สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องที่อยากจะมาเล่ากึ่งปรึกษา ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ เราชื่อแอน อายุ14-15
ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวใหญ่มีกันอยู่9คนได้แก่ พ่อ แม่ เรา น้องสาว น้องชาย ปู่ และยังมีหลานของพ่อมาอยู่ด้วยอีกสามคนคือ พี่นา พี่เอ พี่พล (ชื่อทั้งหมดคือนามสมมุตินะคะ)
คือพ่อของเราเปลี่ยนไป
มันเกิดขึ้นในเมื่อไม่นานมานี้ พ่อแม่ของเราต้องไปต่างจังหวัดทุกอาทิตย์เพราะงาน
ถานะทางบ้านก็ถือว่าดีเพราะพ่อกับแม่ค่อยช่วยเหลือกันประคับประคองครอบครัว
เมื่อสองปีก่อนพวกเราจะไปเที่ยวด้วยกันอาทิตย์ละ2-3ครั้งแต่พอปีกว่าพ่อก็ต้องทำงานหนัก ทั้งสร้างบ้านหลังที่สอง งานแต่งของญาติๆก็เยอะมาก
พ่อกับแม่เลยต้องไปกลับต่างจังหวัดบ่อยกว่าแต่ก่อน เราเองก็ไม่เคยไปงานแต่งญาติด้วยเพราะเราค่อนข้างเป็นคนเก็บตัว
ปู่ก็อายุมากแล้วจึงมีปัญหาทางด้านสายตา ท่อปัสสาวะอักเสบ ขี้บ่นตามประสาคนแก่บอกว่า...คงอยู่ไม่ได้แล้วบ้าง พาไปโรงพยาบาลบ้าง(นี่เรามาบ่นรึเปล่านะ)
สองปีมานี้พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวเราเลยเล่นแต่มือถือคนอื่นๆในครอบครัวก็เหมือนกัน
พี่นากับน้องสาวของเราค่อนข้างสนิทกันอยู่ ส่วนน้องชายของเราพี่นาเป็นคนดูแล
พี่เอกับพี่พลต้องไปทำงานพอ ถ้าวันไหนแม่ไม่อยู่พี่เอกับพี่พลก็ต้องทำกับข้าวให้เรากินเพราะเรายังเด็กเลยไม่รู้ทำ
พ่อกับแม่เราเป็นคนเคร่งครัดเรื่องมือถือมากกกกกกทุกคืนเลยต้องยึดมือถือของพี่นา เรา น้องสาวเอาไว้เพราะกลัวเราแอบมาเล่น เวลานอนต้องไม่เกินสี่ทุ่มด้วย
ทุกๆวันครอบครัวจะอยู่พร้อมหน้ากันแค่ตอนกินข้าว...ยกเว้นเรากับน้องสาวที่จะแยกกินคนเดียว พ่อก็บอกให้ทานด้วยกันนะแต่เราติดมือถือมากตอนทานข้าวยังเล่น
ที่เราเล่นมือถือเพราะมันสนุกดีก็ถ้าไม้เล่นมือถือแล้วจะทำอะไรล่ะ พ่อแม่ก็ไม่ได้พาไปเที่ยวคนในครอบครัวก็ติดมือถือกันหมดด้วย
เราจะเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียวไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือบ้านเราจึงไม่ค่อยสนิทกับครอบครัว
มีแค่มือถือนี่แหละที่ทำให้เราหัวเราะดีใจและสนุกพอถึงเวลาที่ต้องหยุดเล่นเราก็ไม่เคยมีความสุขเลย
จนตอนนี้เราเรียนกว่ามากกว่าแต่ก่อนเพราะถ้าเรียนเก่งพ่อกับแม่ก็จะให้เล่นมือถือเยอะๆตอนนั้นเราคิดแค่ได้เล่นมือถืออะไรก็ทำได้
ในห้องเราเรียนเก่งที่สุดศิลปะเราก็ได้อาจารย์ก็ชมตลอดคือแบบเก่งทุกด้านเลยอ่ะ แต่ตอนพักเราจะหยิบมือถือออกมาก่อนทุกอย่างเสมอจนคนในห้องบอกว่าเราเป็นพวกเงียบ(ตลกดีเนอะ)
กลับบ้านเราจะทำงานบ้านเช่นรดน้ำตนไม้กับล้างจานจากนั้นอาบน้ำแล้วค่อยเล่นมือถือได้ แน่นอนว่าเราทำไม่ค่อยได้นะ
เพราะกลับมาที่บ้านอย่างแรกคือเราเล่นมือถือประมาณสามสิบนาทีแล้วค่อยทำงาน เห็นเราเรียนเก่งแบบนี้กลับมาบ้านไม่เคยค้นคว้าบทเรียนเลยสักนิดจนพ่อกับแม่ต้องบ่นใส่อ่ะ
ฟังดูแล้วมันก็ปกติใช่ไหม...แต่ไม่เลย เรามักจะร้องไห้ดก่อนนอนเสมอถ้าพ่อกับแม่อยู่บ้าน ด้วยความที่ว่าเราเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวง่ายมากๆๆๆขนาดอ่านนิยายตอนตัวประกอบตายเรายังร้องอ่ะ(555555)
พอถูดว่านิดว่าหน่อยเราก็หง๋อยไปเลยแต่ไม่ถึงกับร้องนะน้ำตาซึมเฉยๆ แต่พักหลังๆพ่อกับแม่เริ่มว่าเรามากขึ้นนะอย่างเช่น
เล่นแต่มือถือไม่เรียนบ้างแหละ เราก็ไม่เถียงนะเพราะเราเป็นคนเงียบๆอ่ะอยากเถียงก็พูดในใจแบบนี้(โคตรน่ากลัว) เราอยากเถียงมากว่าเราเรียนได้แล้วนะก็ว่าเก่งแล้ว
ทุกคนคงอนากบอกว่าเรียนให้มากๆอนาคตจะได้สดใสแต่เราก็บอกแล้วว่าเราเรียนเพราะมือถือถ้าไม่ให้เล่นแล้วเราเรียนไปทำไหมล่ะ
อย่าโทษมือถือนะคะว่าอะไรๆก็มือถือๅเพราะว่ามันคือสิ่งที่ทำให้เราตั้งใจเรียนเลย
มาพูดถึงจุดเปลี่ยนบ้างดีกว่ามันเริ่มในวันจันทร์นะคะพอดีว่าพ่อกับแม่เราไปต่างจังหวัดวันนั้นแน่นอนด้วยความเป็นเด็กติดมือถือเราก็ต้องเล่นก่อนนอน
แต่พอถึงเวลาเก็บมือถือพี่พลก็มาเก็ยตามคำสั่งแม่นะสิ ตอนนั้นเราไม่อยากให้เลยสักนิดเพราะมันเป็นช่วงสำคัญมากๆคือมันสำคัญที่สุดตั้งแต่เริ่มเล่นเกมนั่นมาหนึ่งเดือน
แน่นอนพี่พลยึดและเราก็โกรธมากแต่เราไม่พูดอะไรเลย เราเปิดประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านทิ้งไว้แล้วเข้ามานอน
หยุดๆอย่าพึ่งด่าเรานะก็ช่วยไม่ได้เราติดเกมนะถึงทุกคนจะพูดส่าไม่กลัวขโมยขึ้นบ้านรึไงตอนนั้นความกลัวไม่มีเลยอ่ะ มีแต่อยากเล่นมือถือเท่านั้น
คนในบ้านก็ไม่รู้นะว่าเราเปิดประตูทิ้งไว้เพราะเราเป็นคนเข้านอนคนสุดท้าย
พอใกล้ถึงเที่ยงคืนเราก็เกิดหิวขึ้นมาเพราะเรายังไม่ได้กินข้าวเย็นเราเลยลุกไปกินจนถึงตีหนึ่งเราก็ไม่นอนเราทนไม่ไหวเลยไปห้องของพี่พลบอกให้เอามือถือให้แล้วคิดว่าพี่พลจะยอมให้ไหมก็ไม่
เราก็เข้าไปในห้องไปค้นมือถือเลยพี่พลก็ปล่อยเราค้นไปจนเราเจอเราก็จะเอากลับห้องสิพี่พลก็ห้ามเราสิวันพรุ่งนี้มีเรียนด้วย
แต่เราก็ดื้ออะนะจนสุดท้ายพี่พลก็ยอมให้แล้วบอกว่าไม่รู้ด้วยก่อนจะเข้าห้องเราพูดทิ้งท้ายว่าไม่ได้ปิดประตูบ้าน
เรารีบเข้าเกมนั้นทันที่ทั้งที่รู้ว่ามันหมดความหมายแล้วเอามือถือมาก็กลับไปเวลาเดิมไม่ได้...ไม่ต้องสนหรอกว่าเราจะทำอะไรเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว
_________ยังมีต่ออีกนะคะ________
ปัญญาครอบครัว...เราเป็นลูกที่แย่รึเปล่า
ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวใหญ่มีกันอยู่9คนได้แก่ พ่อ แม่ เรา น้องสาว น้องชาย ปู่ และยังมีหลานของพ่อมาอยู่ด้วยอีกสามคนคือ พี่นา พี่เอ พี่พล (ชื่อทั้งหมดคือนามสมมุตินะคะ)
คือพ่อของเราเปลี่ยนไป
มันเกิดขึ้นในเมื่อไม่นานมานี้ พ่อแม่ของเราต้องไปต่างจังหวัดทุกอาทิตย์เพราะงาน
ถานะทางบ้านก็ถือว่าดีเพราะพ่อกับแม่ค่อยช่วยเหลือกันประคับประคองครอบครัว
เมื่อสองปีก่อนพวกเราจะไปเที่ยวด้วยกันอาทิตย์ละ2-3ครั้งแต่พอปีกว่าพ่อก็ต้องทำงานหนัก ทั้งสร้างบ้านหลังที่สอง งานแต่งของญาติๆก็เยอะมาก
พ่อกับแม่เลยต้องไปกลับต่างจังหวัดบ่อยกว่าแต่ก่อน เราเองก็ไม่เคยไปงานแต่งญาติด้วยเพราะเราค่อนข้างเป็นคนเก็บตัว
ปู่ก็อายุมากแล้วจึงมีปัญหาทางด้านสายตา ท่อปัสสาวะอักเสบ ขี้บ่นตามประสาคนแก่บอกว่า...คงอยู่ไม่ได้แล้วบ้าง พาไปโรงพยาบาลบ้าง(นี่เรามาบ่นรึเปล่านะ)
สองปีมานี้พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวเราเลยเล่นแต่มือถือคนอื่นๆในครอบครัวก็เหมือนกัน
พี่นากับน้องสาวของเราค่อนข้างสนิทกันอยู่ ส่วนน้องชายของเราพี่นาเป็นคนดูแล
พี่เอกับพี่พลต้องไปทำงานพอ ถ้าวันไหนแม่ไม่อยู่พี่เอกับพี่พลก็ต้องทำกับข้าวให้เรากินเพราะเรายังเด็กเลยไม่รู้ทำ
พ่อกับแม่เราเป็นคนเคร่งครัดเรื่องมือถือมากกกกกกทุกคืนเลยต้องยึดมือถือของพี่นา เรา น้องสาวเอาไว้เพราะกลัวเราแอบมาเล่น เวลานอนต้องไม่เกินสี่ทุ่มด้วย
ทุกๆวันครอบครัวจะอยู่พร้อมหน้ากันแค่ตอนกินข้าว...ยกเว้นเรากับน้องสาวที่จะแยกกินคนเดียว พ่อก็บอกให้ทานด้วยกันนะแต่เราติดมือถือมากตอนทานข้าวยังเล่น
ที่เราเล่นมือถือเพราะมันสนุกดีก็ถ้าไม้เล่นมือถือแล้วจะทำอะไรล่ะ พ่อแม่ก็ไม่ได้พาไปเที่ยวคนในครอบครัวก็ติดมือถือกันหมดด้วย
เราจะเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียวไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือบ้านเราจึงไม่ค่อยสนิทกับครอบครัว
มีแค่มือถือนี่แหละที่ทำให้เราหัวเราะดีใจและสนุกพอถึงเวลาที่ต้องหยุดเล่นเราก็ไม่เคยมีความสุขเลย
จนตอนนี้เราเรียนกว่ามากกว่าแต่ก่อนเพราะถ้าเรียนเก่งพ่อกับแม่ก็จะให้เล่นมือถือเยอะๆตอนนั้นเราคิดแค่ได้เล่นมือถืออะไรก็ทำได้
ในห้องเราเรียนเก่งที่สุดศิลปะเราก็ได้อาจารย์ก็ชมตลอดคือแบบเก่งทุกด้านเลยอ่ะ แต่ตอนพักเราจะหยิบมือถือออกมาก่อนทุกอย่างเสมอจนคนในห้องบอกว่าเราเป็นพวกเงียบ(ตลกดีเนอะ)
กลับบ้านเราจะทำงานบ้านเช่นรดน้ำตนไม้กับล้างจานจากนั้นอาบน้ำแล้วค่อยเล่นมือถือได้ แน่นอนว่าเราทำไม่ค่อยได้นะ
เพราะกลับมาที่บ้านอย่างแรกคือเราเล่นมือถือประมาณสามสิบนาทีแล้วค่อยทำงาน เห็นเราเรียนเก่งแบบนี้กลับมาบ้านไม่เคยค้นคว้าบทเรียนเลยสักนิดจนพ่อกับแม่ต้องบ่นใส่อ่ะ
ฟังดูแล้วมันก็ปกติใช่ไหม...แต่ไม่เลย เรามักจะร้องไห้ดก่อนนอนเสมอถ้าพ่อกับแม่อยู่บ้าน ด้วยความที่ว่าเราเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวง่ายมากๆๆๆขนาดอ่านนิยายตอนตัวประกอบตายเรายังร้องอ่ะ(555555)
พอถูดว่านิดว่าหน่อยเราก็หง๋อยไปเลยแต่ไม่ถึงกับร้องนะน้ำตาซึมเฉยๆ แต่พักหลังๆพ่อกับแม่เริ่มว่าเรามากขึ้นนะอย่างเช่น
เล่นแต่มือถือไม่เรียนบ้างแหละ เราก็ไม่เถียงนะเพราะเราเป็นคนเงียบๆอ่ะอยากเถียงก็พูดในใจแบบนี้(โคตรน่ากลัว) เราอยากเถียงมากว่าเราเรียนได้แล้วนะก็ว่าเก่งแล้ว
ทุกคนคงอนากบอกว่าเรียนให้มากๆอนาคตจะได้สดใสแต่เราก็บอกแล้วว่าเราเรียนเพราะมือถือถ้าไม่ให้เล่นแล้วเราเรียนไปทำไหมล่ะ
อย่าโทษมือถือนะคะว่าอะไรๆก็มือถือๅเพราะว่ามันคือสิ่งที่ทำให้เราตั้งใจเรียนเลย
มาพูดถึงจุดเปลี่ยนบ้างดีกว่ามันเริ่มในวันจันทร์นะคะพอดีว่าพ่อกับแม่เราไปต่างจังหวัดวันนั้นแน่นอนด้วยความเป็นเด็กติดมือถือเราก็ต้องเล่นก่อนนอน
แต่พอถึงเวลาเก็บมือถือพี่พลก็มาเก็ยตามคำสั่งแม่นะสิ ตอนนั้นเราไม่อยากให้เลยสักนิดเพราะมันเป็นช่วงสำคัญมากๆคือมันสำคัญที่สุดตั้งแต่เริ่มเล่นเกมนั่นมาหนึ่งเดือน
แน่นอนพี่พลยึดและเราก็โกรธมากแต่เราไม่พูดอะไรเลย เราเปิดประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านทิ้งไว้แล้วเข้ามานอน
หยุดๆอย่าพึ่งด่าเรานะก็ช่วยไม่ได้เราติดเกมนะถึงทุกคนจะพูดส่าไม่กลัวขโมยขึ้นบ้านรึไงตอนนั้นความกลัวไม่มีเลยอ่ะ มีแต่อยากเล่นมือถือเท่านั้น
คนในบ้านก็ไม่รู้นะว่าเราเปิดประตูทิ้งไว้เพราะเราเป็นคนเข้านอนคนสุดท้าย
พอใกล้ถึงเที่ยงคืนเราก็เกิดหิวขึ้นมาเพราะเรายังไม่ได้กินข้าวเย็นเราเลยลุกไปกินจนถึงตีหนึ่งเราก็ไม่นอนเราทนไม่ไหวเลยไปห้องของพี่พลบอกให้เอามือถือให้แล้วคิดว่าพี่พลจะยอมให้ไหมก็ไม่
เราก็เข้าไปในห้องไปค้นมือถือเลยพี่พลก็ปล่อยเราค้นไปจนเราเจอเราก็จะเอากลับห้องสิพี่พลก็ห้ามเราสิวันพรุ่งนี้มีเรียนด้วย
แต่เราก็ดื้ออะนะจนสุดท้ายพี่พลก็ยอมให้แล้วบอกว่าไม่รู้ด้วยก่อนจะเข้าห้องเราพูดทิ้งท้ายว่าไม่ได้ปิดประตูบ้าน
เรารีบเข้าเกมนั้นทันที่ทั้งที่รู้ว่ามันหมดความหมายแล้วเอามือถือมาก็กลับไปเวลาเดิมไม่ได้...ไม่ต้องสนหรอกว่าเราจะทำอะไรเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว
_________ยังมีต่ออีกนะคะ________