💫🕛💫🚀 แดนศิวิไลซ์ ( หลงกาล ภาค 2 ) ตอนที่ 32 🚀💫🕛💫

กระทู้สนทนา
"...อีกกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี นับจากวันนี้เป็นต้นไป แอตแลนติส จะถึงกาลพินาศสูญ ??? !!!"

และแล้วคำถามนี้ก็มาถึงจนได้...กัปตันวันชนะ และชาวคณะ THE FUGITIVE เกือบทุกคนนึกอยู่ในใจ ขณะที่แต่ละคนนิ่งเงียบ และเหล่าชาวคณะต่างพากันจ้องมองดูผู้นำของพวกเขา และรอฟังว่าเขาจะตอบคำถามนี้อย่างไร อย่างใจจดใจจ่อ...

เวลาผ่านไป ราวๆ สามนาที อิบิคัสก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ หลังจากที่ตนรอคอยคำตอบอยู่นานจนคาดคะเนเอาเองว่า หัวหน้าแห่งคณะอาคันตุกะจากโลกอนาคต อาจจะยังไม่พร้อมที่จะตอบ หรืออาจจะยังไม่อยากตอบในขณะนี้!

"ท่านวันชนะ..."

"อ...เอ่อ..ขอรับ ?" กัปตันดูเหมือนตื่นขึ้นมาจากภวังค์

"ดูเหมือนว่า ท่านจะยังไม่พร้อมสำหรับการเฉลยคำถามสำคัญนี้นะ!"

"และอีกอย่าง ท่านอาจจะยังไม่ปรารถนาจะตอบ...ในขณะนี้ด้วยกระมัง ? ข้ารู้สึกเช่นนี้..ถ้าข้าเข้าใจผิด ก็ขออภัยด้วย"  เซบาสเต็นกล่าวเสริมสหายรัก

"เอาอย่างนี้เถิด.." ผู้เฒ่าไดโอเซนัสเสนอแนะ "เราหยุดการซักถามเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้ และปรึกษาเรื่องอื่นกันต่อไปดีกว่า ให้ท่านวันชนะเตรียมตัวเตรียมใจจนกระทั่งถึงวันใดที่พร้อม ก็ค่อยมาบอกแก่พวกเราก็แล้วกัน"

"ข้าเห็นด้วยกับท่านไดโอเซนัส" อิบิคัสพยักหน้าแล้วรีบบอกกับกัปตันวันชนะต่อทันทีในขณะที่อีกฝ่ายเพิ่งจะอ้าปากแต่ไม่ทันได้พูด "ท่านวันชนะไม่ต้องวิตกกังวลใจนะ ทำใจให้สบาย อย่าเครียด! พวกเรารอคำตอบได้ ไม่ว่าจะนานเพียงใด"

"แต่ถ้าท่านสามารถตอบได้โดยเร็ววัน ก็จะเป็นการดีมากทีเดียว!" เซบาสเต็นกล่าวเสริมอีกที

"เดี๋ยวก่อนขอรับ ทุกๆ ท่านที่เคารพ..." กัปตันวันชนะโบกไม้โบกมือวุ่น "...ทุกท่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิด คือว่า...อันที่จริง พวกเรา...หมายถึง ข้าและทุกๆ คนที่ขึ้นยานเดินทางมาด้วยกัน รู้ว่า แอตแลนติส สุดท้ายแล้วล่มสลายไปจริงๆ ขอรับ......แต่..." เขาจงใจเว้นวรรค

"แต่ว่ากระไรหรือ ท่านวันชนะ ?" เฮโรดัส หัวหน้าผู้พิพากษาตุลาการศาลทวีปถาม

"แต่ว่า...พวกเรา เพียงแต่ทราบเรื่องราวโดยสังเขป คือโดยคร่าวๆ เท่านั้นขอรับ และมิใช่แต่เพียงพวกเราเท่านั้นที่ทราบเพียงเท่านี้ คนอื่นๆ ในปัจจุบันกาลของพวกเรา หรือคนในโลกอนาคตของพวกท่านนั่นแหละ ซึ่งร่วมสมัยกับพวกเรา ก็เช่นเดียวกัน! ผู้คนในอนาคตกาลของแอตแลนติส จากปัจจุบันกาลขณะนี้ไปถึงหมื่นสองพันปี พวกเขาเหล่านั้น แม้ทั้งโลก! ก็ยังไม่มีใครทราบชัดเจนเลยว่า แอตแลนติส จมหายไปในมหาสมุทร เมื่อไร ปีไหน เดือนไหน วันไหน เวลาเท่าไร ! ไม่มีเลยขอรับ !! ดังนั้น หนังสือ หรือตำราวิชาประวัติศาสตร์ จึงยังไม่มีเรื่องนี้บันทึกไว้ จนกว่าจะมีการค้นพบและตรวจสอบจนได้หลักฐานที่แน่ชัดเสียก่อนเท่านั้น! แม้กระทั่งว่า คำว่า 'ทวีปแอตแลนติส' คนเป็นจำนวนมาก ไม่เชื่อด้วยซ้ำไปขอรับ ว่ามันมีจริง !! ผู้ที่เคยเขียนเรื่องแอตแลนติสให้ชาวโลกรู้เป็นนักวิชาการและนักปรัชญาชาวกรีกนามว่า 'พลาโต้' เขาบอกว่าได้ฟังมาจากนักบวชชาวอียิปต์อีกทีหนึ่งขอรับ! และคนจำนวนไม่น้อย ที่อ่านหนังสือของพลาโต้แล้วไม่เชื่อ หาว่าเขาเขียนหนังสือนั้นโดยใช้จินตนาการ...ขอรับ!!"

บรรดาชาวคณะทั้งหลายพากันโล่งอก บางคนลอบเป่าปากถอนหายใจ เมื่อเห็นกัปตันตอบโดยหาทางออกได้อย่างสวยงาม แต่เหล่าชาวสหพันธรัฐอึ้งไปตามๆ กันกับคำตอบซึ่งพวกตนคาดไม่ถึง!

"โอ!......" ไดโอเซนัสถอนใจเฮือกใหญ่ "...เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลำบากแล้ว! มันหมายความว่า มหันตภัย อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ!! วันไหน เวลาไหน ก็อาจเป็นได้ทั้งนั้น!"

"แต่คงไม่ใช่ในเร็ววันนี้แน่นอน ขอรับ!" หัวหน้าชาวประมงเฮตเตอร์กล่าว

"ทำไมท่านจึงคิดเช่นนั้นเล่า ?" เซบาสเต็นถาม

"ข้ามั่นใจขอรับ! เพราะได้ยินคำสอนสั่งและเป็นคำเตือนด้วย จากเทพโพเซดอน ได้ยินกับหู ได้ดูเขามากับตาของข้าเอง...ข้าจึงมั่นใจว่า ภัยพิบัติจะไม่เกิดในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน เพราะเขามาสั่งสอนพวกเรา มาเตือนพวกเรา ให้ทำความดี ให้ประพฤติดี ตามทำนองคลองธรรม ดังนั้นพวกเรายังมีเวลาอีกมากเพื่อทำความดีตามคำสั่งคำเตือนของเขา เขาต้องให้เวลาแก่พวกเราบ้าง อาจจะอีกซักปีหรือสองปีเป็นอย่างน้อย ข้าเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น เพราะถ้าหากเขาจะทำลายล้างในอนาคตอันใกล้นี้แล้วไซร้ เขาก็คงไม่มาเตือนพวกเราเป็นแน่!"

"มีข่าวว่า พวกจักรวรรดิฝั่งโน้น ก็ได้เห็นเขาได้ฟังเขาเหมือนกัน" เฮโรดัสกล่าว

"ใช่ขอรับ...ตรงกับที่ไดรฟัส จารชนของเรา ซึ่งข้าสั่งให้อยู่สอดแนมทางโน้นได้ส่งข่าวมา" กัปตันพยักหน้า

"อืม...ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้น...." อิบิคัสกล่าวอย่างเคร่งขรึมพลางยกมือขึ้นลูบเคราตัวเอง "...อย่างน้อย ก็ยังดี! ที่เรา ได้รู้แน่ชัดแล้วว่า ในกาลอนาคตข้างหน้า แอตแลนติส จะล่มสลายไป อย่างแน่นอน!" แล้วผู้นำแห่งโลโคเทียก็หันไปมองหน้าชาวสหพันธรัฐทุกคนในที่ประชุม ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเคร่งเครียด!

"...ท่านทั้งหลาย สุดท้าย เราทั้งหลาย ก็จะต้องตายกันหมดทุกคน! จะต้องจมลงไปใต้มหาสมุทรพร้อมๆ กับมหาทวีปของเรานี้ ซึ่งเราเคยเกิดมา และเติบโตมา ใช้ชีวิตกันมา อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น! เพราะเราไม่รู้ว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นเมื่อไรกันแน่!  เมื่อรู้กันอย่างนี้แล้ว พวกเราทั้งหลาย ก็จงอย่าได้ประมาทในการดำเนินชีวิตอยู่ด้วยคุณธรรมต่อไป! ผู้ใดร่ำรวย มีทรัพยสมบัติมากมาย ก็จงแบ่งปันแก่ผู้ตกยาก เราต้องเป็นดุจพี่น้องร่วมมารดาคนเดียวกัน รักสมัครสมานสามัคคีกันไว้ให้มั่น! ส่วนเรื่องที่จะรวมแผ่นดินสองอาณาจักรให้เป็นหนึ่งเดียวนั้น หากสามารถกระทำได้ ก็ประเสริฐ! แต่หากไม่สามารถทำได้ ก็จงปล่อยวางเสียเถิด พวกชาวใต้เขาอยากอยู่ภายใต้ระบอบจักรวรรดินิยมต่อไป ก็ช่างพวกเขาเถิด! เราไม่มีความจำเป็นต้องสู้รบกับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ต่างฝ่ายต่างอยู่ก็แล้วกัน! ข้าจะรายงานเรื่องนี้กับท่านหัวหน้าสหพันธรัฐเอง คิดว่าท่านหัวหน้าก็คงจะเห็นด้วย"

"ข้าว่า ทางที่ดี ก็น่าจะให้พวกเขาได้ทราบเรื่องชะตากรรมในอนาคตของแอตแลนติสด้วยเช่นกันกับพวกเรานะ อิบิคัส" เซบาสเต็นกล่าว "เพราะว่า หากพวกเขาได้รู้แล้ว หลายคนอาจจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง อาจจะลดความโลภโมโทสัน หรือความทะเยอทะยานอยากลงได้บ้าง!"

"แล้วใครเล่า จะเป็นผู้บอกให้พวกเขารู้ ?" อิบิคัสถาม

"คงมีน้อยคนนักที่จะเชื่อ!" ไดโอเซนัสกล่าว "ความคิดความอ่านของคนพวกนั้นไม่เหมือนพวกเราดอก! โดยเฉพาะชนชั้นสูง ตั้งแต่คนในวังของจักรพรรดิลงมา! วันๆ คิดแต่เรื่องการผนวกดินแดน เปลี่ยนแปลงการปกครองของพวกเราให้เป็นจักรวรรดินิยมตามพวกเขาไป แต่ถ้าเป็นประชาชนทั่วไป ก็ไม่แน่! อาจมีคนยอมรับฟังและเชื่อถือบ้างก็ได้"

"พวกคนในวังดื้อด้านอยู่แล้ว ไม่ต้องไปสนใจ!" เซบาสเต็นออกความเห็นบ้าง "แต่ประชาชนคนธรรมดาทั่วไป ต้องมีคนที่ยอมเชื่อบ้างแน่นอน คงไม่ตามืดบอดเหมือนจักรพรรดิและพรรคพวกไปเสียหมดดอก!"

"ใช้วิธีการส่งสาส์นเข้าไปสิ!" ไดโอเซนัสชี้แนะ "อาจจะส่งใบปลิวบ้าง ประกาศผ่านคลื่นวิทยุเข้าไปแทรกขณะที่พวกเขากำลังติดต่อสื่อสารกันบ้าง"

"ดีๆๆ ข้าเห็นด้วยขอรับ!" หัวหน้าชาวประมงเฮตเตอร์กล่าวสนับสนุน

"ตกลง! นี่คือภารกิจด้านข่าวสาส์นที่เราจะทำกัน!" อิบิคัสพยักหน้า "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเร่งรุดขอเข้าพบท่านหัวหน้าสหพันธ์รัฐและรายงานเรื่องนี้ให้ท่านทราบด้วยอีกเรื่องหนึ่งในวันพรุ่งนี้, ส่วนเรื่องอนาคต...สำหรับเวลาที่แน่นอนซึ่งภัยพิบัติจะเกิดขึ้น รวมทั้งสาเหตุของมันด้วย พวกเราก็จงร่วมกันศึกษาหาทางแก้ไขกันเอง เผื่ออาจจะมีวิธีแก้หรืออาจถึงกับป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นมาได้เลย ก็อาจเป็นได้ งานนี้ต้องระดมพล ระดมพลังสมองของนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการทั้งหลายจากทุกแว่นแคว้นมาช่วยกัน...ทุกท่านเห็นเป็นประการใดกันบ้าง ???"

"นี่เป็นวิถีทางที่ดีที่สุดแล้ว!" ไดโอเซนัสพยักหน้า จากนั้นเสียงสนับสนุนก็ดังมาจากอีกหลายคน

"ดีๆๆ ขอรับ"
"เยี่ยมยอดเลย"
"สามัคคีกัน!"
"ร่วมมือกัน ฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน!"
ฯลฯ

อิบิคัสยิ้มให้กับทุกคน แต่เป็นยิ้มที่ปนด้วยความเศร้า...ก่อนจะกล่าวขอบคุณทุกๆ คน แล้วหันมาบอกกับกัปตันวันชนะและคณะ

"เอาละ! เราได้แนวทางที่จะดำเนินการต่อไปแล้ว และเราจะทำให้ดีที่สุด! ถึงคราวนี้...ก็ได้เวลาสำคัญ สำหรับท่านและชาวคณะของท่านทุกคนแล้ว ท่านวันชนะ!"

ครั้นพูดจบ ผู้นำแห่งโลโคเทียยกมือขึ้นตบบ่ากัปตันเบาๆ สองสามครั้ง แล้วออกคำสั่งกับบริวาร ในขณะที่กัปตันยังยืนงง ชาวคณะเองก็เช่นเดียวกัน

"นำรางวัลออกมา!"

สิ้นเสียงของอิบิคัส บุรุษผู้หนึ่ง วัยไล่เลี่ยกันกับท่านผู้นำโลโคเทีย เดินออกมาจากมุมหนึ่งของห้องประชุมพร้อมกับกล่องโลหะสี่เหลี่ยมขนาดประมาณกระเป๋าเจมสบอนด์ แต่ไม่มีหูหิ้ว ถือมาด้วยสองมือ ตรงมายังกัปตันวันชนะ แล้วยื่นส่งให้เขาขณะที่กล่าว

"ท่านวันชนะ ข้า คือตัวแทนของท่านหัวหน้าสหพันธรัฐ ประมุขแห่งสหพันธรัฐแอตแลนติสเหนือ และ นี่คือ กล่องบรรจุธาตุกายสิทธิ์ เป็นส่วนหนึ่งจากผลึกซึ่งนำมาจากศูนย์กลางพลังงานแห่งใจกลางมหานครวงแหวน ธาตุกายสิทธิ์ซึ่งอยู่ภายในกล่องโลหะใบนี้ถูกครอบไว้ด้วยกล่องโลหะอื่นอีกสามชั้น วัตถุธาตุภายในนั้นสามารถสร้างพลังงานมหาศาล มากมายเพียงพอสำหรับยานบินของท่านอย่างแน่นอน และหล่อเลี้ยงยานของท่านไปได้อีกนับร้อยปี! นี่คือ รางวัลพิเศษ เป็นอภินันทนาการจากท่านหัวหน้าสหพันธรัฐเองเลยทีเดียว..."

กัปตันวันชนะและชาวคณะ พากันอึ้ง พูดอะไรไม่ออก...ก่อนที่บุรุษนั้นจะกล่าวต่อไป..

"ท่านหัวหน้าฯ ฝากบอกมาว่า ขอขอบคุณท่านและชาวคณะของท่านทุกคนสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านและชาวคณะได้ช่วยเหลือ ได้ร่วมมือกับพวกเรามาจนถึงวันนี้ ท่านและพวกท่านไม่มีความจำเป็นต้องเอาชีวิตของพวกท่านทุกคนมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับพวกเราต่อไปแล้ว พวกท่านได้เสี่ยงมามากแล้ว ได้ช่วยเหลือพวกเรามามากแล้ว และสหายรักของพวกท่าน คือท่านสถาพร และครอบครัว พวกท่านก็ได้พบแล้ว สมควรแก่เวลาที่พวกท่านจักได้เดินทางกลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอน ณ กาลเวลาปัจจุบันของพวกท่าน ที่พวกท่านได้จากมาเสียที อย่าได้เป็นห่วง หรือวิตกกังวลกับพวกเราเลย ทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นแล้วก็ตั้งอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วก็ดับสิ้นไป เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องห่วงพวกเรา พวกเราจะหาทางออกที่ดีที่สุด บัดนี้ โปรดรับกล่องบรรจุธาตุกายสิทธิ์นี้ และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพเถิด!"

ทันทีที่กัปตันวันชนะ รับกล่องโลหะซึ่งบรรจุธาตุสำคัญใบนั้นมาไว้ในมือและยืนตะลึงอยู่นั้น บุรุษผู้อ้างว่าเป็นตัวแทนของท่านหัวหน้าสหพันธรัฐ ประมุขแห่งสหพันธรัฐแอตแลนติสเหนือ ก็ชิดเท้ายืนตรง ยก่ามือขวาแบทาบหน้าอกของตัวเอง และโค้งคำนับเขา...วินาทีต่อมา ชาวสหพันธรัฐทุกคนในที่ประชุมก็พากันลุกขึ้นยืนและทำตามบุรุษผู้นั้นทันที อย่างพร้อมเพรียงกัน !!!

กัปตันขนลุกซู่ไปทั้งตัว! ชาวคณะหลายคนก็เป็นเช่นนั้น และหลายคนน้ำตาซึม!

ความเงียบ...เข้าปกคลุมทุกคนในที่นั้นอยู่ชั่วขณะ...ก่อนที่กัปตันวันชนะจะเปิดปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแสดงความจริงใจและแน่วแน่!

"เอ่อ...ก่อนอื่น ข้า...ในฐานะที่เป็นตัวแทนของชาวคณะผู้มาจากอนาคตของพวกท่าน ทุกๆ คน ขอฝากคำขอบพระคุณ แด่ท่านหัวหน้าแห่งสหพันธรัฐ กับขอขอบคุณท่านทั้งหลายในที่นี้ ทุกๆ ท่าน..."

กัปตันหยุดพูดนิดหนึ่ง เพราะรู้สึกเสียงตัวเองเริ่มจะสั่นๆ จึงพยายามข่มใจไว้ แล้วจึงกล่าวต่อไป

"สิ่งที่ท่านหัวหน้าสหพันธรัฐฯ ฝากมาให้แก่พวกเรา ซึ่งพวกท่านเรียกกันว่า 'ธาตุกายสิทธิ์' นี้ เป็นสิ่งที่ล้ำค่าเป็นอันมาก! สำหรับพวกเรา ชาวโลกอนาคต เรียกมันว่า ELIMENT 15 และ 16  หลังจากการปล่อยพลังงาน...จะเป็นสิ่งที่หายากมากๆ ใคร หรือชาติไหนในโลก หากได้มันไว้ในครอบครอง ก็จะได้พัฒนาการทางวิทยาศาสตร์แบบก้าวกระโดด ล้ำหน้าไปไกลกว่าใครๆ จะกลายเป็นมหาอำนาจของโลกได้โดยไม่ยากเลย! เพราะมันจะช่วยให้พวกเราเปิด 'ประตูแห่งกาลเวลา' พาพวกเรากลับถึงบ้าน ในช่วงกาลเวลาที่พวกเราได้จากมา อย่างแน่นอน!"

กัปตันวันชนะ หยุดพูดอีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกอีกเฮือก แล้วกล่าวต่อไป

"ถึงตอนนี้...ท่านทั้งหลาย คงจะกำลังคาดคิดกันว่า พวกเรา คงต้องอำลาจากพวกท่านแล้ว ..."

(ต่อครับ) ^^
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่