ครั้งแรกเลยคงต้องย้อนเวลากันสักหน่อย ตอนนั้นอายุประมาณ 10-11 ปี ผมอาศัยอยู่แถวปริมณทลเขตติดต่อกรุงเทพฯ ผมเรียนอยู่ชั้นประถม 5-6 ไม่แน่ใจ
ทุกเย็นวันศุกร์ จะขอแม่ไปนอนบ้านยาย เพราะว่าที่บ้านยายมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเยอะ และที่สำคัญบ้านยายมีคลองน้ำไหลผ่านพวกเราชอบไปเล่นกัน
ถึงจะว่ายน้ำไม่เก่งมากก็เถอะ จนมีอยู่วันนึงหลังเลิกเรียนพวกผมและพี่ ๆ มาถึงบ้านยาย เราได้เห็นกลุ่มผู้ใหญ่เค้ากำลังมุ่งกันแถวหน้าบ้านยาย ลืมบอกไปบ้านยายเป็นลักษณะห้องแถวไม้ชั้นเดียวเรียงกันไปประมาณ 10 ห้อง ในระแวกนั้นก็มีห้องป้า ห้องน้า ห้องลุง อยู่เรียงกันไปทางเดินเป็นสะพานไม้เล็ก ๆ ผม
เห็นกลุ่มผู้ใหญ่หลายคนกำลังเหมือนขุดอะไรอยู่บริเวณสะพานไม้หน้าห้องยาย ตามประสาอยากรู้จึงได้ถามลุงคนนึงว่าทำอะไรกันครับ เค้าตอบว่า ยายขอแรงมาช่วยขุดไม้ตะเคียนขึ้น ผมไม่เข้าใจว่าไม่ตะเคียนคืออะไรในตอนนั้นด้วยความที่เข้าบ้านยายไม่ได้ก็เลยไปนั่งเล่นที่บ้านพี่ บ้านน้าแถวนั้น สักพักก็ได้ยินเสียงพระสวด และก็ได้ยินเสียงผู้ใหญ่เฮเสียงดังว่าเจอแล้ว ขึ้นมาแล้ว ผมจึงรีบวิ่งไปดู สิ่งที่เห็นคือ เป็นท่อนไม้ยาวประมาณ 4-5 เมตร สีน้ำตาลอ่อน เสียงกลุ่มผู้ใหญ่ก็พูดกันว่าไม่น่าเชื่อไม้ยาวขนาดนี้จะมาจมอยู่ใต้นี้ได้ไง แล้วก็ช่วยกันล้างโคลนออกผมดูถึงตอนนี้แม่ก็มารับกลับบ้าน...
หลังจากวันนั้นผ่านไปเป็นสัปดาห์ผมก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว จนวันศุกร์เวียนมาถึง หลังเลิกเรียนของวันศุกร์แม่จะไม่มารับเพราะว่าผมจะอยู่บ้านยาย แม่จะมารับเย็นวันอาทิตย์ พอผมมาถึงบ้านยาย ยายก็บอกว่าให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาหายาย หลังจากนั้นยายก็พาเข้าไปในห้องด้านใน พอเข้าไปผมได้กลิ่นน้ำอบและกลิ่นธูป ห้องมันมืดนิดหน่อย มีเพียงแสงจากร่องหน้าต่างที่แตกเล็ก ๆ พอสายตาชินกับความมืด ก็เห็นเป็นท่อนไม้ที่ขุดขึ้นมาวันนั้นตั้งสูงถึงเพดานห้อง และ มีผ้าหลายสีผูกอยู่ วันนั้นที่เห็นก็ยังไม่ดูน่ากลัวเหมือนวันนี้ ถ้าจำไม่ผิดผมว่าผมขนลุกและรู้สึกกลัว ยายบอกว่าเดี๋ยวยายจุดธูปให้นะแล้วบอกแม่ตะเคียนว่าวันนี้จะมานอนกับยาย ให้แม่ตะเคียนมาคุ้มครองนะ ผมก็พูดไปตามที่ยายบอก หลังจากนั้นก็ออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อน พี่ จนเริ่มมืด
พอฟ้าเริ่มมืด พวกเราก็เริ่มหิว จึงพากันแยกย้ายกลับ ผมและพี่ ๆ ที่เป็นลูกป้าอีกสองคนก็เดินกลับไปที่บ้านตัวเอง และตกลงกันว่าเดี๋ยวอาบน้ำกินข้าวแล้วจะมานอนกับผมที่บ้านยาย จนประมาณสองทุ่ม พี่ ๆ สองคนก็มา เราก็นั่งเล่นกัน ยายก็เริ่มกางมุ้งนอน ด้านนอกห้อง ผมมองด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไม ยายไม่กลางมุ้งนอนในห้องเหมือนเดิมแต่ไม่ได้ถาม พอยายกลางมุ้งเสร็จก็เรียกพวกเราเข้าไปนอน พวกเรานอนเรียงกัน ริมสุดคือยาย ต่อมาคือ พี่คนที่ 1 และคือ ผม ริมสุดคือ พี่คนที่ 2 ทุกคนมีผ้าห่มเล็ก ๆ คนละผืน ที่ปลายเท้าจะเป็นพัดลม 1 ตัวส่ายไปมา เรา นอนคุยกันไปเรื่อย ๆ จนสักพักเสียงแต่ละคนเริ่มเงียบแล้วผมก็หลับไปตอนไหนไม่รู้ แต่มารู้สึกตัวอีกด้วยความหนาวเย็น ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองไปทางปลายเท้าเห็นเงาสีขาวราง ๆ ผมค่อย ๆ ปรับสายตาให้ชัดเพื่อมองให้เห็นว่าอะไร พอเห็นชัดขึ้น เป็นเงาสีขาวลักษณะผู้หญิงใส่ชุดเหมือนนุ่งขาวห่มขาว นั่งพับเพียบอยู่ที่ปลายเท้า และ เอาผ้าผืนหนึ่งค่อย ๆ ปัดไปมาซ้ายทีขวาทีอย่างช้า ๆ ผมมองดูด้วยความสงสัยว่าใครกันอาจเป็นยาย ผมค่อย ๆ หันไปมองทางที่ยาย ยายก็นอนอยู่ พี่คนที่ 1 ก็นอนอยู่ ผมหันไปดูพี่คนที่ 2 ก็นอนอยู่ ตอนนี้ขนเริ่มลุก ความกลัวเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่แน่ใจเพราะตอนแรกไม่คิดกลัวเลย ผมค่อย ๆ ขยับมือหาผ้าห่มอย่างเบาที่สุด บรรยากาศตอนนั้นเงียบมากเหมือนเวลาหยุดนิ่ง ไม่มีเสียงอะไรเลย มือผมคว้าเจอผ้าห่มแต่สายตาผมยังจองมองไปที่ร่างนั้นก็ยังคงนั่งนิ่ง ๆ แต่มือถือผ้าคอยปัดไปมาอยู่ นาทีนั้นผมกลัวมาก มือสองข้างจับผ้าห่มแน่น นับในใจ 1 2 3 พรึมมมมผ้าห่มคลุมหน้าหลับตาปี้นอนนิ่ง ๆ ไม่ไหวติงจนหลับไปถึงเช้า
พอเช้ามาผมเอาเรื่องเมื่อคืนไปถามยาย ด้วยความสงสัยว่ายายได้ลุกขึ้นมานั่งปัดยุ่งรึป่าว ยายบอกว่าไม่ได้ปัด คงเป็นแม่ตะเคียนในห้องนั้นแหละมาปัดเป่ามาดูแลพวกเรา เป็นครั้งแรกที่ผมได้เคยเห็นอะไรแบบนี้ หลังจากนั้นก็มีอีกหลายครั้ง....
คุณเชื่อไหม ผมเคยเห็นอะไรที่เรียกว่า....
ทุกเย็นวันศุกร์ จะขอแม่ไปนอนบ้านยาย เพราะว่าที่บ้านยายมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเยอะ และที่สำคัญบ้านยายมีคลองน้ำไหลผ่านพวกเราชอบไปเล่นกัน
ถึงจะว่ายน้ำไม่เก่งมากก็เถอะ จนมีอยู่วันนึงหลังเลิกเรียนพวกผมและพี่ ๆ มาถึงบ้านยาย เราได้เห็นกลุ่มผู้ใหญ่เค้ากำลังมุ่งกันแถวหน้าบ้านยาย ลืมบอกไปบ้านยายเป็นลักษณะห้องแถวไม้ชั้นเดียวเรียงกันไปประมาณ 10 ห้อง ในระแวกนั้นก็มีห้องป้า ห้องน้า ห้องลุง อยู่เรียงกันไปทางเดินเป็นสะพานไม้เล็ก ๆ ผม
เห็นกลุ่มผู้ใหญ่หลายคนกำลังเหมือนขุดอะไรอยู่บริเวณสะพานไม้หน้าห้องยาย ตามประสาอยากรู้จึงได้ถามลุงคนนึงว่าทำอะไรกันครับ เค้าตอบว่า ยายขอแรงมาช่วยขุดไม้ตะเคียนขึ้น ผมไม่เข้าใจว่าไม่ตะเคียนคืออะไรในตอนนั้นด้วยความที่เข้าบ้านยายไม่ได้ก็เลยไปนั่งเล่นที่บ้านพี่ บ้านน้าแถวนั้น สักพักก็ได้ยินเสียงพระสวด และก็ได้ยินเสียงผู้ใหญ่เฮเสียงดังว่าเจอแล้ว ขึ้นมาแล้ว ผมจึงรีบวิ่งไปดู สิ่งที่เห็นคือ เป็นท่อนไม้ยาวประมาณ 4-5 เมตร สีน้ำตาลอ่อน เสียงกลุ่มผู้ใหญ่ก็พูดกันว่าไม่น่าเชื่อไม้ยาวขนาดนี้จะมาจมอยู่ใต้นี้ได้ไง แล้วก็ช่วยกันล้างโคลนออกผมดูถึงตอนนี้แม่ก็มารับกลับบ้าน...
หลังจากวันนั้นผ่านไปเป็นสัปดาห์ผมก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว จนวันศุกร์เวียนมาถึง หลังเลิกเรียนของวันศุกร์แม่จะไม่มารับเพราะว่าผมจะอยู่บ้านยาย แม่จะมารับเย็นวันอาทิตย์ พอผมมาถึงบ้านยาย ยายก็บอกว่าให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาหายาย หลังจากนั้นยายก็พาเข้าไปในห้องด้านใน พอเข้าไปผมได้กลิ่นน้ำอบและกลิ่นธูป ห้องมันมืดนิดหน่อย มีเพียงแสงจากร่องหน้าต่างที่แตกเล็ก ๆ พอสายตาชินกับความมืด ก็เห็นเป็นท่อนไม้ที่ขุดขึ้นมาวันนั้นตั้งสูงถึงเพดานห้อง และ มีผ้าหลายสีผูกอยู่ วันนั้นที่เห็นก็ยังไม่ดูน่ากลัวเหมือนวันนี้ ถ้าจำไม่ผิดผมว่าผมขนลุกและรู้สึกกลัว ยายบอกว่าเดี๋ยวยายจุดธูปให้นะแล้วบอกแม่ตะเคียนว่าวันนี้จะมานอนกับยาย ให้แม่ตะเคียนมาคุ้มครองนะ ผมก็พูดไปตามที่ยายบอก หลังจากนั้นก็ออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อน พี่ จนเริ่มมืด
พอฟ้าเริ่มมืด พวกเราก็เริ่มหิว จึงพากันแยกย้ายกลับ ผมและพี่ ๆ ที่เป็นลูกป้าอีกสองคนก็เดินกลับไปที่บ้านตัวเอง และตกลงกันว่าเดี๋ยวอาบน้ำกินข้าวแล้วจะมานอนกับผมที่บ้านยาย จนประมาณสองทุ่ม พี่ ๆ สองคนก็มา เราก็นั่งเล่นกัน ยายก็เริ่มกางมุ้งนอน ด้านนอกห้อง ผมมองด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไม ยายไม่กลางมุ้งนอนในห้องเหมือนเดิมแต่ไม่ได้ถาม พอยายกลางมุ้งเสร็จก็เรียกพวกเราเข้าไปนอน พวกเรานอนเรียงกัน ริมสุดคือยาย ต่อมาคือ พี่คนที่ 1 และคือ ผม ริมสุดคือ พี่คนที่ 2 ทุกคนมีผ้าห่มเล็ก ๆ คนละผืน ที่ปลายเท้าจะเป็นพัดลม 1 ตัวส่ายไปมา เรา นอนคุยกันไปเรื่อย ๆ จนสักพักเสียงแต่ละคนเริ่มเงียบแล้วผมก็หลับไปตอนไหนไม่รู้ แต่มารู้สึกตัวอีกด้วยความหนาวเย็น ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองไปทางปลายเท้าเห็นเงาสีขาวราง ๆ ผมค่อย ๆ ปรับสายตาให้ชัดเพื่อมองให้เห็นว่าอะไร พอเห็นชัดขึ้น เป็นเงาสีขาวลักษณะผู้หญิงใส่ชุดเหมือนนุ่งขาวห่มขาว นั่งพับเพียบอยู่ที่ปลายเท้า และ เอาผ้าผืนหนึ่งค่อย ๆ ปัดไปมาซ้ายทีขวาทีอย่างช้า ๆ ผมมองดูด้วยความสงสัยว่าใครกันอาจเป็นยาย ผมค่อย ๆ หันไปมองทางที่ยาย ยายก็นอนอยู่ พี่คนที่ 1 ก็นอนอยู่ ผมหันไปดูพี่คนที่ 2 ก็นอนอยู่ ตอนนี้ขนเริ่มลุก ความกลัวเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่แน่ใจเพราะตอนแรกไม่คิดกลัวเลย ผมค่อย ๆ ขยับมือหาผ้าห่มอย่างเบาที่สุด บรรยากาศตอนนั้นเงียบมากเหมือนเวลาหยุดนิ่ง ไม่มีเสียงอะไรเลย มือผมคว้าเจอผ้าห่มแต่สายตาผมยังจองมองไปที่ร่างนั้นก็ยังคงนั่งนิ่ง ๆ แต่มือถือผ้าคอยปัดไปมาอยู่ นาทีนั้นผมกลัวมาก มือสองข้างจับผ้าห่มแน่น นับในใจ 1 2 3 พรึมมมมผ้าห่มคลุมหน้าหลับตาปี้นอนนิ่ง ๆ ไม่ไหวติงจนหลับไปถึงเช้า
พอเช้ามาผมเอาเรื่องเมื่อคืนไปถามยาย ด้วยความสงสัยว่ายายได้ลุกขึ้นมานั่งปัดยุ่งรึป่าว ยายบอกว่าไม่ได้ปัด คงเป็นแม่ตะเคียนในห้องนั้นแหละมาปัดเป่ามาดูแลพวกเรา เป็นครั้งแรกที่ผมได้เคยเห็นอะไรแบบนี้ หลังจากนั้นก็มีอีกหลายครั้ง....