ตอนนี้COVIdยังระบาด โรคประจำถิ่นที่อาการคล้ายกันก็ถึงรอบระบาด

2โรคที่ว่าคือ ไข้เลือดออกกับไข้หวัดใหญ่  อาการหลักๆคือไข้สูงเหมือนกัน

“โรคไข้เลือดออก” 
มีอาการดังนี้ อาการไข้สูง ใบหน้าและลาตัว รวมถึงมือและเท้าจะแดง อาเจียน ปวดท้อง อาการไข้สูงจะเป็นอยู่ประมาณ 2-7 วัน หลังจากนั้นคนไข้อาจจะมีอาการช็อก เพราะส่วนใหญ่เมื่อไข้ลดผู้ป่วยจะเข้าใจว่าหายดีแล้ว แต่กลับพบอาการที่แย่ลง คือ ซึม กระสับกระส่าย มือเท้า และตัวเย็น เหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็วและเบา มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ซึ่งมักพบที่แขน รักแร้ และตามตัว
อาการไข้เลือดออกที่รุนแรง คือ เลือดออกในกระเพาะอาหาร และลาไส้ โดยคนไข้จะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด หรือก้อนเลือด
หรืออาจจะถ่ายอุจจาระสีดาเหมือนถ่าน 

โรคไข้หวัดใหญ่
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) ซึ่งเชื้อนี้มีหลายชนิดมากพอที่จะทำให้สามารถแยกไข้หวัดใหญ่ในคนได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ “ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล” และ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ซึ่งเป็นต้นเหตุของการระบาดไปทั่วโลก
ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่พบกันมานานแล้ว แต่เชื้อโรคมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมได้ตลอดเวลา ทำให้คนที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ไปแล้วสามารถป่วยได้อีก อาการมักจะไม่รุนแรง เนื่องจากเรามีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง
ส่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิด เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ที่กลายพันธุ์จากเชื้อไวรัสตัวเดิมมาก  จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีภูมิคุ้มกัน และติดเชื้อในวงกว้าง ปัจจุบันได้กลายเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบปะปนกับสายพันธุ์ต่างๆ ทั่วไป
การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จะคล้ายกับไข้หวัดทั่วไป กล่าวคือ ติดต่อโดยการหายใจเอาละอองน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยที่ไอ หรือ จาม และการสัมผัสมือ หรือการใช้สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ โทรศัพท์ ของเล่น รีโมตโทรทัศน์ เมื่อใช้มือมาขยี้ตา แคะจมูก เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายของเราได้โดยง่าย
โดยทั่วไปไข้หวัดใหญ่ มักจะมีอาการที่รุนแรงมากกว่าไข้หวัดธรรมดา โดยสังเกตได้จากอาการที่มักเกิดขึ้นทันทีทันใด ต่างจากไข้หวัดธรรมดามักจะมีอาการค่อยเป็นค่อยไป และที่สำคัญคือ ไข้หวัดใหญ่มักมีไข้สูงติดกันหลายวันโดยเฉพาะในเด็กจะมีไข้สูงลอยเกินกว่า 39-40 องศาเซลเซียสติดต่อกัน 3-4 วัน อาจมีอาการหนาวสั่นสะท้านร่วมด้วย ในขณะที่ไข้หวัดธรรมดาอาจมีไข้แต่ไม่สูงมากนัก
นอกจากนั้น เด็กโตและผู้ใหญ่มักมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียอย่างมาก และเบื่ออาหาร เป็นอาการสำคัญ 
ความน่ากลัวของไข้หวัดใหญ่อย่างหนึ่งคือ การเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรค ได้แก่ โรคปอดอักเสบ และโรคสมองอักเสบ ซึ่งมักเกิดกับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงคือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน โรคไต โรคเอดส์ ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อทราบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่
 
ในการการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่จะหายเอง หากมีอาการไม่มากอาจจะดูแลเองที่บ้านและรักษาตามอาการ เช่น เมื่อมีไข้สูงให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว และใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มแอสไพริน หรือถ้ามีน้ำมูกให้ใช้ยาลดน้ำมูกและยาละลายเสมหะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารอ่อนๆ และให้นอนพักมากๆ ไม่ควรออกกำลังกาย
**********************************************************************************************
อย่าลืมกำจัดลูกน้ำยุงลายกันนะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่