หลังจากลับจากการเดินทางจากญี่ปุ่น (18-30 มีนาคม 2562) เราก็รีบจองตั๋วถูกของปีถัดไปทันที (กทม-นาริตะ-กทม) แพลนไว้ที่ วันที่ 16-30 มีนาคม 2563 ทุกอย่างดูเหมือนจะดีตลอดมา มีการทำการบ้าน และเตรียมตัวเพื่อในข้อผิดพลาดจากการเดินทางครั้งก่อน หัวข้อของการเดินทางครั้งนี้คือ เก็บรายละเอียดที่พลาดในครั้งก่อนและขอซ้ำในบางที่ที่ประทับใจ ใครสตางค์ยังไม่พอก็เริ่มเก็บเป็นเครื่องเตือนใจเด็ก ๆ เสมอมาว่าต้องพร้อม ไม่ให้ติดในเรื่องใด ๆ ธุระต้องเคลียให้ได้ในช่วงนี้ ใครมีธุระอะไร กะร้านไหน กะ สถานที่ไหนที่จะไปกรุณาแชร์ให้กันเพื่อจะได้ทำแผนการเดินทางให้เป็นไปในทางเดียวกัน เมื่อเข้าใจตรงกัน ทุกคนก็ทำหน้าหน้าที่ของตนอย่างดิบดี
เมื่อเวลาผ่านมาเรื่อย ๆ ลุงกะป้าก็เริ่มส่อง ราคาที่พัก ตั๋ว ชม-กทม-ชม แบบถูก ๆ ไว้ เคร....ที่พักได้ตามต้องการ อันไหนที่ถูกใจแล้วราคายังแพงก็อดทนรอ ๆ ๆ จนราคาเป็นที่ต้องการ ถึงจองสำหรับ 4 คนเช่นเดียวกะราคาตั๋วในประเทศ ตั๋วชินคันเชนเป็นตั๋วสุดท้ายจองหลังสุดเมื่อทุก ๆ อย่างพร้อม ในราคา 19,XXX บาทสำหรับ 4 คน ถือว่าถูกมากกก (แอบภูมิใจ)
และแล้วคุณ COVID-19 ก็เริ่มในจีน ตอนแรกป้าคิดว่าไม่น่าจะกระทบอะไร ยิ่งนาน ยิ่งแรงขึ้น มกราคม กุมภาพันธ์ ชักยังไง ยังไงแล้วสิ.....ใจเริ่มหวั่น ๆ ชอบกล ไม่เป็นไรเราเชื่อใจญี่ปุ่น เอาแล้วไง เริ่มเป๋ เป๋ จากการบริโภคข่าว ไม่เป็นไรมีเวลา ไม่นาน ไม่ ไม่ ไม่ ดูรีวิวในพันทิปชนิดที่เปิดหน้าจอทิ้งไว้ทั้งวัน เริ่มคุยกะอิลุง ยังไงเราก็จะไป ถ้าเด็กไม่ไปเราก็ยังจะไป มีเวลาตัดสินใจรอเด็ก ๆ สอบเสร็จ ในระหว่างนั้นก็เริ่มมีคำถามจากคนรอบข้างจะไปอยู่หรือ ไม่กลัวหรือ ก็ยังยืนยันคำเดิม จนเขาประกาศต้องกักตัวหลังกลับมา เด็กสอบเสร็จ ถามว่าเรายังจะไปกันอีกหรือ!!!!!!!! ประเด็นที่เด็กกลัวมากคือ กลับมาแล้วจะโดนรังเกียจ พูดไม่รู้เรื่อง ไม่รับผิดชอบ ไม่สนคนรอบข้าง เห็นแก่ตัว ฯลฯ......เอ่อ...เครในที่สุดเราก็จะไม่ไปละ ตัดสินใจเด็ดขาด เพราะไปถึงจะได้เที่ยว แต่ ที่ญี่ปุ่นเองก็ประกาศแล้วให้อยู่ในบ้าน โน้น นี่นั่น ตามที่เป็นข่าว คงไม่ไหวเหมือนกัน บ้านเราเองก็ชักยังไง ยังไง เปลี่ยนแผนหมดทุกอย่าง
อิป้าเริ่มซื้อหน้ากากเก็บแต่ก็แพงเหลือเกิน ใช้หน้ากากผ้า พกเจลล้างมือซื้อแบบสเปย์ให้ขวดเล็ก ๆ (เหตุผลเพราะไม่ชอบแบบเจลเหนียว สเปย์แห้งเร็ว) แล้วซื้อขวดใหญ่ ๆ ไว้สำหรับแบ่งใส่ขวดเล็ก ฟ้าทะลายโจร วิตามินซี ยาอื่น ๆ เอาจนคิดว่าจะไม่ไปต่อคิวซื้ออีก ของใช้หลาย ๆ อย่างที่คิดว่าบ้านนอกจะหายาก ส่วนอาหารการกิน ผัก ผลไม้ บ้านนอกเพียบ ทำกินเองทุกมื้อ คิดว่าไม่เดือดร้อนสำหรับการตุนอาหาร.............ในขณะเดียวกัน
อิลุงเริ่มจ้องที่จะยกเลิกตั๋วต่าง ๆ เราจะไม่ยกเลิกก่อนเพราะนั่นเราอาจไม่ได้เต็ม...ใจเย็น ๆ......รอจนเขาประกาศเอง ซึ่งผลที่ได้ก็คือยกเลิกได้หมดทุกตั๋วอย่างเต็มจำนวน อาจจะนานหน่อยทั้งการติดต่อ และการได้เงินคืน โรงแรมต่าง ๆ (อันนี้ขอบอกว่าเราติดต่อกันเองหมด จอง โรงแรมก็จองแบบยังไม่ต้องจ่ายเงินก่อนจ่ายเมื่อเข้าพัก) ตั๋วเครื่องบินถ้าเราจองช่องทางไหนเขาก็จะคืนเงินให้ในช่องทางนั้น ๆ ถ้าตัดบัตรเครดิตก็จะคืนให้ในบัตรเป็นต้น จริงๆ แล้วเขาบอกว่า 30-45 วัน แต่เราได้คืนบ้างเป็นบางตั๋วแล้วไม่นาน ขอบอกใจเย็น ๆ สติเป็นที่ตั้งนะคะ
ณ เวลานี้ (วันที่เขียน) อยู่บ้านครบทีม พยายามไม่ออกไปไหน โชคดีเด็ก ๆ ปิดเทอมแล้ว ไม่มีไรต้องเคลีย การงานอิลุงกะอิป้าก็ได้หัวหน้าใจดี ก็ไม่มีปัญหาไร แต่ก็นะ.....หลายคนคงเป็นเหมือนกัน ฝันค้าง............... แต่ก็นั่นแหละ อยากให้ได้อ่านเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านมีอารมณ์เหมือน ๆ กัน ก็มาแชร์กัน
สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองดี ๆ ผ่านตรงนี้ไปด้วยกัน ขอบคุณสำหรับคนที่อ่านสิ่งที่อยู่ในใจอิลุงกะอิป้านะคะ................ขอบคุณเจ้า
เมื่อทริปของลุงกะป้าถูกเท
เมื่อเวลาผ่านมาเรื่อย ๆ ลุงกะป้าก็เริ่มส่อง ราคาที่พัก ตั๋ว ชม-กทม-ชม แบบถูก ๆ ไว้ เคร....ที่พักได้ตามต้องการ อันไหนที่ถูกใจแล้วราคายังแพงก็อดทนรอ ๆ ๆ จนราคาเป็นที่ต้องการ ถึงจองสำหรับ 4 คนเช่นเดียวกะราคาตั๋วในประเทศ ตั๋วชินคันเชนเป็นตั๋วสุดท้ายจองหลังสุดเมื่อทุก ๆ อย่างพร้อม ในราคา 19,XXX บาทสำหรับ 4 คน ถือว่าถูกมากกก (แอบภูมิใจ)
และแล้วคุณ COVID-19 ก็เริ่มในจีน ตอนแรกป้าคิดว่าไม่น่าจะกระทบอะไร ยิ่งนาน ยิ่งแรงขึ้น มกราคม กุมภาพันธ์ ชักยังไง ยังไงแล้วสิ.....ใจเริ่มหวั่น ๆ ชอบกล ไม่เป็นไรเราเชื่อใจญี่ปุ่น เอาแล้วไง เริ่มเป๋ เป๋ จากการบริโภคข่าว ไม่เป็นไรมีเวลา ไม่นาน ไม่ ไม่ ไม่ ดูรีวิวในพันทิปชนิดที่เปิดหน้าจอทิ้งไว้ทั้งวัน เริ่มคุยกะอิลุง ยังไงเราก็จะไป ถ้าเด็กไม่ไปเราก็ยังจะไป มีเวลาตัดสินใจรอเด็ก ๆ สอบเสร็จ ในระหว่างนั้นก็เริ่มมีคำถามจากคนรอบข้างจะไปอยู่หรือ ไม่กลัวหรือ ก็ยังยืนยันคำเดิม จนเขาประกาศต้องกักตัวหลังกลับมา เด็กสอบเสร็จ ถามว่าเรายังจะไปกันอีกหรือ!!!!!!!! ประเด็นที่เด็กกลัวมากคือ กลับมาแล้วจะโดนรังเกียจ พูดไม่รู้เรื่อง ไม่รับผิดชอบ ไม่สนคนรอบข้าง เห็นแก่ตัว ฯลฯ......เอ่อ...เครในที่สุดเราก็จะไม่ไปละ ตัดสินใจเด็ดขาด เพราะไปถึงจะได้เที่ยว แต่ ที่ญี่ปุ่นเองก็ประกาศแล้วให้อยู่ในบ้าน โน้น นี่นั่น ตามที่เป็นข่าว คงไม่ไหวเหมือนกัน บ้านเราเองก็ชักยังไง ยังไง เปลี่ยนแผนหมดทุกอย่าง
อิป้าเริ่มซื้อหน้ากากเก็บแต่ก็แพงเหลือเกิน ใช้หน้ากากผ้า พกเจลล้างมือซื้อแบบสเปย์ให้ขวดเล็ก ๆ (เหตุผลเพราะไม่ชอบแบบเจลเหนียว สเปย์แห้งเร็ว) แล้วซื้อขวดใหญ่ ๆ ไว้สำหรับแบ่งใส่ขวดเล็ก ฟ้าทะลายโจร วิตามินซี ยาอื่น ๆ เอาจนคิดว่าจะไม่ไปต่อคิวซื้ออีก ของใช้หลาย ๆ อย่างที่คิดว่าบ้านนอกจะหายาก ส่วนอาหารการกิน ผัก ผลไม้ บ้านนอกเพียบ ทำกินเองทุกมื้อ คิดว่าไม่เดือดร้อนสำหรับการตุนอาหาร.............ในขณะเดียวกัน
อิลุงเริ่มจ้องที่จะยกเลิกตั๋วต่าง ๆ เราจะไม่ยกเลิกก่อนเพราะนั่นเราอาจไม่ได้เต็ม...ใจเย็น ๆ......รอจนเขาประกาศเอง ซึ่งผลที่ได้ก็คือยกเลิกได้หมดทุกตั๋วอย่างเต็มจำนวน อาจจะนานหน่อยทั้งการติดต่อ และการได้เงินคืน โรงแรมต่าง ๆ (อันนี้ขอบอกว่าเราติดต่อกันเองหมด จอง โรงแรมก็จองแบบยังไม่ต้องจ่ายเงินก่อนจ่ายเมื่อเข้าพัก) ตั๋วเครื่องบินถ้าเราจองช่องทางไหนเขาก็จะคืนเงินให้ในช่องทางนั้น ๆ ถ้าตัดบัตรเครดิตก็จะคืนให้ในบัตรเป็นต้น จริงๆ แล้วเขาบอกว่า 30-45 วัน แต่เราได้คืนบ้างเป็นบางตั๋วแล้วไม่นาน ขอบอกใจเย็น ๆ สติเป็นที่ตั้งนะคะ
ณ เวลานี้ (วันที่เขียน) อยู่บ้านครบทีม พยายามไม่ออกไปไหน โชคดีเด็ก ๆ ปิดเทอมแล้ว ไม่มีไรต้องเคลีย การงานอิลุงกะอิป้าก็ได้หัวหน้าใจดี ก็ไม่มีปัญหาไร แต่ก็นะ.....หลายคนคงเป็นเหมือนกัน ฝันค้าง............... แต่ก็นั่นแหละ อยากให้ได้อ่านเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านมีอารมณ์เหมือน ๆ กัน ก็มาแชร์กัน
สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองดี ๆ ผ่านตรงนี้ไปด้วยกัน ขอบคุณสำหรับคนที่อ่านสิ่งที่อยู่ในใจอิลุงกะอิป้านะคะ................ขอบคุณเจ้า