เมื่อถามว่า ยังจะมีการเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการเงาขึ้นมาตรวบสอบการใช้เงิน กับให้มีการรายงานสภาฯ ทุกๆ หนึ่งเดือนหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ยังคงเรียกร้อง เพราะเป็นเงินจำนวนมากและไม่มีรายละเอียด ดังนั้น ถ้าจะให้ผ่านพ.ร.ก.ได้ เราจึงต้องมีเงื่อนไข
 
“เราจะขอให้รัฐบาลรับปากให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบและติดตามการใช้เงินกู้เหล่านี้ ถ้ารัฐบาลรับปากที่จะตั้ง ไม่แน่ว่าเราอาจจะให้พ.ร.ก. ผ่าน เงื่อนไขต่อมาคือ ถ้ารัฐบาลรับปากว่า จะรายงานการใช้เงินจำนวนนี้ต่อสภาฯ เดือนละครั้ง ถ้ารับปากได้แบบนี้จึงจะให้ผ่าน เพราะถ้าจะให้ผ่านเราจะให้ผ่านแบบมีเงื่อนไข หากรัฐบาลให้คำมั่นสัญญาต่อสภาได้ จะมีหลักประกันในระดับหนึ่ง เพราะวันนี้รัฐบาลไม่มีทั้งรายละเอียดเป็นรูปเล่ม ทั้งยังไม่มีหลักประกันก็จนใจที่เราจะรับได้”
 
เมื่อถามว่า ช่องทางการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นแนวทางหนึ่งของฝ่ายค้านหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า วันนี้จะดูการประชุมไปก่อน ถ้ารัฐบาลตอบคำถามต่อสภาแบบไม่มีรายละเอียดหรือยังเกิดความคลางแคลงไม่ชัดเจน แน่นอนว่าต้องไปถึงการตีความโดยศาล แต่วันนี้ไม่อยากทำอย่างนั้น แต่ถ้าจำเป็นเพราะรัฐบาลไม่ยอมตอบ หรือตอบไม่ชัดเจน เราจะปล่อยให้คลุมเครือ สุ่มเสี่ยงหรือหมิ่นเหม่ต่อข้อกฎหมายไม่ได้ เป็นหน้าที่ของเราที่จะยื่นให้ศาลตีความ
 
เมื่อถามย้ำว่า การบริหารเวลาจะให้ความมั่นใจได้ไหมว่า ส.ส.พรรคก้าวไกล จะได้อภิปรายครบทุกคนไม่เหมือนครั้งที่ผ่านมา นายสุทิน กล่าวว่า คราวนี้เราได้เอาบทเรียนมาปรับปรุงแก้ไข โดยใช้ระบบการจัดสรรที่เป็นวิทยาศาสตร์ และมีระบบทำงานร่วมกันที่ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นปัญหาเดิมจะไม่เกิด อย่างไรก็ตาม การประชุมสภาเป็นเรื่องที่ต้องเผชิญเหตุ เพราะปัจจัยที่เข้ามามีหลายเรื่อง แต่เราจะพยายามให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด
 
ขณะที่นายพิจารณ์ กล่าวว่า การทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันนี้จะไม่มีปัญหา แต่กังวลว่าปัญหาจะเกิดจากเวลาการประชุมสภา ถ้าองค์ประชุมไม่ครบเสียที จะทำให้การจัดสรรเวลาคลาดเคลื่อน ซึ่งฝ่ายค้านยืนยันว่าจะมาร่วมองค์ประชุมทันเวลาแน่นอน แต่ที่ต้องจับตาดูคือฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล
 
โดยนายสุทิน กล่าวเสริมว่า รัฐบาลต้องมาประชุมให้พร้อม ถ้าเกิดว่าไม่พร้อมแล้วเกิดการล่าช้าไป การปิดก็จะต้องช้าด้วย เช่น หากเริ่มประชุมได้ 11.00 โมง ก็ต้องปิดประชุมไป 22.00 น. สิ่งนี้คือการเตรียมการป้องกันของฝ่ายค้าน
  

 
“พรรคสามัญชน” จี้เลิกพรก.ฉุกเฉิน ชี้ไม่ได้ใช้คุมโรค แต่ลิดรอนคนชุมนุม 
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4193910
 
“พรรคสามัญชน” ยื่นหนังสือจี้เลิกใช้พรก.ฉุกเฉิน ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต ควมคุมการชุมนุม-ลิดรอนสิทธิ
 
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 พ.ค. นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน ยื่นหนังสือต่อนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) เพื่อขอให้ยุติการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ควบคุมโรคโควิด 19 โดยระบุว่า ตามที่รัฐบาลกำลังจะประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมโรคโควิด 19 ในเดือนมิถุนายนนี้ เป็นเดือนที่สาม นั้น
 
พรรคสามัญชนเห็นว่าเป็นการประกาศใช้ที่เกินความจำเป็นไปกว่าระบบกฎหมายและกลไกการเมืองและราชการปกติที่มีอยู่ ที่สามารถควบคุมโรคนี้ได้ดีกว่าการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เนื่องจาก พ.ร.ก ฉุกเฉิน ได้ทำให้เกิดการใช้อำนาจที่เกินไปกว่าการควบคุมโรค ด้วยการละเมิดและลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากเกินควร โดยเฉพาะสิทธิและเสรีภาพในการเคลื่อนไหว เพื่อแสดงความคิดเห็น และชุมนุมเรียกร้อง ประท้วง ขัดขืน คัคค้าน หรือการแสดงออกอื่นใดก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับการพัฒนา นโยบาย กฎหมายหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา
 
ดังเช่นที่ปรากฏการกระทำเกินกว่าเหตุจากเจ้าหน้าที่รัฐที่อ้าง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ข่มขู่จะจับกุมคุมขังประชาชนไม่ให้ทำการชุมนุมสาธารณะ ในหลายกรณีทั่วทุกภูมิภาค ทั้งๆที่ประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นมิได้ละเลยมาตรการรักษาความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ด้วยการเว้นระยะห่างทางสังคม ใช้หน้ากากอนามัยและใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าร่วมการชุมนุม ก็ยังมิวายโดนข่มขู่คุกคามจะจับกุมคุมขังโดย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน
 
เนื่องจากสิทธิและเสรีภาพการชุมนุมถือเป็นหลักการและองค์ประกอบสำคัญของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อันมีประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคี ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำในสถานการณ์โควิด-19 คือ "รักษาชีวิตกับสิทธิและเสรีภาพ” ควบคู่ไปด้วยกัน โดยที่มาตรกาล็อกดาวน์ การกักกัน รวมถึงมาตรการอื่น ๆ
 
เพื่อควบคุมและต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ควรดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเข้มแข็ง ไม่ใช่ละเว้น พรรคสามัญชนจึงได้ทำหนังสือฉบับนี้ถึงคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝายค้าน เพื่อขอความอนุเคราะห์ ให้ช่วยกันผลักดันรัฐบาล ให้ยุติการประกาศใช้พ.รก. ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ในเดือนมิถุนายนนี้ เป็นเดือนที่สาม ได้แล้ว
 
ด้าน นายสุทิน กล่าวว่า ข้อพิจารณาดังกล่าว เป็นแนวทางความคิดที่สอดคล้องกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอยู่แล้ว โดยเห็นว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นมาตรการที่เกินความจำเป็น เราได้แต่หวังว่าการแสดงออกและข้อเสนอที่ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบอย่างชัดเจนในวันนี้ รัฐบาลจะรับฟังและนำไปพิจารณา
 
แม้ว่าตอนนี้ท่าทีของรัฐบาลจะยังเพิกเฉยทั้งยังคงต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยให้เหตุผลในการต่อพ.ร.ก.น้อยกว่าครั้งแรกจนแทบจะนับว่าไม่มีเหตุผลเลยก็ตาม นับเป็นความเลวร้ายที่หนักหนา โดยจากนี้จะร่วมมือกันผลักดันข้อเสนอดังกล่าวอย่างเต็มที่ต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่