สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
แม่ป่วยจนเดินไม่ได้ พ่อเลี้ยงเป็นคนดูแลเลี้ยงดูแม่ เมื่อพ่อเลี้ยงเสียไปแล้วใครจะเป็นคนดูแลแม่ต่อ
สถานการณ์แบบนี้ลูกๆไม่ควรรับเงินก้อนนี้มาใช้จ่ายส่วนตัว โดยเฉพาะลูกที่ไม่เคยตอบแทนบุญคุณของแม่ที่ได้เลี้ยงดูมา
เงิน 500,000 เป็นจำนวนไม่มากสำหรับการเลี้ยงดูและรักษาแม่ เมื่อหักค่าใช้จ่ายงานศพและหนี้สินต่างๆของแม่แล้วไม่รู้ว่าจะเหลือสักเท่าไร ระยะยาวคงไม่พอ ควรยกให้เป็นเงินของแม่ไปทั้งหมด
นอกจากนี้ควรจัดการเรื่องการให้มีคนมาดูแลแม่ที่ป่วยอยู่ และลูกๆควรส่งเงินสมทบให้กับท่านทุกๆเดือนต่อเนื่องไป
สถานการณ์แบบนี้ลูกๆไม่ควรรับเงินก้อนนี้มาใช้จ่ายส่วนตัว โดยเฉพาะลูกที่ไม่เคยตอบแทนบุญคุณของแม่ที่ได้เลี้ยงดูมา
เงิน 500,000 เป็นจำนวนไม่มากสำหรับการเลี้ยงดูและรักษาแม่ เมื่อหักค่าใช้จ่ายงานศพและหนี้สินต่างๆของแม่แล้วไม่รู้ว่าจะเหลือสักเท่าไร ระยะยาวคงไม่พอ ควรยกให้เป็นเงินของแม่ไปทั้งหมด
นอกจากนี้ควรจัดการเรื่องการให้มีคนมาดูแลแม่ที่ป่วยอยู่ และลูกๆควรส่งเงินสมทบให้กับท่านทุกๆเดือนต่อเนื่องไป
พลพรรคพิทักษ์เธอ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7112390 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4815168 ถูกใจ, The man from black water city ถูกใจ, Trippy ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4802563 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2405605 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5536219 ถูกใจ, เสียงจากบ้านนา ถูกใจ, moopeepink ถูกใจรวมถึงอีก 37 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 3
ในเมื่อมีงานทำเลี้ยงตัวเองได้สบายๆ เงิน 120,000 แบ่งเป็น 20,000 เก็บไว้ ที่เหลือให้แม่ไปแสนนึง แบบนี้ก็โอเค เพราะแม่ไม่มีรายได้และยังป่วยอีก อย่างน้อยเอาเงินช่วยดูแลแม่ก็ยังดี ส่วนเรื่องในอดีตปล่อยให้เป็นอดีตไป เพราะส่วนนึงก็คือทำตัวเองด้วยก็ต้องยอมรับตรงนี้
ในเมื่อวันนี้คิดได้แล้ว มีงานทำแล้ว อีกสิ่งที่ควรจะเปลี่ยนคือ “ทัศนคติ” ถ้ายังยึดติดอะไรกับเดิมๆ ก็ไม่มีวันที่จะมีความสุขได้อย่างแท้จริง อ่านจากที่พิมพ์มามีแต่ความ negative เต็มไปหมด แต่เข้าใจนะ... เข้าใจแบบเข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น แต่ถ้าเปลี่ยนได้ก็ยิ่งดี คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ค่ะ
ในเมื่อวันนี้คิดได้แล้ว มีงานทำแล้ว อีกสิ่งที่ควรจะเปลี่ยนคือ “ทัศนคติ” ถ้ายังยึดติดอะไรกับเดิมๆ ก็ไม่มีวันที่จะมีความสุขได้อย่างแท้จริง อ่านจากที่พิมพ์มามีแต่ความ negative เต็มไปหมด แต่เข้าใจนะ... เข้าใจแบบเข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น แต่ถ้าเปลี่ยนได้ก็ยิ่งดี คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ค่ะ
สมาชิกหมายเลข 4802563 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5536219 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4848489 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 769671 ถูกใจ, เกิดมาเพื่อสวยขึ้นคานแล้วตายไป ถูกใจ, bb_area ถูกใจ, การระเบิดของน้ำในไมโครเวฟ ถูกใจ, กระต่ายลงพุง ถูกใจ, surreallove ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 960703 ถูกใจรวมถึงอีก 14 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 1
ถ้าจากสามทางเลือก ถ้าคุณมีศาสนานับถือพุทธก็ควรรับเป็นเจตนาของผู้เสียชีวิตให้หมดห่วง ถ้าไม่นับถือก็ปล่อยไปก็ได้
ข้อแรกถ้าคุณยังห่วงแม่คุณลึกๆ ตัดทิ้งไป ญาติดูดหมดแน่
มาเลือกข้อสองที่คุณมาใช้หนี้และส่งรายเดือนแทน
ข้อแรกถ้าคุณยังห่วงแม่คุณลึกๆ ตัดทิ้งไป ญาติดูดหมดแน่
มาเลือกข้อสองที่คุณมาใช้หนี้และส่งรายเดือนแทน
toriyoru ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5849452 ถูกใจ, A little pig ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5261652 ถูกใจ, JewelStein CandyPink-Mint-พีช ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ปัญหาชีวิต
จะทำอย่างไรดีจู่ๆก็กำลังจะได้เงินประกันชีวิต120000จากคนที่เราเองก็ไม่ได้ทำดีกับเขาเท่าไหร่
1.แม่ 50%
2.น้องชายผม 25%
3.ผม 25%
จากเงิน 500,000 บาท
ผมคิด ผมควรไปรับไหม คือผมไม่ควรได้เงินตรงนี้เลยครับ ก็ไม่รู้ทำไมแกใส่ชื่อผมไปด้วยคาดไม่ถึงจริงๆ ตอนนี้ผมทำตัวไม่ถูกตั้งแต่แม่ป่วยผมไม่เคยไปเยี่ยมเลยพี่สาวไปเยี่ยมพี่สาวเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ดูแลแม่ส่งเงินให้ไม่ขาดตอนนี้พี่ทำงานอยูต่างประเทศครับนานๆมาทีแต่ไม่เคยมาหาผมนะน้องไปเยี่ยมแต่ผมไม่เคย
ใจคิดอยู่3อย่างครับ
1.ไปเดินเรื่องเอาเงินมาแล้วให้แม่ไปให้หมดเเล้วก็มาใช้ชีวิตเหมือนเดิมปกติ
2.เอาเงินมาแล้วปิดหนี้ผ่อนรถกับอย่างอื่นที่มีอยู่ให้หมดจากนั้นก็ไม่มีภาระอะไรแล้วนอกจากค่าเช่าบ้านแล้วช่วยพี่สาวกับน้องชายกับผม3คนส่งให้แม่เป็นรายเดือน(มีญาติช่วยดูแลแม่ที่นู้นครับ)เพราะตอนนี้ไม่มีเงินเดือนจากพ่อเลี้ยงแล้วส่วนเงินของแม่ให้แม่เก็บไว้ยามจำเป็นจริงๆเท่านั้น
3.หายตัวไปเหมือนเดิม ไม่รับรู้ ไม่ไปเดินเรื่องเอาเงินส่วนที่เป็นชื่อเราปล่อยไว้อย่างนั้น
เอาไงดีครับ