"ปฏิบัติการครองโลก" ของ Covid-19

แผนลับของไวรัส !!!

แต่ก่อนจะรู้แผนของมัน ต้องรู้จักมันก่อน ....กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ...โลกเรามีสิ่งมีชีวิตเล็กๆก่อนพัฒนาเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นๆแบบมนุษย์ เราเรียกมันว่าไวรัส (มันอยู่มานานกว่าเรานะ บอกให้)..ซึ่งก็ไม่รู้จะเรียกมันว่าสิ่งมีชีวิตดีหรือไม่ เพราะวันๆขี้เกียจ เป็นแมงดาสิงในสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกตั้งแต่พืช สัตว์ทุกชนิด แม้กระทั่งในเซลล์ของแบคทีเรีย เพื่อแอบขโมยของที่อยู่ในเซลล์มาโคลนเป็นตัวมันเองให้ได้เป็นแสนๆ ตัว แล้วกระจายตัวไปสิงโฮสตัวอื่นๆต่อไป

เนื่องจากตัวมันไม่มีอะไรเลยที่เรียกว่ามีชีวิต มี RNA เส้นหนึ่ง (สายพันธุกรรมที่ทำให้เรารู้ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต) กับเปลือก ทีนี้ RNA ที่มันมี ก็เหมือนสายประคำจะทำสายประคำอีกเส้นก็ต้องร้อยลูกประคำ (สารพันธุกรรม) ใหม่ทีละลูก แต่เนื่องจากสายประคำมันยาวมาก และลูกประคำก็มีหลากหลาย ใส่สลับกันไม่ได้ เพราะจะไม่เหมือนตัวแม่ แต่ด้วยความโง่ของมัน บางครั้งมันก็ใส่สลับกันจริงๆ ..กระบวนนี้เราเรียกว่าการกลายพันธุ์ เกิดขึ้นได้เป็นปกติเพราะความโง่ของไวรัส 555

ทีนี้หลายล้านๆๆๆปีที่ผ่านมาการกลายพันธุ์ก็เกิดมาตลอด ตัวอ่อนแอตายไป แต่บางครั้งกลายพันธุ์ได้ตัวแข็งแรงกว่าแบบ X men ตัวแข็งแรงก็เพิ่มจำนวนออกลูกหลาน สืบพันธุ์เก่ง ขยายพันธุ์ได้โดยหาวิธีที่แต่ละพันธุ์คิดว่าเจ๋งสุด เช่นติดจากเลือด(HIV) ติดจากการไอ (corona) ติดจากอึ(rota virus) ฝากแมลงไปกัดโฮส (ไข้เลือดออก) ไวรัสเจ๋งๆเลเวลสูงๆ พวกนี้ก็จะอยู่จนถึงปัจจุบันและแตกออกเป็นหลายตระกูล โดยมีตระกูลยิ่งใหญ่ตระกูลหนึ่งใช้ชื่อว่า Corona (=crown) เพราะบรรพบุรุษของมันกลายพันธุ์ให้มีหนามเหมือนมงกุฏ ทำให้ติดเชื้อเข้าปอดง่าย เพราะมันรู้ว่าเข้าปอดแล้วจะไอออกมา ตัวมันจะขี่เสมหะเข้าไปสิงโฮสอื่นง่ายกว่าตระกูลอื่นๆ ....โดยมีเป้าหมายคือครองโลกให้ได้ แอ่น แอน แอ๊นนนน

ตระกูลโคโรน่านี้ก็ผลิตนักรบออกมามากมาย แต่ส่วนใหญ่ต้องมาพ่ายแพ้แก่พวกมานุด ที่พอตั้งหลักได้ ก็จัดการผลิตวัคซีนมาป้องกัน ทำให้มันไม่สามารถทำได้ตามแผน แพ้ไปก็หลายทัพ แต่ก็กลายพันธุ์เข้าไปสู้ใหม่แบบนี้เรื่อยมาหลายร้อยปี นานๆทีก็มีอภิชาติบุตร กลายพันธุ์ได้เจ๋งเป้งแบบ SARS และ MERS หรือ swine flu สามารถกระจายติดโฮสเกือบพันล้านคน เกือบจะครองโลกสำเร็จอยู่แล้ว แต่ก็แพ้ไปในที่สุด...

ทีนี้มาถึงตัวล่าสุดคือ COVID-19 ที่แม่ฝากไว้ให้ค้างคาวดูแล สิงในค้างคาวมานานแต่ความฝันยังไม่จางหาย เพราะต้องการครองโลก ไม่ใช่ครองถ้ำค้างคาว มันก็เพียรพยายามฝึกฝีมือกลายพันธุ์ เพื่อที่จะกระโดดเข้าไปติดสัตว์ตัวอื่นๆ เขยิบเข้าใกล้มานุดเรื่อยๆ (ตรงนี้อาจจะเป็นตัวชะมด ที่เจอโคโรน่าในตัวคล้าย COVID19 มากๆ) จนในที่สุดก็สำเร็จในปี 2019 ที่ผ่านมา ... โดยมันมีแผนการณ์ดังนี้

1. สิงโฮสแต่อย่าให้โฮสตายง่าย มีเวลาฟักตัวนานๆ โดยไม่มีอาการมากนัก เพื่อโฮสจะได้ไม่ไป รพ และไปเที่ยวหลายๆที่ โดยเฉพาะหลังจากไปญี่ปุ่นเกาหลีแล้วบอกสบายดี ไปเกาะช้างต่อได้เลย

2. เกาะติดปอด ทำให้ปอดอักเสบ เวลาไอทีจะได้กระจายเร็วๆ ไปไกลกว่าไวรัสแบบอื่นๆที่โง่กว่ามันเช่น HIV ที่ต้องอาศัยเลือดเท่านั้น

3. พัฒนาเปลือกให้แข็งแรงหน่อย เวลาเกาะที่พื้นผิวต่างๆจะได้อยู่นานสัก 8-9 วัน เพราะรู้ว่าพวกเราไม่ชอบล้างมือ แตะตัวมันแล้วเอามือมาแคะจมูกต่อ

4. อย่าให้โฮสตายมากไป ตายน้อยหน่อยสัก 2% พอ ถ้าตายเยอะไป ทำให้แพร่ระบาดได้ไม่ไกล ต้องให้โฮสไอ มีไข้ แต่เดินพอได้ เพื่อแพร่ต่อเยอะๆ ในที่ชุมชน ระยะกระโดดประมาณ 1-2 เมตรก็ใช้ได้แล้ว

5. อย่าให้เกิดผื่นคัน ผมร่วง หน้าแดง อาการหนัก เลือดออกจมูก ทวารทั้งห้าแบบอีโบล่าหรือไวรัสอ่อนหัดอื่นๆ แบบนั้นดูน่ากลัวไป เดี๋ยวมานุดรู้ทัน โฮสต้องดูดี ถ่ายรูปอัพเฟสได้ทั้งที่ติดเชื้อ แล้วกลับบ้านไม่มีใครรู้เนียนๆกอดกันหอมแก้มกันได้

แผนสุดท้ายนี่เด็ดสุด คือหากเจ้ามานุดคิดวัคซีนได้ มันก็จะกลายพันธุ์เพื่อให้วัคซีนทำงานไม่ได้ผล ..อันนี้สุดจริง

..นี่คือแผนการณ์ของมันทั้งหมด..เมื่อคืนฉันไปแอบฟังมันมา ดังนั้นพวกเราจงอย่าให้แผนการณ์ของมันเป็นจริงด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ไอ จามปิดจมูก กักตัวเมื่อไปประเทศเสี่ยง และหลีกเลี่ยงแหล่งที่มีคนเยอะๆ ..ที่เหลือก็ทำตัวตามสบาย เดี๋ยวเศรษฐกิจพัง

...................................

ขอบคุณที่มาจากเพจ DietDoctor Thailand ค่ะ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2660062534318349&id=1899445097046767

หมายเหตุ : ตอนนี้ใช้ช้อนกลางไม่ได้แล้วนะคะ ต้องช้อนครู เท่านั้นค่ะ หยอกๆ ^^
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่