ดิฉันช่วยปู่ยังไงได้บ้างคะ T^T

ปีนี้ปู่อายุ 77 ปี แล้ว แกมีอาการหายใจไม่ออก จึงถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่ รพ. ชื่อแพทย์ เเห่งหนึ่ง ตามสิทธิ์การรักษาบัตรทองที่มี โดยมีคุณย่าไปเป็นเพื่อน และคอยเฝ้าไข้อยู่เสมอ  สลับกับลูกหลานที่แวะเวียนเข้าไปดูอาการตามแต่วันหยุด หรือเวลาหลังเลิกงาน

ช่วงสัปดาห์แรกที่เข้ารับการรักษา คุณหมอบอกว่าปู่ป่วยเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น เนื่องจากแกไอมาก ที่บ้านก็เครียด แต่ด้วยความหวังว่ามันยังมีโอกาสหาย จึงคอยให้กำลังใจปู่กัน

จากนั้นไม่นาน ไม่ถึงสัปดาห์ อาการปู่ก็ทรุดลง หมอเข้าตรวจ หมอบอกว่าแกเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ตอนนั้นที่บ้านตกใจกันมาก จากความหวังที่เคยมี หายไปในพริบตา ดิฉันเองก็ตกใจ ตอนแรกยังบอกเราว่าเป็นระยะแรกอยู่เลย แต่ยังไงเราก็ต้องสู้ รักษาแกไปตามอาการอย่างถึงที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว เราตัดสินใจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจที่ รพ. จ ได้รับผลว่า แกเป็นเพียงวัณโรคปอด เท่านั้น และทาง รพ. จ ได้ทำหนังสือส่งมาที่ รพ. ดังกล่าว เพื่อบอกผลตรวจดังกล่าวแล้ว

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่จิตใจปู่ค่อนข้างย่ำแย่มาก รวมทั้งย่าด้วย เนื่องจากได้รับข่าวอาการป่วยแบบกะทันหันไปมา ทำให้ปรับจิตใจได้ไม่ทัน

แต่แล้วกลับเกิดเหตุผิดพลาดขึ้น มีวันหนึ่งในระหว่างที่ย่าลงไปทานอาหารกลางวัน (ปกติย่าแกจะนั่งเฝ้าปู่อยู่ตลอดไม่ห่างเลย เว้นแต่ตอนกินข้าว และเข้าห้องน้ำ) จู่ๆพยาบาลก็เดินเอาคีโมมาให้ปู่ ปู่แกไม่ค่อยรู้เรื่อง ย่าขึ้นมาหลังจากทานข้าวก็ตกใจ ถามว่านี่พยาบาลทำอะไรแกน่ะ พยาบาลบอกย่าว่าให้คีโม ย่ารีบบอกว่า ให้ทำไม แกไม่ได้เป็นมะเร็ง มีหนังสือส่งมาจากทาง รพ.จ แล้ว ไม่รู้หรอ พยาบาลไปค้นดูเจอ ก็ตกใจ รีบไปเอาคีโมออก แล้วบอกว่าพอดีลืมดู และบอกย่าว่าให้ไปเพียงนิดเดียวไม่เป็นไรหรอกยาย เนี่ยคีโมเป็นยาช่วยรักษาภายในนะ

หลังจากนั้นมา ปู่เริ่มมีอาการผิดปกติ เริ่มมีอาการเบลอๆ พูดจาไม่รู้เรื่อง ผื่นขึ้นเต็มตัว ตรวจพบสมองฟ่อหลายจุด มีสมองตีบร่วมด้วย ปู่เริ่มจำคนในบ้านไม่ได้เป็นบางครั้ง ส่วนเรื่องผื่นให้หมอผิวหนังดู หมอผิวหนังตกใจว่า ปู่ไปแพ้อะไรมา สืบไปสืบมาปรากฏว่า ปู่ได้รับยาที่มีประวัติว่าเคยแพ้ หมอผิวหนังรีบบอกให้ย่าไปบอกหมอว่า อย่าสั่งยาตัวนี้ให้ผู่ป่วยนะ ผู้ป่วยแพ้จนจะตายอยู่แล้ว หมอไม่รู้เลยหรอ หมอที่รักษาปู่รีบหยุดยาตัวนั้นให้ปู่

แต่ว่ามันก็เหมือนไม่ทันแล้ว จากคนที่สุขภาพไม่ได้แย่ ปู่แกเป็นคนชอบวิ่ง แกจะวิ่งทุกเช้า ตอนนี้กลายเป็นต้องนอนอยู่แต่บนเตียง บางครั้งแกก็อาละวาด เพราะอาการทางสมองที่เกิดขึ้น บางครั้งบุรุษพยาบาลต้องมาจับแกมัดกับเตียง มัดหมดทั้งแขนขา หน้าอก เพราะแกจะเอาแต่ลงจากเตียงตลอด

ล่าสุด แกถ่ายบ่อยมาก ถ่ายเหลว บางครั้งเป็นก้อนเล็กๆ วันนั้นเรามีโอกาสได้เข้าฟังหมอตรวจด้วย อันนี้เป็นคำพูดหมอที่พูดกับย่า หลังจากที่ย่าเล่าอาการของปู่ให้หมอฟัง เราจำได้ดี เพราได้ยินมากับหูของตัวเอง “มันก็เป็นอาการของคนแก่แระป้า ถ่ายบ่อยเป็นธรรมดา และที่อั้นไม่ได้เนี่ย คงเป็นเพราะแกคงถ่ายไม่สุด ก็เลยถ่ายอีกบ่อยๆ วันละหลายๆครั้ง ป้าได้เอาผลไม้ให้แกกินเยอะไหมล่ะ?” หมอว่าเป็นอาการของคนแก่ เราก็อ่า โอเค แต่พยาบาลที่เข้ามาพยุงปู่เรา ฟึดฟัดๆตลอด เพราะปู่แกฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว แกเอาเท้าวางบนที่วางเท้ารถเข็นไม่ได้ เราก็โอเค ไม่เป็นไร เราเข้าใจว่า รพ. รับคนไข้เยอะ พยาบาลอาจมีเหนื่อยกันบ้าง

สุดท้ายแล้วหลังจากกลับมาจากการตรวจคราวนั้นไม่นาน ปู่เราถ่ายเป็นเลือด ออกมาเยอะมาก ต้องรีบนำส่ง รพ. ด่วน ผลปรากฏว่า ปู่เราติดเชื้อในกระแสเลือด ตอนนี้นอนให้น้ำเกลืออยู่ที่ รพ. รู้สึกตัวบ้าง ไม่รู้สึกตัวบ้าง แกเอาแต่เงียบไม่พูดอะไร

ไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี ถึงจะช่วยปู่ได้มากกว่านี้ บ้านเราไม่ได้ร่ำรวยอะไร ถ้ามีเงินมากกว่านี้ ฉันจะไม่เอาปู่มารักษาตามยถากรรมแบบนี้เลย เหมือนรอวันตาย ครอบครัวเราไม่ได้รวยมาก มาเจอแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ เวลาถามอาการหมอมากๆ หมอก็มักจะเลี่ยงไม่ค่อยตอบ

สุดท้ายนี้ หากดิฉันเขียนอะไรผิดพลาดไป หรือแท็กผิดห้องต้องขออภัยด้วยนะคะ ไม่ค่อยได้ตั้งกระทู้เอง รบกวนท่านผู้รู้ช่วยตอบที หรือให้คำเเนะนำอะไรก็ได้ค่ะ ตอนนี้ที่บ้านร้อนใจกันมากเลย ขอบคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ นะคะ

ขอบคุณจริงๆค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่