คุณพ่อจะให้ผมสละสัญชาติไทย ผมไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงดี พี่ๆในพันทิปช่วยให้คำแนะนำหน่อยครับ

พ่อบอกกับผมว่า อยากให้สละสัญชาติไทย เพราะเขาบอกว่าในอนาคตคงไม่ได้กลับมาไทยแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่าจะถือทำไม ผมก็ไม่รู้ว่าพ่อผมคิดอะไรอยู่ 
ผมถามพ่อว่า ทำไม? แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง? พ่อบอกว่าเขาคุยกับแม่แล้ว ทางแม่ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะผมรู้นิสัยแม่ดี
แม่ผมไม่เคยบงการชีวิตผมเลยจริงๆ ไม่ว่าผมจะทำอะไร เขาจะสอนมากกว่า  แม่จะให้ผมตัดสินใจเองเสมอ
 
แต่พ่อนี่จะเป็นห่วงเรามากกว่าแม่10เท่า พ่อบอกว่าให้ลองคิดทบทวนดูว่าจะเอายังง  ผมก็ไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี
รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ถูก แต่ในอนาคตผมก็อยากกลับมาเที่ยวเมืองไทยนะครับ
แต่เรื่องเอกสารคงต้องยุ่งยากมากแน่เลย อันนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ แล้วที่รู้มาคือแม่ผมก็ยังถือสัญชาติไทยเป็นสัญชาติที่ 2 อยู่เลย
 
ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ กำลังใกล้จะเรียนจบแล้วด้วย
ตอนนี้ผมอายุ 19 ผมถือ 2 สัญชาติครับ คือไทยกับอเมริกัน ผมเกิดที่อเมริกา แต่แม่ก็ทำเรื่องให้ผมได้ถือสัญชาติไทยไว้ด้วย
แม่บอกผมว่าอนาคต ผมอาจจะย้ายไปอยู่เมืองไทยก็ได้  ตอนที่ยังไม่ถึงเวลานี้ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนี้มาก
เพราะคิดว่ายังไกลตัว เรามีหน้าที่เรียนหนังสือ แล้วกะว่าพอเรียนจบจะทำงานร้านอาหารไทยที่แม่เปิดมาเป็นสิบปี
ไม่แน่ก็ร้านเบเกอรี่ของแม่ แม่ผมเปิดร้าน 2 อย่างครับ แต่ฝันที่จะหาเงินไปเที่ยวกับเพื่อนตอนปิดเทอมก็ล่มสลายไปซะก่อน
 
ที่ต้องย้ายไปเมืองไทยแบบรวดเร็วเพียงแค่ 3w. หลังปิดเทอม เพราะว่าแม่ของผมต้องกลับมาดูแลคุณยาย
เนื่องจากยายป่วย แล้วผมก็ต้องไปเรียนมัธยมที่เมืองไทยแทน สถานการณ์มันบังคับ แล้วแม่จะให้ผมไปด้วย
ทางฝั่งพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร พ่อผมค่อนข้างจะตามใจแม่ เพราะพ่อวันๆก็อยู่แต่โรงพยาบาลอยู่กับคนไข้
พยาบาลรอบตัวอยู่แล้ว นานๆจะได้หยุดกับเขา ไม่ค่อยพาลูกไปเที่ยวเลย พูดแล้วก็นอยด์ๆ555
 
ถ้าจะถามผมว่าคิดยังไงกับเมืองไทย ผมอยากบอว่า ช่วงมาแรกๆก็งงระบบการศึกษาของเมืองไทย
อย่างเช่นการให้ Tipping หรือ ทิปให้พนักงานในร้านอาหาร คือโรงเรียนในไทยก็จะมีร้านอาหาร แล้วผมนั่งกินข้าวกับเพื่อนในร้านอาหารในโรงเรียน
พอช่วงจ่ายเงินผมก็จะจ่ายเกินราคาไป เพื่อนก็ถามผมว่าทำไมให้เกิน พนักงานก็เรียกผมไปเอาเงินคืน
เขาบอกว่าให้มาเกินค่าอาหาร ผมก็งงๆนิดหน่อย เนื่องจากที่อเมริกา การให้ทิปนั้นถือว่าเป็นทำเนียมเลยครับ 
ถ้าไม่ให้คือน่าเกลียด ยกเว้นร้านที่เขาติดป้ายไว้ว่า No Tipping อันนั้นเราไม่ต้องให้
ช่วงนั้นปรับตัวไม่ถูกเลยครับ ใช้เวลานานเหมือนกัน มีหลายอย่างมากแต่ยกตัวอย่างไว้เท่านี้
 
แต่สักพักก็ชิน ตลอดเวลาที่เรียนเมืองไทย ผมรู้สึกว่ามีเพื่อนเยอะดี ซึ่งไม่คาดหวังขนาดนี้
มาแรกๆก็กลัวไม่มีเพื่อนเหมือนกัน กลัวเขามองเราเป็นคนหัวทอง ตัวขาวเหมือนผีดิบ แต่ตอนนี้ผมไปไหนก็มีแต่คนรู้จัก ก็ต้องขอบคุณสังคมที่นี่ครับ
ที่เข้าใจในตัวผม แล้วผมมีแฟนด้วย แต่ตอนนี้เลิกไปแล้ว 
 
ตอนนี้ผมอยู่ไทยมา 6 ปีนิดๆแล้ว ,uแพลนไว้ว่าพอเรียนจบจะไปกลับไปเรียนต่อแพทย์ที่มหาลัยในอเมริกา เพราะคิดว่าระบบที่อเมริกาน่าจะเวิร์คกว่า
แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีมีรุ่นพี่มหาลัยเข้ามาแนะแนวที่โรงเรียน ผมก็ได้คำแนะนำดีมากจากรุ่นพี่หลายๆคน เลย ก็ขอบคุณมากๆเลยครับ 
 
ผมจะเอายังไงกับชีวิตดีครับ ทำไมรู้สึกหาทางออกไม่เจอ ทั้งๆที่เรื่องนี้มันน่าจะไม่ใช่ปัญหาโลกแตก แต่ผมทำไมรู้สึกว่าตัดสินใจไม่ถูก
เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่เลย กลัวมีผลกระทบในอนาคตครับ ถ้าผมสละสัญชาติไทย เวลาผมมาเมืองไทย มันจะยุ่งยากมั้ยครับ 

แล้วเรื่องมีผลกระทบกับหนังสือวีซ่ามั้ยครับ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน
แล้วธุรกรรมที่ผมทำไว้เช่น บัญชีธนาคาร ถ้าผมสละสัญชาติไทย ผมต้องไปทำเรื่องยกเลิกธุรกรรมหรือเปล่า? แล้วชื่อในทะเบียนบ้านที่เมืองไทย 
ผมต้องทำเรื่องยังไงอะไรบ้างครับ 

***ทั้งหมดนี้ผมแค่ตั้งกระทู้เพื่อที่จะได้ทราบคำแนะนำจากหลายๆคนที่อาจจะมีความรู้โดยตรงมากกว่า ยังไม่ได้ถามใครที่บ้านครับ ที่เป็นเรื่องธุรกรรมอะไรต่างๆที่มีกฎหมายในเมืองไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง***
 
ถ้าผมใช้ภาษาไทยผิดและ Tag ไม่ถูกต้อง ขอโทษด้วยครับ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของทุกๆคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นครับ  Thank u so much my bro/sis.
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
สามกะทู้แล้ว ยังเลือกไม่ได้อีกรึ ?
พล็อตเดิม เรื่องเดิม มาบ่อย กะทู้เก่าก็มีคนให้ความเห็นไปในทางเดียวกันหมด
เนื้อเรื่องภูมิหลังย้ำเหลือเกิน พ่อเป็นหมอ อยู่นิ้วหยวก !
หลายกะทู้แบบนี้ กลัวว่ามันจะกลายเป็นนิทาน อีสป เอานะเนี่ย

https://pantip.com/topic/39598002
https://pantip.com/topic/39620316
ความคิดเห็นที่ 18
คิดว่าโกหก มันไม่มีเหตุผลอะไรใดๆ ทั้งสิ้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่