ต้องขอเล่าก่อนเลยว่า ผมเกิดมาในครอบครัวพอมีพอกิน บ้านขายของ แต่อยู่บ้านเช่าตั้งแต่เกิด พ่อเป็นข้าราชการ ยายกับแม่ขายของที่บ้าน
วันนึง เมื่อผมอายุได้ 4 ขวบ แม่ได้ไปจากผม โดยเข้าใจมาตลอดว่าไปทำงาน ผม พ่อ และยาย จึงอยู่ด้วยกันเพียง 3 คน ครอบครัวของเราก็อยู่มาเรื่อยๆ แม่มาหาบ้างนานๆครั้ง ผมยังเด็กไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ผมยังไม่รู้เรื่อง
มาวันนึง ผมขึ้น ม.1 อายุได้ 13 ปี แม่ได้กลับมาอีกครั้ง แต่มาโดยไม่เหลืออะไรสักอย่าง เคยมีบ้าน มีรถ กลับหมดไปเหตุคือการพนันตัวเดียว
ตั้งแต่แม่กลับมา ครอบครัวก็ยังอยู่กันได้เรื่อยๆ แต่มีปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน จนวันนึงยายได้ย้ายไปอยู่กับน้า โดยน้าได้รับยายไปดูแลต่อ เป็นเหตุให้พ่อ แม่ ผม อยู่ด้วยกัน มีปัญหาทุกวัน ครอบครัวแตกร้าว จนพ่อตัดสินใจกู้เงินสร้างบ้านย้ายที่อยู่ใหม่ แล้วพาผมไปอยู่ด้วยบางครั้ง แม่อยู่บ้านเช่า กับผม โดยไปกลับ ระหว่างบ้านแม่กับพ่อ
ผมกำลังขึ้น ปี 1 ได้ตัดสินใจเรียนพยาบาล กลับบ้านทุกเดือน - สองเดือน ไปหาพ่อ แม่ ยาย ทุกคนที่เคยอยู่ด้วยกัน ได้อยู่บ้านคนละหลัง ลำพัง ผมเป็นห่วงทุกคนที่บ้าน แค่ทำอะไรไม่ได้
จนผม ขึ้น ปี 3 กลับบ้านไป พ่อได้มีครอบครัวใหม่ โดยมีลูกติดของเค้ามาอยู่ด้วย ผมช๊อคมาก ทำไรไม่ถูก ทำได้แต่ทำใจ และเข้าใจว่าพ่อคงเหงา ต้องการใครสักคนอยู่ด้วย จนแม่มารู้เรื่อง แม่ทำใจไม่ได้เลย โกรธมาก ส่วนผมก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
ผมก็ไปกลับบ้านประจำ
จนวันที่ผมเรียนจบ ผมได้ทำงานไกลบ้าน 100 โล
ทำมาได้เกือบปี มีเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกเครียดหนักมากที่สุดในชีวิต คือพ่อเพิ่งทราบว่าเป็นมะเร็ง ระยะที่ 3 ผมเป็นพยาบาลแต่ทำไรไม่ได้ แล้วยากไปกว่านั้นคือ เป็นช่วงที่ไทยประสบกับโควิด-19 รถประจำทาง ไม่วิ่ง ไปหาพ่อไม่ได้
จนพ่อป่วย ผมเครียดหนัก หมดหนทางในชีวิต อยากลาออก กลับไปทำงานที่บ้าน แต่ รพ.แถวบ้านไม่รับคนเลย ผมเครียด หากจะลาออกไป ก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนใช้ดำรงชีวิตต่อ แม่ก็ต้องอยู่บ้านเช่าเพียงลำพัง ผมไม่สามารถพาแม่มาอยู่ด้วยได้ แต่กำลังหาหนทางอยู่
ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมทั้งชีวิตมีแต่อุปสรรค เคยคิดว่าเราอาจทำกรรมอะไรไว้หรือป่าวในอดีต ชีวิตผมมันต้องใช้คำว่าอดทนอย่างมาก ไม่รู้จะผ่านพ้นพายุลูกนี้ไปได้ขนาดไหน ยังดีที่ตัวผมรักเรียนและรักดี ถ้าไม่อย่างนั้นคงมืดแปดด้าน
ผมเคยคิดว่าถ้าวันนึงเรามีเงิน เรารวย เราคงทำให้ชีวิตของพ่อ แม่ ยาย และเราดีมากกว่านี้ และมีความสุข
สุดท้าย ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่เข้ามาในขีวิต จะทำให้ผมอดทนได้มากขนาดไหน
เมื่อไหร่พายุลูกนี้จะผ่านไปสักที
วันนึง เมื่อผมอายุได้ 4 ขวบ แม่ได้ไปจากผม โดยเข้าใจมาตลอดว่าไปทำงาน ผม พ่อ และยาย จึงอยู่ด้วยกันเพียง 3 คน ครอบครัวของเราก็อยู่มาเรื่อยๆ แม่มาหาบ้างนานๆครั้ง ผมยังเด็กไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ผมยังไม่รู้เรื่อง
มาวันนึง ผมขึ้น ม.1 อายุได้ 13 ปี แม่ได้กลับมาอีกครั้ง แต่มาโดยไม่เหลืออะไรสักอย่าง เคยมีบ้าน มีรถ กลับหมดไปเหตุคือการพนันตัวเดียว
ตั้งแต่แม่กลับมา ครอบครัวก็ยังอยู่กันได้เรื่อยๆ แต่มีปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน จนวันนึงยายได้ย้ายไปอยู่กับน้า โดยน้าได้รับยายไปดูแลต่อ เป็นเหตุให้พ่อ แม่ ผม อยู่ด้วยกัน มีปัญหาทุกวัน ครอบครัวแตกร้าว จนพ่อตัดสินใจกู้เงินสร้างบ้านย้ายที่อยู่ใหม่ แล้วพาผมไปอยู่ด้วยบางครั้ง แม่อยู่บ้านเช่า กับผม โดยไปกลับ ระหว่างบ้านแม่กับพ่อ
ผมกำลังขึ้น ปี 1 ได้ตัดสินใจเรียนพยาบาล กลับบ้านทุกเดือน - สองเดือน ไปหาพ่อ แม่ ยาย ทุกคนที่เคยอยู่ด้วยกัน ได้อยู่บ้านคนละหลัง ลำพัง ผมเป็นห่วงทุกคนที่บ้าน แค่ทำอะไรไม่ได้
จนผม ขึ้น ปี 3 กลับบ้านไป พ่อได้มีครอบครัวใหม่ โดยมีลูกติดของเค้ามาอยู่ด้วย ผมช๊อคมาก ทำไรไม่ถูก ทำได้แต่ทำใจ และเข้าใจว่าพ่อคงเหงา ต้องการใครสักคนอยู่ด้วย จนแม่มารู้เรื่อง แม่ทำใจไม่ได้เลย โกรธมาก ส่วนผมก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
ผมก็ไปกลับบ้านประจำ
จนวันที่ผมเรียนจบ ผมได้ทำงานไกลบ้าน 100 โล
ทำมาได้เกือบปี มีเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกเครียดหนักมากที่สุดในชีวิต คือพ่อเพิ่งทราบว่าเป็นมะเร็ง ระยะที่ 3 ผมเป็นพยาบาลแต่ทำไรไม่ได้ แล้วยากไปกว่านั้นคือ เป็นช่วงที่ไทยประสบกับโควิด-19 รถประจำทาง ไม่วิ่ง ไปหาพ่อไม่ได้
จนพ่อป่วย ผมเครียดหนัก หมดหนทางในชีวิต อยากลาออก กลับไปทำงานที่บ้าน แต่ รพ.แถวบ้านไม่รับคนเลย ผมเครียด หากจะลาออกไป ก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนใช้ดำรงชีวิตต่อ แม่ก็ต้องอยู่บ้านเช่าเพียงลำพัง ผมไม่สามารถพาแม่มาอยู่ด้วยได้ แต่กำลังหาหนทางอยู่
ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมทั้งชีวิตมีแต่อุปสรรค เคยคิดว่าเราอาจทำกรรมอะไรไว้หรือป่าวในอดีต ชีวิตผมมันต้องใช้คำว่าอดทนอย่างมาก ไม่รู้จะผ่านพ้นพายุลูกนี้ไปได้ขนาดไหน ยังดีที่ตัวผมรักเรียนและรักดี ถ้าไม่อย่างนั้นคงมืดแปดด้าน
ผมเคยคิดว่าถ้าวันนึงเรามีเงิน เรารวย เราคงทำให้ชีวิตของพ่อ แม่ ยาย และเราดีมากกว่านี้ และมีความสุข
สุดท้าย ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่เข้ามาในขีวิต จะทำให้ผมอดทนได้มากขนาดไหน