คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ก็ไปเรียนซิ คนส่งเสียหนูคือคนอื่น ไม่ใช่ป้าคนนี้ ปัญหาคืออะไร
ไหน ๆ ก็จะออกจากบ้านนี้ไปแล้ว สิ่งที่หนูควรจะตั้งใจและทุ่มเทกับมันคือ การเรียน และการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ใช้อุปสรรคเป็นแรงผลักดัน ไม่ใช่ปล่อยให้มันถ่วงความเจริญในชีวิตเรา คิดไว้เสมอว่า เราต้องทำได้ และทำได้ดีด้วย
'รัฐประศาสนศาสตร์' ของราชภัฏ ที่จริงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก เพราะหางานยาก หรือถ้าเป็นกรณีรับตรง หนูก็จะสู้พวกที่เขาจบ มธ หรือ รามฯ ไม่ได้ ถ้ามีโอกาสเปลี่ยนไปเรียนสายภาษา เช่น เอกอังกฤษ หรือ จีน โอกาสในการหางานจะดีกว่า
ไหน ๆ ก็จะออกจากบ้านนี้ไปแล้ว สิ่งที่หนูควรจะตั้งใจและทุ่มเทกับมันคือ การเรียน และการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ใช้อุปสรรคเป็นแรงผลักดัน ไม่ใช่ปล่อยให้มันถ่วงความเจริญในชีวิตเรา คิดไว้เสมอว่า เราต้องทำได้ และทำได้ดีด้วย
'รัฐประศาสนศาสตร์' ของราชภัฏ ที่จริงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก เพราะหางานยาก หรือถ้าเป็นกรณีรับตรง หนูก็จะสู้พวกที่เขาจบ มธ หรือ รามฯ ไม่ได้ ถ้ามีโอกาสเปลี่ยนไปเรียนสายภาษา เช่น เอกอังกฤษ หรือ จีน โอกาสในการหางานจะดีกว่า
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
ครอบครัว
ปัญหาครอบครัว
ปัญหาวัยรุ่น
ทำยังไงดีเมื่อโดนบังคับมากจนเกินไป
ถ้ามีสมองทำไมไม่คิดว่าที่นั้นเรียนแล้วไม่ได้อะไร เรียนก็เหมือนไม่เรียนนั้นแหละ เสียเวลาเปล่าๆ เรียนที่มหาลัยนี้ก็เท่ากับเรียนรามนั้นแหละ ไปเรียนรามดีกว่าแล้วไปอยู่ทำไมที่สงขลาเรียนที่จังหวัดตัวเองก็พอเปลืองตัง เดี๋ยวเรียนไม่จบหนีตามผัวซะก่อน ถ้าคนมันมีสมอง มันน่าจะคิดสักนิด สมัครมหาลัยมีตั้งหลายครั้งทำไมไม่ยื่น Port มันโง่ไม่คิดที่จะทำ เอาเวลาไปบ้าผู้ชาย ไปเล่นโทรศัพท์ อุตส่าได้เรียนทำไมไม่ตั้งใจ ตอนที่แกโทรมาพูดฉันรู้สึกกดดันจนต้องร้องไห้ออกมาซึ่งตอนนั้นฉันอยู่กับย่าและคนในครอบครัวอีกหลายคน ... เรื่องของป้ามันมีอีกเยอะค่ะที่แกกระทำไว้ มีแต่เรื่องแย่ๆ แกไม่ได้เป็นคนส่งดิฉันเรียน คนที่ส่งคือย่า คนที่ฉันต้องใส่ใจคือย่าไม่ใช่เค้า แต่เป็นย่า และป้าคนอื่นๆที่ไม่ใช่แกทุกคนในครอบครัวดิฉัน ต่อต้านแกแต่ต้องทำเป็นดีเพราะไม่อยากมีเรื่อง ตั้งแต่เด็กจนโต ดิฉันกับย่าต้องทนอยู่กับป้าคนนี้เพราะพ่อของดิฉันเสีย และแม่ของฉันก็มีสามีใหม่ ไม่มีเวลามาสนใจ ป้าแกใช้ดิฉันราวกับว่าดิฉันเป็นทาส เจอกันทีไรเเกจะต้องพูดจาถากถางและพูดกระแทก-ดันฉันทุกครั้ง เวลาแกโมโหหรือทะเลาะดับสามีใหม่ของแก แกมักจะมาด่าย่า มีอยู่หลายครั้งที่ย่ากับป้าทะเลาะกันเรื่องของฉัน และบางครั้งถ้าฉันทำอะไรไม่ถูกใจก็จะโดนตีบ้างโดนตบบ้าง แต่เมื่อก่อนชั้นยังเด็กตอนนี้ไม่ค่อยมีหรอก ฉันอยากให้ย่าของฉันออกไปจากบ้านหลังนี้ อยากให้ท่านไปอยู่กับลูกคนอื่นของท่าน ท่านมีโรคประจำตัวก็แย่พอแล้ว นี้ยังต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก
ฉันเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า"แกใช้เราเหมือนทาส ใช้ทำนุ้นทำนี่ ในขณะที่เราทำเป็นทุกอย่าง ทำไมแกไม่เคยให้ลูกทั้งสองคนของตัวเองทำบ้าง (ลูกของป้าอายุ30กว่าปีนะ)แกไม่เคยสอน ไม่เคยทุบเคยตีเลย ทนุถนอมอย่างดี อยากให้เรียนที่ไหนก็ให้ไป กรุงเทพก็เรียนได้ สงขลาก็เรียนได้ อยากเรียนที่ไหนก็ได้ตามใจลูก " มันมีอยู่ครั้งนึงที่ลูกของแกเอาข้าวขึ้นไปกินบนห้องแล้วตั้งจานประมาณ4-5ใบทิ้งไว้จนผ่านมานาน มีทั้งหนอกทั้งแมลงสาบอยู่ในตู่ที่ซ่อนจานไว้ แล้วคนที่เก็บคือฉัน และลูกของแกยังเคยเอากางเกงในที่ใส่แล้งและมันก็เปือนวันนั้นของเดือน ถอดแล้วทิ้งไว้หน้าห้องน้ำ แล้วฉันก็เก็บ จริงๆมันมีอีกหลานเรื่องค่ะที่ฉันอยากจะเล่า เพราะฉันไม่อยากเก็บไว้อีกต่อไป และอีกอย่างฉันรู้นะว่าฉันเรียนไม่เก่ง เกรดไม่ค่อยดี แต่ฉันพยายามสุดแล้ว มันได้แค่นี้จริงๆ ทำไมฉันถึงไม่มีสิทธิ์เลือกที่เรียนบ้าง ฉันผิดเหรอที่ฉันทำอะไรก็ไม่โดนใจแกเลย ฉันเครียดมากในหลายๆเรื่องที่แกบังคับฉัน โดยเฉพาะที่เรื่องที่เรียน ฉันกดยืนยันสิทธิ์ใน mytcas ไปเเล้ว ฉันไม่อยากอยู่ที่นี้แล้ว ฉันทนมาตลอด19ปี ฉันอยากออกไปจากที่นี้ ฉันคุยกับย่าแล้วถ้าฉันไปเรียน ย่าจะไปอยู่ระนองกับลูกอีกคนของแก
ทุกคนคิดว่าฉันควรจะทำอย่างไรดีคะ กับเรื่องที่มันเกิดขึ้น ตอนนี้ฉันเครียดมาก ได้โปรดขอคงามคิดเห็นหน่อยเถอะค่ะ (ขอบคุณนะคะ)