สวัสดีครับ นี่เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรกของผม ผมก็ไม่รู้หรอกว่าปกติแล้วเขาตั้งอะไรยังไงกัน
ช่วงนี้ทุกๆคนก็คงกักตัวอยู่แต่บ้านสินะครับ ผมว่าต้องมีบางคนเบื่อแน่ๆ ผมเองก็เหมือนกัน แต่พอลองถามตัวเองดูว่า ถ้าไม่ต้องกักตัว ผมจะทำอะไร
คำตอบที่ผมได้ก็คือ มันก็ไม่ต่างจากเดิม เพราะผมไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่นหรอก อันที่จริงต้องบอกว่า ผมขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่มันรู้สึกสบายใจกว่าการออกไปเจอผู้คน
ผมจะเล่าถึงเหตุผลว่าทำไมผมถึงเป็นคนติดบ้าน มันอาจจะน่าเบื่อนะครับ แต่ผมอยากจะลองเขียนดู แม้มันจะไม่น่าสนใจ
ตั้งแต่จำความได้ แม่ก็ให้ป้า(พี่สาวแม่)เลี้ยงผมมาตลอด พ่อผมก็ทิ้ง ในบ้านก็จะมี ลุง ป้า พี่สาว พี่เขย ผมเป็นคนนอก เขาก็ไม่ได้สนใจ แค่ให้ซุกหัวนอน ป้าก็ขายของทั้งวัน ลุงก็ไปทำงาน พี่สาวก็อยู่แต่กับแฟน ด้วยความที่ไม่มีใครดูแลผม แล้วไม่อยากให้ผมสร้างความปวดหัว เลยสอนผมตั้งแต่เด็กว่า ห้ามไปเล่นนอกบ้าน ห้ามไปเล่นกับเพื่อน ไปเรียนเช้า 4โมงเย็นนั่งรถรับส่งกลับบ้าน แล้วกลับมาเปิดบ้าน เปิดไฟ หุงข้าว ทำงานบ้าน ถ้าไม่ทำจะโดนด่า
เขาสอนอะไร สั่งอะไร ด้วยความเป็นเด็กผมก็ฟัง ก็เชื่อหมด บางทีก็จะเห็นลุงกับป้าทะเลาะกัน ก็จำต้องเห็นความรุนแรงแต่เด็ก แต่ผมก็คิดเป็นเรื่องสนุก
ผมเลยติดนิสัยชอบอยู่แต่บ้าน ไม่สุงสิง ไม่รวมกลุ่มกับใคร จนขึ้นม.ต้น ผมก็เริ่มรู้สึกเหงา ผมว่าหลายๆคนก็เป็นเหมือนผมนะ มีคนเต็มบ้าน แต่เหมือนไม่มี ผมเริ่มเครียด มีปัญหาอะไรก็พูดกับใครไม่ได้ เวลาจะตั้งใจพูด ก็ทำเป็นไม่ฟังบ้าง คุยกับคนอื่นบ้าง เดินหนีบ้าง
แม่ผมเลยย้ายผมไปบ้านใหม่(บ้านที่สร้างไว้แต่ยังไม่มีใครอยู่) เขาก็ส่งเงินให้จากกรุงเทพฯ ผมก็รับผิดชอบตัวเองคนเดียวไป (ผมว่ามันก็ไม่ต่างจากเดิม) ผมก็ใช้ชีวิตวนเวียนไปแบบ ตื่นเช้าไปเรียนเย็นกลับบ้าน พอเข้าปวช-ปวส. ผมก็กลับบ้านทุกครั้งที่ไม่มีเรียน (เลิกครึ่งวันก็กลับเลย)
พอเข้ามหาลัย มันก็วนอยู่แบบเดิม ตื่นตี5ครึ่ง เตรียมตัวขึ้นรถไฟ6โมง ไปเรียน กินข้าวบนรถไฟ เย็นก็กลับรถรอบ5โมง ถึงก็ ดูข่าว อ่านหนังสือ กินข้าว นอน ผมใช้ชีวิตแบบไม่มีสังคมมาแบบนี้กี่ปีผมก็ลืมไปแล้ว ในใจลึกๆผมก็รู้สึกเหงาอยู่เสมอ มีเรื่องมากมายอยากจะคุย อยากจะมีส่วนร่วม
ณ ปัจจุบัน ที่ผมเรียนก็ปี3 แต่ถ้าเปิดเทอมนี้ก็ปี4ละ แต่นั้นไม่สำคัญ ผมจะบอกว่า คนในห้องทุกคน มาเป็นกลุ่มจากวิลัยเดียวกัน คือเป็นกลุ่มกันอยู่แล้ว
ถ้าแค่คิดว่าไปคุย หรือไปตีสนิท มันยาก เพราะผมเป็นคนนอก อีกอย่างที่ผมเรียนมาตลอดคือ ปวช-ปวส.คอมธุรกิจ>ป.ตรี.การจัดการ คือคณะมีแต่ผู้หญิง ด้วยความที่ผมไม่เคยมีเพื่อน อีกอย่างคนรอบตัวก็มีแต่ผู้หญิง ผมก็กลัวว่าจะทำอะไรผิดหูผิดตา เลยไม่อยากเสี่ยง กลายเป็นว่า อยู่คนเดียวสบายใจกว่า ถ้าถามว่าผมอยู่คนเดียวยังไง ก็แบบว่าเวลามีงานกลุ่ม,โครงการ,วิจัย, ผมไม่เคยมีกลุ่มเลย(ถ้าอาจารย์ไม่จัดให้ แต่ส่วนมากก็ไม่จัดหรอก)
แต่ถึงแม้เวลามีงานผมจะทำคนเดียว ยกตัวอย่างวิชาการออกแบบเว็ปไซต์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ มันอาจจะไม่ได้ดูแล้วว้าว แต่ผมก็ตั้งใจทำมาก ไม่ได้ทำแค่ส่งๆ ผมมักจะรีบทำงานที่อาจารย์สั่งให้เสร็จ ผมไม่ไดขยันนะ แต่1.มันตาใจถ้าอะไรไม่เสร็จ 2.ถ้าปล่อยให้ตัวเองว่าง ผมจะฟุ้งซ่าน
หลายๆคนบอกว่าถ้าเหงาก็ทักใครไปคุยสิ ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปหรือเปล่านะ แต่การที่เราอยู่ดีๆแล้วมีคนทักมา มันรู้สึกแปลกๆสำหรับคนที่ถูกทัก ผมเลยเงียบ ผมคิดมาตลอดนะว่า ถ้ามีแฟนก็คงดี ผมอยากสร้างครอบครัวของตัวเอง เพราะผมไม่เคยมีครอบครัว กลับบ้านไม่เจอใคร ไม่มีใครคุยด้วย
คนเรามักบอกว่า รีบมีแฟนแล้วเหนื่อย ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง แต่สำหรับผมมันคงดีกว่าถ้าเหนื่อยแต่มีคนอยู่ในชีวิตบ้าง ไม่ใช่อยู่ไปวันๆเหมือนที่ผ่านมา แต่ผมเองก็มีข้อเสียอยู่ข้อหนึ่ง คือรูปร่างหน้าตา ผมสูง185 แต่หนัก120 อาจจะ130มั้งไม่รู้สิ ผมเป็นคนที่หัวล้านตรงกลางนะ ได้จากพ่อและแม่
คืออ้วนๆ สูงๆ หัวล้าน ไว้ผมยาว มักมีคนบอกว่า คนที่ไม่มองคนที่หน้าตาก็มี แต่ผมก็หวังว่าจะเจอ เพราะแววตาที่คนอื่นมองผม ผมรู้สึกได้ถึงความรังเกลียด ข้อดีที่ผมพอจะมีก็คือ ผมไม่เคยโกหก มักพูดไปตรงๆดีกว่าการให้มารู้ทีหลัง เพราะผมเองก็ไม่ชอบการถูกโกหกเหมือนกัน
แล้วผมก็ไม่เคยผิดสัญญา ข้อนี้มันทำผมลำบาก เพราะผมชอบไปรับปากอะไรยากๆ แต่ผมก็ทำได้เสมอ ข้อดีผมก็แค่นี้ละมั้ง ที่ผมพอนึกได้
แล้วก็มักมีคนบอกว่า อ้วนก็ไปออกกำลังกาย ไม่หล่อก็ไปศัลยกรรมสิ งั้นก็แปลว่าถ้ามีคนชอบผมที่หน้าตา เวลาเขาเจอที่หล่อกว่า เขาก็ทิ้งผมได้สิ
ผมอยากให้มีคนชอบในสิ่งที่ผมสามารถทำให้ได้ แล้วเชื่อในตัวผมว่าผมสามารถดูแลเขาได้
ที่ผ่านมาผมไม่ได้รักตัวเองมากมายอะไร แต่ผมก็ไม่เคยสูบบุหรี่ หรือกินเหล้านะ
มักมีคนบอกว่าเราควรรักตัวเองก่อนจะรักคนอื่น แต่สำหรับผม ผมอยากมีใครมารักก่อน เพราะผมอยากมีเหตุผลที่ทำให้ตัวเองมีค่าพอจะรักตัวเอง
อีกไม่นานแม่ผมก็เกษียณแล้วกลับมาอยู่บ้าน ผมก็ต้องทำงาน ด้วยความที่ผมไม่เคยออกไปเที่ยวไหน แล้วต้องดูแลแม่ ผมคงไม่มีเวลาไปรู้จักใครหรอก
เอาล่ะ เอวังด้วยประการฉะนี้ ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ ผมเขียนๆลบๆตั้งแต่ตี3 จนตอนนี้ตี4ละ สวัสดีปีใหม่ไทยนะครับทุกคน
ผมนอนไม่หลับเลยลองตั้งกระทู้ระบายความเหงา
ช่วงนี้ทุกๆคนก็คงกักตัวอยู่แต่บ้านสินะครับ ผมว่าต้องมีบางคนเบื่อแน่ๆ ผมเองก็เหมือนกัน แต่พอลองถามตัวเองดูว่า ถ้าไม่ต้องกักตัว ผมจะทำอะไร
คำตอบที่ผมได้ก็คือ มันก็ไม่ต่างจากเดิม เพราะผมไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่นหรอก อันที่จริงต้องบอกว่า ผมขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่มันรู้สึกสบายใจกว่าการออกไปเจอผู้คน
ผมจะเล่าถึงเหตุผลว่าทำไมผมถึงเป็นคนติดบ้าน มันอาจจะน่าเบื่อนะครับ แต่ผมอยากจะลองเขียนดู แม้มันจะไม่น่าสนใจ
ตั้งแต่จำความได้ แม่ก็ให้ป้า(พี่สาวแม่)เลี้ยงผมมาตลอด พ่อผมก็ทิ้ง ในบ้านก็จะมี ลุง ป้า พี่สาว พี่เขย ผมเป็นคนนอก เขาก็ไม่ได้สนใจ แค่ให้ซุกหัวนอน ป้าก็ขายของทั้งวัน ลุงก็ไปทำงาน พี่สาวก็อยู่แต่กับแฟน ด้วยความที่ไม่มีใครดูแลผม แล้วไม่อยากให้ผมสร้างความปวดหัว เลยสอนผมตั้งแต่เด็กว่า ห้ามไปเล่นนอกบ้าน ห้ามไปเล่นกับเพื่อน ไปเรียนเช้า 4โมงเย็นนั่งรถรับส่งกลับบ้าน แล้วกลับมาเปิดบ้าน เปิดไฟ หุงข้าว ทำงานบ้าน ถ้าไม่ทำจะโดนด่า
เขาสอนอะไร สั่งอะไร ด้วยความเป็นเด็กผมก็ฟัง ก็เชื่อหมด บางทีก็จะเห็นลุงกับป้าทะเลาะกัน ก็จำต้องเห็นความรุนแรงแต่เด็ก แต่ผมก็คิดเป็นเรื่องสนุก
ผมเลยติดนิสัยชอบอยู่แต่บ้าน ไม่สุงสิง ไม่รวมกลุ่มกับใคร จนขึ้นม.ต้น ผมก็เริ่มรู้สึกเหงา ผมว่าหลายๆคนก็เป็นเหมือนผมนะ มีคนเต็มบ้าน แต่เหมือนไม่มี ผมเริ่มเครียด มีปัญหาอะไรก็พูดกับใครไม่ได้ เวลาจะตั้งใจพูด ก็ทำเป็นไม่ฟังบ้าง คุยกับคนอื่นบ้าง เดินหนีบ้าง
แม่ผมเลยย้ายผมไปบ้านใหม่(บ้านที่สร้างไว้แต่ยังไม่มีใครอยู่) เขาก็ส่งเงินให้จากกรุงเทพฯ ผมก็รับผิดชอบตัวเองคนเดียวไป (ผมว่ามันก็ไม่ต่างจากเดิม) ผมก็ใช้ชีวิตวนเวียนไปแบบ ตื่นเช้าไปเรียนเย็นกลับบ้าน พอเข้าปวช-ปวส. ผมก็กลับบ้านทุกครั้งที่ไม่มีเรียน (เลิกครึ่งวันก็กลับเลย)
พอเข้ามหาลัย มันก็วนอยู่แบบเดิม ตื่นตี5ครึ่ง เตรียมตัวขึ้นรถไฟ6โมง ไปเรียน กินข้าวบนรถไฟ เย็นก็กลับรถรอบ5โมง ถึงก็ ดูข่าว อ่านหนังสือ กินข้าว นอน ผมใช้ชีวิตแบบไม่มีสังคมมาแบบนี้กี่ปีผมก็ลืมไปแล้ว ในใจลึกๆผมก็รู้สึกเหงาอยู่เสมอ มีเรื่องมากมายอยากจะคุย อยากจะมีส่วนร่วม
ณ ปัจจุบัน ที่ผมเรียนก็ปี3 แต่ถ้าเปิดเทอมนี้ก็ปี4ละ แต่นั้นไม่สำคัญ ผมจะบอกว่า คนในห้องทุกคน มาเป็นกลุ่มจากวิลัยเดียวกัน คือเป็นกลุ่มกันอยู่แล้ว
ถ้าแค่คิดว่าไปคุย หรือไปตีสนิท มันยาก เพราะผมเป็นคนนอก อีกอย่างที่ผมเรียนมาตลอดคือ ปวช-ปวส.คอมธุรกิจ>ป.ตรี.การจัดการ คือคณะมีแต่ผู้หญิง ด้วยความที่ผมไม่เคยมีเพื่อน อีกอย่างคนรอบตัวก็มีแต่ผู้หญิง ผมก็กลัวว่าจะทำอะไรผิดหูผิดตา เลยไม่อยากเสี่ยง กลายเป็นว่า อยู่คนเดียวสบายใจกว่า ถ้าถามว่าผมอยู่คนเดียวยังไง ก็แบบว่าเวลามีงานกลุ่ม,โครงการ,วิจัย, ผมไม่เคยมีกลุ่มเลย(ถ้าอาจารย์ไม่จัดให้ แต่ส่วนมากก็ไม่จัดหรอก)
แต่ถึงแม้เวลามีงานผมจะทำคนเดียว ยกตัวอย่างวิชาการออกแบบเว็ปไซต์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ มันอาจจะไม่ได้ดูแล้วว้าว แต่ผมก็ตั้งใจทำมาก ไม่ได้ทำแค่ส่งๆ ผมมักจะรีบทำงานที่อาจารย์สั่งให้เสร็จ ผมไม่ไดขยันนะ แต่1.มันตาใจถ้าอะไรไม่เสร็จ 2.ถ้าปล่อยให้ตัวเองว่าง ผมจะฟุ้งซ่าน
หลายๆคนบอกว่าถ้าเหงาก็ทักใครไปคุยสิ ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปหรือเปล่านะ แต่การที่เราอยู่ดีๆแล้วมีคนทักมา มันรู้สึกแปลกๆสำหรับคนที่ถูกทัก ผมเลยเงียบ ผมคิดมาตลอดนะว่า ถ้ามีแฟนก็คงดี ผมอยากสร้างครอบครัวของตัวเอง เพราะผมไม่เคยมีครอบครัว กลับบ้านไม่เจอใคร ไม่มีใครคุยด้วย
คนเรามักบอกว่า รีบมีแฟนแล้วเหนื่อย ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง แต่สำหรับผมมันคงดีกว่าถ้าเหนื่อยแต่มีคนอยู่ในชีวิตบ้าง ไม่ใช่อยู่ไปวันๆเหมือนที่ผ่านมา แต่ผมเองก็มีข้อเสียอยู่ข้อหนึ่ง คือรูปร่างหน้าตา ผมสูง185 แต่หนัก120 อาจจะ130มั้งไม่รู้สิ ผมเป็นคนที่หัวล้านตรงกลางนะ ได้จากพ่อและแม่
คืออ้วนๆ สูงๆ หัวล้าน ไว้ผมยาว มักมีคนบอกว่า คนที่ไม่มองคนที่หน้าตาก็มี แต่ผมก็หวังว่าจะเจอ เพราะแววตาที่คนอื่นมองผม ผมรู้สึกได้ถึงความรังเกลียด ข้อดีที่ผมพอจะมีก็คือ ผมไม่เคยโกหก มักพูดไปตรงๆดีกว่าการให้มารู้ทีหลัง เพราะผมเองก็ไม่ชอบการถูกโกหกเหมือนกัน
แล้วผมก็ไม่เคยผิดสัญญา ข้อนี้มันทำผมลำบาก เพราะผมชอบไปรับปากอะไรยากๆ แต่ผมก็ทำได้เสมอ ข้อดีผมก็แค่นี้ละมั้ง ที่ผมพอนึกได้
แล้วก็มักมีคนบอกว่า อ้วนก็ไปออกกำลังกาย ไม่หล่อก็ไปศัลยกรรมสิ งั้นก็แปลว่าถ้ามีคนชอบผมที่หน้าตา เวลาเขาเจอที่หล่อกว่า เขาก็ทิ้งผมได้สิ
ผมอยากให้มีคนชอบในสิ่งที่ผมสามารถทำให้ได้ แล้วเชื่อในตัวผมว่าผมสามารถดูแลเขาได้
ที่ผ่านมาผมไม่ได้รักตัวเองมากมายอะไร แต่ผมก็ไม่เคยสูบบุหรี่ หรือกินเหล้านะ
มักมีคนบอกว่าเราควรรักตัวเองก่อนจะรักคนอื่น แต่สำหรับผม ผมอยากมีใครมารักก่อน เพราะผมอยากมีเหตุผลที่ทำให้ตัวเองมีค่าพอจะรักตัวเอง
อีกไม่นานแม่ผมก็เกษียณแล้วกลับมาอยู่บ้าน ผมก็ต้องทำงาน ด้วยความที่ผมไม่เคยออกไปเที่ยวไหน แล้วต้องดูแลแม่ ผมคงไม่มีเวลาไปรู้จักใครหรอก
เอาล่ะ เอวังด้วยประการฉะนี้ ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ ผมเขียนๆลบๆตั้งแต่ตี3 จนตอนนี้ตี4ละ สวัสดีปีใหม่ไทยนะครับทุกคน