เพื่อนๆเคยโดนสังคมทำร้ายมั้ย เรามาแชร์ประสบการณ์กันเถอะค่ะ

สวัสดีค่ะ อันนี้เป็นกระทู้แนวเล่าเรื่องราว เรื่องที่ 2 ของ จขกท. เองนะคะ จขกท.อยากจะแชร์เรื่องราวนี้ให้หลายๆคนได้รู้และเอากลับไปเป็นข้อคิดเล็กๆน้อยๆค่ะ 
 
เมื่อก่อนสมัยเราอยู่ ป.6- ม.1 เราเป็นคนทีเก็บกด แล้วก็เครียดมาก ในเรื่องการเข้าสังคมและอยู่กับเพื่อนๆห้องคิง //ปกติเราอยู่แต่ห้องควีน หรือ ห้อง2 นั่นแหละ// เนื่องจากว่า ตอนประถม6 มีเพื่อนคนนึงที่เค้าไม่มีเพื่อนคบ แล้วก็โดนบูลลี่หนักมาก ด้วยความที่เราเป็นคนดี เราก็เลยอยู่กับเขา จนสนิทกันเป็นตังเมเลย ซึ่งเหมือนจะเป็นเรื่องดี มันก็ดีค่ะ แต่ว่า เรื่องเรียนดรอป เรื่องเข้าสังคมยิ่งแล้วใหญ่ เนื่องจากเราคบเพื่อนที่โดนบูลลี่ เราเลยโดนไปด้วย ซึ่งทำให้เรารู้สึกแย่มาก เรารู้สึกว่า ตัวเรามันเล็กลง เพื่อนๆมองเราด้วยสายตาที่เหยียดหยาม ทั้งด่าเรา ว่าเรา แกล้งเรา หักหน้าเรา ด้วยคำพูด ทำให้เราคิดมาก เราไม่กล้าที่จะสบตาใคร ไม่กล้ามองหน้าและไม่กล้าที่จะแสดงออก 
 
กลายเป็นเด็กห่วยแตกในสายตาคนอื่นๆในห้อง ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด จนกระทั่ง ถึงตอน ม.1 เป็นช่วงเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของเด็กๆ เรากับเพื่อนอีกคนก็แยกกันไป เขาไปมีเพื่อนใหม่ ซึ่งก็คือ ทีมที่ชอบดูถูกเรา เขาทิ้งเรา ทำให้เราทั้งโกรธ แล้วก็เสียความรู้สึกมาก เราจิตใจอ่อนแอมากๆ ในขณะที่เขาร่วมกันหัวเราะเยาะเรา ไม่ใช่แค่เรื่องที่โรงเรียน ที่บ้านพ่อกับแม่ก็ทะเลาะกันตลอด เราได้ยินตลอด แม่ก็มักจะระบายกับเรา ทำให้เรารู้สึกเหมือนแบกรับอะไรที่มันหนักอึ้งสำหรับเด็กที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แล้วบางทีแม่ก็เหวี่ยงวีน ไอ้เราที่เริ่มโตก็เริ่มคิดต่อต้าน ไม่กล้าที่จะบอกเรื่องที่รงเรียนกับแม่เลย เพราะกลัวแม่ด่า 
 
ตอนนั้นเราเครียดมาก เราทำร้ายตัวเอง วันละนิดๆ เริ่มเปลี่ยนตัวเอง เป็นคนที่หัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดื้อด้านขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นว่า ในจิตใจของเราตอนนี้เหมือนมีปีศาจร้ายคอยควบคุม 
 
เรากลายเป็นคนที่เริ่มจะพูดกับตัวเองคนเดียว ระแวงสายตาคนอื่นๆ อยากที่จะทำร้ายคนอื่นมากๆ และเริ่มได้ยินเสียงในหัว ทุกอย่างมันแย่ และดาวน์ โลกตอนนั้นของเรา ในสายตาเราตอนนั้น ทุกอย่างมันเต็มไปด้วยเลือด เราอากจะเอาเลือดคนอื่นมาป้ายทุกอย่าง เริ่มขู่ทำร้ายเพื่อนด้วยด้วยอุปกรณ์การเรียน อาทิ กรรไกร ไม้บรรทัดเหล็ก หรืออื่นๆ จนกระทั่งเป็นช่วงย้ายที่ เราเริ่มได้พบกับเพื่อนคนนึง เป็นเพื่อนสาวที่น่ารัก อ่อนหวาน ใจดี แม้จะเรียนไม่เก่งก็ตาม
 
เราผูกพันกับเขามาก เริ่มมีเพื่อนสนิทอีกครั้ง เริ่มระบายอารมณ์ด้วยการวาดรูปแทน เราเริ่มที่จะหาสิ่งที่เราชอบ เช่น เราชอบแต่งนิยาย ชอบร้องเพลง ชอบวาดรูป เราเริ่มได้ทำ ในสิ่งที่เป็นเรา โดยมีเพื่อนคนนั้นอยู่ไม่ห่าง และแน่นอนว่าเราเริ่มติ่งเคป๊อป5555
 
ทุกอย่างรอบตัวเราเริ่มดีขึ้น จากสีแดง เริ่มจะมีสีสันอื่นเข้ามา เรากับเพื่อนคนนั้นรักกันมาก จนวันนึง เธอป่วยหนัก ไม่ได้มาโรงเรียนนานเลย ทำให้เรารู้สึกแห้งเหี่ยวสุดๆ เรารู้สึกเหงา โดดเดี่ยว รู้สึกอยากได้รับความสนใจจากคนอื่นๆตามประสาเด็ก 
 
จากเมื่อก่อนที่หลอน ตอนนั้น เราก็เปลี่ยนเป็นความรู้สึกเหมือนคนซึมเศร้าเสียแทน แต่เราไม่เคยบอกแม่ เลยไม่เคยได้รับยาอะไรต่างๆนาๆ สุดท้าย เพื่อนคนนั้นก็ลาออกไป เรายังจำได้เลย เราได้เห็นเพื่อนคนนั้นก่อนที่เขาจะหายไปตลอดกาล เราร้องไห้หนักมาก เราอยากลงจากตึก ไปกระโดดกอดเค้า แต่ทำไม่ได้ เราเสียใจมาก แต่เพราะเค้า เลยทำให้เราเริ่มกล้าที่จะทำอะไรร่วมกับคนอื่นๆ เราเริ่มกล้า ที่จะแสดงออก แต่ประเด็นคือ เพื่อนคนนั้นที่เราเคยสนิทตอนประถม ดันอยู่ห้องเดียวกับเรา เราอึดอัดมากที่เขาทำเหมือนสนิทกับเรา ชอบหักหน้าเรา เราไม่โอเค แต่เราก็ได้มีทีมเพื่อนบ้าง
 
ทุกอย่างดำเนินมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ เราไม่รุ้สึกเกลียด หรือ ชัง ใครเลยสักนิด เพื่อนที่เคยแกล้งเรา เราก็ไม่เกลียด แถมบางครั้งเรายังยื่นมือเข้าช่วยพวกเค้าโดยไม่ลังเลและไม่หาผลประโยชน์ สำหรับบางคน เราก็รู้สึกว่า เราไมม่ควรคุยกับเขา เราเริ่มมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทั้งมุมมองและความคิดของเรา แตกต่างจากเพื่อนๆหลายคนที่ยังคิดอะไรที่เป็นวัยของตัวเอง
 
นั่นเป็นเพราะ แม่เราที่ชอบระบายเรื่องต่างๆให้เราฟัง เรื่องครอบครัว เรื่องงาน ซึ่งแม่เราจะเป็นคนที่มีความคิดเด็ดเดี่ยวและโดดเด่น เลยทำให้เราดูมีความคิดโตกว่าคนอื่นไปบ้าง แม่เราจะเล่าเรื่องตอนเด็กๆๆให้ฟังเสมอ บางครั้งเราต้องนอนฟังแม่เล่าทั้งคืน แทบไม่ได้นอน5555
 
แต่เพราะแบบนั้น เราก็เลยเริ่มคิดอะไรในมุมมองเดียวกับแม่เรา เราเริ่มที่จะแสดงออกในความเป็นตัวเราเองมากขึ้น ความสามารถ ความชอบ ความเป็นตัวเราซึ่งชัดเจนและโดดเด่น เราสามารถที่จะดูคนออกได้ เพียงแค่มองหน้าเท่านั้น เราดีใจมากๆที่ตอนนี้ เรารู้สึกเป็นอิสระ เราเหมือนนกที่ได้บินออกจากกรงแคบๆสักที 
 
ถึงแม้ว่า พฤติกรรมชอบความรุนแรงจะยังอยู่ //เป็นคนซาดิสต์ไปแล้วมั้งเนี่ย--// แล้วก็บ้าๆบอๆอย่างกับคนไร้สติ-- อ้อ เสริมมาคือความไบโพล่าและไบโพเซ็ก ค่อกแค่ก อีกอย่างคือ โลกส่วนตัวสูงมาก
 
ยังไงก็ตาม เราก็ยังดีใจที่ไม่คิดจะฆ่าตัวตายตั้งแต่ตอนประถม เรารู้สึกได้ว่าเราเอง ก็โตขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมที่กว้างขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ในโรงเรียนไม่ใช่สถานที่จำลงสังคมสำหรับเรา แต่มันคือสังคมที่เราอาศัยอยู่ ในอนาคต อาจจะมีปัญหาที่มากกว่านี้รอเราอยู่ 
 
บางครั้ง ทุกคนก็คิดกับตัวเองว่า คนเรียนเก่งนี่มันสบายจังวะ ทำไมไอ่พวกกากอย่างเราจึงได้มีความกดดันเยอะ ในขณะที่พวกเรียนเก่งมันสบาย เป็นลูกรักครู
 
ถ้าใครคิดแบบนี้ จงหยุดซะ... คุณจะเป็นยังไง อยู่ที่ความคิดของคุณเอง ถ้าคุณคิว่าคุณมีความสุข คุณก็จะสุข ถ้าคุณคิดว่าคุณยิ้มยากลำบาก คุณก็ไม่มีวันที่จะมีความสุข 
 
ฝากไปให้คิดนะคะ 
 
ชีวิตเรา มีแค่ครั้งเดียว ที่จะได้เกิดมาเป็นเราในครั้งนี้ ชาติหน้าไม่รู้จะเป็นแมลงสาบหรือเปล่า เพราะฉะนั้น คุณได้เกิดเป็นมนุษย์ คุณไม่ได้ตกเป็นเหยื่อเชิงกายภาพเหมือนสัตว์ แต่คุฯเป็เหยื่อของสังคม
 
จงเลือก ว่าาจะตายกับกับดักโง่ๆของสังคม หรือเลือกที่จะคิดอะไรต่างๆด้วยตัวเอง เรามีสิทธิ์ของเราทั้งนั้น  อย่าให้ความสำคัญกับความคิดแง่ลบมากเกินไป
 
จงอยู่กับความจริงมองทุกสิ่งให้เป็นความจริง ธรรมชาาติงดงาม สังคมขัดเกลาความคิดของเรา ให้เราเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตของเรา สามารถหยุดเมื่อใดก็ได้    โชคชะตาคุณนั้น อยู่ในกำมือของคุณเอง  อยู่ที่คุณจะเลือก ถ้าเคยเล่นเกมที่เป็นเนื้อเรื่อง คุณจะเข้าใจ
 
อ้อ ตอนนี้ทางนี้เฉิดฉายมากไมม่ต้องห่วง5555 ประสบความสำเร็จในหลายเรื่อง และล้มเหลวในหลายเรื่องเช่นกันค่ะ

เพื่อนๆเคยมีประสบการณ์ิะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตม้ยคะ แล้วแนวคิดเพื่อนๆเป็นยังไง เรามาแลกเปลี่ยนมุมมองและปรึกษาคนอื่นๆกันเถอะค่าาา
 
ปล. จขกท. อายุเท่าไหร่วะเนี่ย--

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่