โพล ชี้ คนส่วนใหญ่ ยัน โควิด-19 ระบาด ส่งผลกระทบคนไทยทุกด้าน-วิตกหนัก
https://www.thairath.co.th/news/politic/1800993
โพลสวนดุสิต ชี้คนกว่า 86% ระบุชัดโควิด-19 ส่งผลกระทบทุกด้าน ทำวิตกกังวลมาก ทั้งเสียสุขภาพจิต ทางแก้ไขล้างมือด้วยน้ำสบู่หรือเจลล้างมือ ขณะคนส่วนใหญ่ หนุน ปิดประเทศ ปิดเมือง ไม่ให้คนเข้าออกประเทศ
วันที่ 22 มี.ค. สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ณ วันนี้ ทำให้ประชาชนต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกันก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของรัฐบาล และเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันที่จริงจัง ชัดเจน เข้มงวดให้มากขึ้น เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “กรณีโควิด-19” สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,457 คน ระหว่างวันที่17-21 มีนาคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนคิดว่าสถานการณ์ โควิด-19 ของประเทศไทย ณ วันนี้ มีผลต่อคนไทยมากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1 มีผลอย่างมาก 86.68% เพราะ ส่งผลกระทบทุกด้าน โดยเฉพาะการดำเนินชีวิตประจำวัน เสียสุขภาพจิต สุขภาพอนามัย เศรษฐกิจของประเทศ การท่องเที่ยว การค้าลงทุนเสียหายอย่างหนัก ประชาชนทำมาหากิน ค้าขายไม่ได้ ขาดรายได้ ถูกเลิกจ้าง ลดโอที ลดเงินเดือน ฯลฯ
อันดับ 2 มีผลอยู่บ้าง 13.32% เพราะ เป็นเรื่องใกล้ตัว เกี่ยวข้องกับสุขภาพ แพร่เชื้อได้ง่าย เมื่ออยู่ในที่สาธารณะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ติดตามข้อมูลข่าวสาร อย่างต่อเนื่อง ไม่วิตกกังวลเกินไป ฯลฯ
2. จากข่าวโควิด-19 ที่สื่อนำเสนอ ณ วันนี้ ทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวลมากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1 วิตกกังวลอย่างมาก 48.73% เพราะ ติดต่อง่าย แพร่ระบาดรวดเร็ว เป็นห่วงคนในครอบครัวว่าจะติดเชื้อโรคนี้ ยังไม่มียารักษา รัฐไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ รัฐชี้แจงข้อมูลยังไม่ชัดเจน ไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการของรัฐบาล ยอดผู้ติดเชื้อมีมากขึ้นทุกวัน ฯลฯ
อันดับ 2 ค่อนข้างวิตกกังวล 45.30% เพราะ มีผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายหลายจังหวัด กังวลว่าบุคลากรทางการแพทย์มีจำนวนไม่เพียงพอกับผู้ป่วยที่รักษา โรงพยาบาล อุปกรณ์ ทางการแพทย์ไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วย ฯลฯ
อันดับ 3 ไม่ค่อยวิตกกังวล 5.08% เพราะ ติดตามข่าวสารตลอดศึกษาวิธีการป้องกัน ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ เป็นโรคที่รักษาหายได้ ฯลฯ
อันดับ 4 ไม่วิตกกังวล 0.89% เพราะ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แออัด มั่นใจว่าตนเองมีการระมัดระวังป้องกันอย่างดี ฯลฯ
3. ประชาชนมีวิธีป้องกันที่จะไม่ให้ติดโรคโควิด-19 อย่างไร?
อันดับ 1 ล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่ เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ทำความสะอาดสิ่งของ เครื่องใช้ 62.56%
อันดับ 2 สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้านหรือนอกสถานที่ 54.44%
อันดับ 3 งดเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง งดร่วมกิจกรรม สังสรรค์ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก 52.62%
อันดับ 4 ดูแลสุขภาพร่างกาย ทานอาหารสดใหม่ สะอาด ใช้ช้อนส่วนตัว 17.35%
อันดับ 5 ไม่เข้าใกล้คนป่วย อยู่ไกลผู้ที่ไอและจาม 12.81%
4. ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องโควิด-19 อย่างไร?
อันดับ 1 ปิดประเทศ ปิดเมือง ไม่ให้คนเข้าออกประเทศ 41.04%
อันดับ 2 สนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ให้หมอและพยาบาลอย่างเพียงพอ มีเตียงรองรับผู้ป่วย 38.62%
อันดับ 3 ควบคุมราคาสินค้า แจกหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ เจลล้างมืออย่างทั่วถึง 22.03%
อันดับ 4 เร่งติดตามผู้ที่ติดเชื้อและคนใกล้ชิด มีมาตรการเข้มงวด ใช้กฎหมายลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน 16.08%
อันดับ 5 เปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริง รายงานสถานการณ์แนะนำวิธีการป้องกัน 14.61%
พท.ยันเสนอแนะแก้โควิดไร้อคติ-ชูข้อเสนอ”สุดารัตน์”
https://www.innnews.co.th/politics/news_626493/
นาย
ชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว INN ว่า พรรคเพื่อไทย ยังคงเดินหน้าติดตามสถานการณ์ การแก้ปัญหาโควิด -19 ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และจะให้ความเห็น
เมื่อพบว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน และประเทศชาติ ยืนยันไม่ท้อ ที่มีบางคนกล่าวหาว่า พรรคตีกินทางการเมือง เพราะที่ผ่านมาสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายๆ คน เคลื่อนไหว หรือให้ความเห็นต่อปัญหาโควิด-19 ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ได้มีอคติต่อรัฐบาล เพียงแต่มองว่า บางครั้งแนวทางที่รัฐบาลใช้อยู่มันช้าเกินไป หรือเป็นเชิงรับเกินไป ก็เสนอในแบบที่เป็นเชิงรุก หรือล้ำหน้าสถานการณ์ไป เพื่อให้สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้ย่างมีประสิทธิภาพขึ้นเท่านั้น และรัฐบาลจำเป็นต้องกล้าตัดสินใจ
ทั้งนี้ นาย
ชวลิต ยังคงยืนยันด้วยว่า แนวทางที่ คุณหญิง
สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เสนอคือยกระดับควบคุมการแพร่ระบาด 2 ส่วน คือการปูพรมค้นหาผู้ติดเชื้อโดยเร็วทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน และระงับการเพิ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่เดินทางเข้าประเทศไทย รวมถึงเสนอต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการใน 2 มาตรการขั้นเด็ดขาด คือการปิดการเดินทางเข้าประเทศ เคลียร์พื้นที่ภายใน 3 สัปดาห์ที่เรียกว่า lock down นั้นเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้
JJNY : โพลชี้ โควิด-19 ระบาดกระทบทุกด้าน-วิตกหนัก/พท.ชูข้อเสนอ”สุดารัตน์”/คาดกนง.หั่นดอกเบี้ยอีก0.25%/โควิดลาม!188ปท.
https://www.thairath.co.th/news/politic/1800993
โพลสวนดุสิต ชี้คนกว่า 86% ระบุชัดโควิด-19 ส่งผลกระทบทุกด้าน ทำวิตกกังวลมาก ทั้งเสียสุขภาพจิต ทางแก้ไขล้างมือด้วยน้ำสบู่หรือเจลล้างมือ ขณะคนส่วนใหญ่ หนุน ปิดประเทศ ปิดเมือง ไม่ให้คนเข้าออกประเทศ
วันที่ 22 มี.ค. สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ณ วันนี้ ทำให้ประชาชนต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกันก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของรัฐบาล และเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันที่จริงจัง ชัดเจน เข้มงวดให้มากขึ้น เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “กรณีโควิด-19” สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,457 คน ระหว่างวันที่17-21 มีนาคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนคิดว่าสถานการณ์ โควิด-19 ของประเทศไทย ณ วันนี้ มีผลต่อคนไทยมากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1 มีผลอย่างมาก 86.68% เพราะ ส่งผลกระทบทุกด้าน โดยเฉพาะการดำเนินชีวิตประจำวัน เสียสุขภาพจิต สุขภาพอนามัย เศรษฐกิจของประเทศ การท่องเที่ยว การค้าลงทุนเสียหายอย่างหนัก ประชาชนทำมาหากิน ค้าขายไม่ได้ ขาดรายได้ ถูกเลิกจ้าง ลดโอที ลดเงินเดือน ฯลฯ
อันดับ 2 มีผลอยู่บ้าง 13.32% เพราะ เป็นเรื่องใกล้ตัว เกี่ยวข้องกับสุขภาพ แพร่เชื้อได้ง่าย เมื่ออยู่ในที่สาธารณะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ติดตามข้อมูลข่าวสาร อย่างต่อเนื่อง ไม่วิตกกังวลเกินไป ฯลฯ
2. จากข่าวโควิด-19 ที่สื่อนำเสนอ ณ วันนี้ ทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวลมากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1 วิตกกังวลอย่างมาก 48.73% เพราะ ติดต่อง่าย แพร่ระบาดรวดเร็ว เป็นห่วงคนในครอบครัวว่าจะติดเชื้อโรคนี้ ยังไม่มียารักษา รัฐไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ รัฐชี้แจงข้อมูลยังไม่ชัดเจน ไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการของรัฐบาล ยอดผู้ติดเชื้อมีมากขึ้นทุกวัน ฯลฯ
อันดับ 2 ค่อนข้างวิตกกังวล 45.30% เพราะ มีผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายหลายจังหวัด กังวลว่าบุคลากรทางการแพทย์มีจำนวนไม่เพียงพอกับผู้ป่วยที่รักษา โรงพยาบาล อุปกรณ์ ทางการแพทย์ไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วย ฯลฯ
อันดับ 3 ไม่ค่อยวิตกกังวล 5.08% เพราะ ติดตามข่าวสารตลอดศึกษาวิธีการป้องกัน ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ เป็นโรคที่รักษาหายได้ ฯลฯ
อันดับ 4 ไม่วิตกกังวล 0.89% เพราะ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แออัด มั่นใจว่าตนเองมีการระมัดระวังป้องกันอย่างดี ฯลฯ
3. ประชาชนมีวิธีป้องกันที่จะไม่ให้ติดโรคโควิด-19 อย่างไร?
อันดับ 1 ล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่ เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ทำความสะอาดสิ่งของ เครื่องใช้ 62.56%
อันดับ 2 สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้านหรือนอกสถานที่ 54.44%
อันดับ 3 งดเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง งดร่วมกิจกรรม สังสรรค์ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก 52.62%
อันดับ 4 ดูแลสุขภาพร่างกาย ทานอาหารสดใหม่ สะอาด ใช้ช้อนส่วนตัว 17.35%
อันดับ 5 ไม่เข้าใกล้คนป่วย อยู่ไกลผู้ที่ไอและจาม 12.81%
4. ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องโควิด-19 อย่างไร?
อันดับ 1 ปิดประเทศ ปิดเมือง ไม่ให้คนเข้าออกประเทศ 41.04%
อันดับ 2 สนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ให้หมอและพยาบาลอย่างเพียงพอ มีเตียงรองรับผู้ป่วย 38.62%
อันดับ 3 ควบคุมราคาสินค้า แจกหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ เจลล้างมืออย่างทั่วถึง 22.03%
อันดับ 4 เร่งติดตามผู้ที่ติดเชื้อและคนใกล้ชิด มีมาตรการเข้มงวด ใช้กฎหมายลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน 16.08%
อันดับ 5 เปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริง รายงานสถานการณ์แนะนำวิธีการป้องกัน 14.61%
พท.ยันเสนอแนะแก้โควิดไร้อคติ-ชูข้อเสนอ”สุดารัตน์”
https://www.innnews.co.th/politics/news_626493/
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว INN ว่า พรรคเพื่อไทย ยังคงเดินหน้าติดตามสถานการณ์ การแก้ปัญหาโควิด -19 ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และจะให้ความเห็น
เมื่อพบว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน และประเทศชาติ ยืนยันไม่ท้อ ที่มีบางคนกล่าวหาว่า พรรคตีกินทางการเมือง เพราะที่ผ่านมาสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายๆ คน เคลื่อนไหว หรือให้ความเห็นต่อปัญหาโควิด-19 ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ได้มีอคติต่อรัฐบาล เพียงแต่มองว่า บางครั้งแนวทางที่รัฐบาลใช้อยู่มันช้าเกินไป หรือเป็นเชิงรับเกินไป ก็เสนอในแบบที่เป็นเชิงรุก หรือล้ำหน้าสถานการณ์ไป เพื่อให้สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้ย่างมีประสิทธิภาพขึ้นเท่านั้น และรัฐบาลจำเป็นต้องกล้าตัดสินใจ
ทั้งนี้ นายชวลิต ยังคงยืนยันด้วยว่า แนวทางที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เสนอคือยกระดับควบคุมการแพร่ระบาด 2 ส่วน คือการปูพรมค้นหาผู้ติดเชื้อโดยเร็วทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน และระงับการเพิ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่เดินทางเข้าประเทศไทย รวมถึงเสนอต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการใน 2 มาตรการขั้นเด็ดขาด คือการปิดการเดินทางเข้าประเทศ เคลียร์พื้นที่ภายใน 3 สัปดาห์ที่เรียกว่า lock down นั้นเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้