คือพอดีช่วงนี้มาทำงานเกี่ยวกับด้านการจองโรมแรมห้องพักในไทย พบว่าในทุกๆการจองเราจะเสียค่าหัวคิวเฉลี่ย 15%-20% ให้กับพวกเว็บรับจอง ถ้าให้เว็บพวกนั้นรับเงินแทนให้ก็จะโดนอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมอีกต่อ ซึ่งปีๆนึงเป็นยอดเงินรวมๆมหาศาล ทั้งๆที่
- บริษัทเหล่านี้จดทะเบียนต่างประเทศ ไม่เข้าระบบภาษี และ VAT ไทย แม้หน้าจอตอนจอง เช่น agoda ระบุภาษี และ VAT และ Service Charge เท่าใด เว็บพวกนี้ไม่เคยเข้ามารับผิดชอบ เพราะถือว่าเจ้าของห้องพักต้องคิดราคารวมมาแล้ว ส่วนเว็บมีหน้าที่หัก 15% จากยอดใดๆเสมอ ส่งผลให้ที่พักไม่สามารถออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าได้
ยกตัวอย่าง ราคาห้องพักรวมที่ลค.จ่าย 1000 บาท โรงแรมจะได้รับเพียง 850 บาท และเป็นผู้รับผิดชอบภาษีเงินได้เองทั้งหมด
บางโรงแรมขายผ่านหลายเว็บ agoda booking traveloka hotel hostelworld expedia etc. ซึ่งแต่ละเจ้ามีระบบหลังบ้านของตัวเอง ก็ไปจ้างเว็บเอเจนซีอีกเจ้ามาครอบเพื่อให้ดูแลให้ ก็จะโดนหักหัวคิวไปอีก 5-10% โดยเว็บเจ้าใหญ่ๆเปิด API ให้ยิงไปแก้ไขอัพเดทราคา และรับข้อมูลการจองมาแสดงรวมที่เดียว
สรุป ค่าห้อง 1000 บางโรงแรมได้รับจริงๆ 6-700 กว่าบาทเท่านั้น โดยที่ความเสี่ยงแทบทั้งหมดเจ้าของที่พักต้องรับเอง
มองในมุมการตลาด แน่นอน เว็บเจ้าใหญ่พวกนี้ลงทุนไปเยอะในการโปรโมท ถ้าคุณเข้า google หาที่พักสักที่ แน่นอน agoda booking ... ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ เป็นช่องทางหลักที่ผุ้เข้าพักจากทั่วโลกจะเห็นที่พักของเรา
แต่มองอีกมุม ทำไมประเทศที่มีขนาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใหญ่โตอย่างไทย ถึงยอมให้เงิน 15-20% ไหลออกไปโดยที่คนไทยไม่ได้อะไรเท่าไหร่เลย ทำไมเราไม่สร้าง platform ที่เข้มแข็งพอ โอเคอาจไม่ต้องถึงแข็งแกร่งกว่า แต่แข็งแกร่งพอที่จะต่อรองกับเจ้าใหญ่ๆเหล่านี้ หรือเจ้าของที่พักไม่ลองปรับตัวมาขายเองแบบโมเดลของนิวซีแลนด์ ซึ่งเค้าก็พึ่งพาการท่องเที่ยวเหมือนกัน แต่ที่พักจำนวนมากยังทำหน้าเว็บของตัวเอง และสามารถจองและตัดเงินได้เองโดยไม่ต้องใช้ความรู้ไอทีมหาศาลอะไร
ผมอาจจะคิดไกลไป แต่มองกลับมายังไงก็เสียดายเงินมหาศาลก้อนนี้ที่ไหลออกจากประเทศไทยเสียจริงๆ
ทำไมประเทศทีมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวอย่างไทยถึงยอมให้บริษัทต่างชาติคิดค่าหัวคิวจองโรงแรมมหาศาล
- บริษัทเหล่านี้จดทะเบียนต่างประเทศ ไม่เข้าระบบภาษี และ VAT ไทย แม้หน้าจอตอนจอง เช่น agoda ระบุภาษี และ VAT และ Service Charge เท่าใด เว็บพวกนี้ไม่เคยเข้ามารับผิดชอบ เพราะถือว่าเจ้าของห้องพักต้องคิดราคารวมมาแล้ว ส่วนเว็บมีหน้าที่หัก 15% จากยอดใดๆเสมอ ส่งผลให้ที่พักไม่สามารถออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าได้
ยกตัวอย่าง ราคาห้องพักรวมที่ลค.จ่าย 1000 บาท โรงแรมจะได้รับเพียง 850 บาท และเป็นผู้รับผิดชอบภาษีเงินได้เองทั้งหมด
บางโรงแรมขายผ่านหลายเว็บ agoda booking traveloka hotel hostelworld expedia etc. ซึ่งแต่ละเจ้ามีระบบหลังบ้านของตัวเอง ก็ไปจ้างเว็บเอเจนซีอีกเจ้ามาครอบเพื่อให้ดูแลให้ ก็จะโดนหักหัวคิวไปอีก 5-10% โดยเว็บเจ้าใหญ่ๆเปิด API ให้ยิงไปแก้ไขอัพเดทราคา และรับข้อมูลการจองมาแสดงรวมที่เดียว
สรุป ค่าห้อง 1000 บางโรงแรมได้รับจริงๆ 6-700 กว่าบาทเท่านั้น โดยที่ความเสี่ยงแทบทั้งหมดเจ้าของที่พักต้องรับเอง
มองในมุมการตลาด แน่นอน เว็บเจ้าใหญ่พวกนี้ลงทุนไปเยอะในการโปรโมท ถ้าคุณเข้า google หาที่พักสักที่ แน่นอน agoda booking ... ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ เป็นช่องทางหลักที่ผุ้เข้าพักจากทั่วโลกจะเห็นที่พักของเรา
แต่มองอีกมุม ทำไมประเทศที่มีขนาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใหญ่โตอย่างไทย ถึงยอมให้เงิน 15-20% ไหลออกไปโดยที่คนไทยไม่ได้อะไรเท่าไหร่เลย ทำไมเราไม่สร้าง platform ที่เข้มแข็งพอ โอเคอาจไม่ต้องถึงแข็งแกร่งกว่า แต่แข็งแกร่งพอที่จะต่อรองกับเจ้าใหญ่ๆเหล่านี้ หรือเจ้าของที่พักไม่ลองปรับตัวมาขายเองแบบโมเดลของนิวซีแลนด์ ซึ่งเค้าก็พึ่งพาการท่องเที่ยวเหมือนกัน แต่ที่พักจำนวนมากยังทำหน้าเว็บของตัวเอง และสามารถจองและตัดเงินได้เองโดยไม่ต้องใช้ความรู้ไอทีมหาศาลอะไร
ผมอาจจะคิดไกลไป แต่มองกลับมายังไงก็เสียดายเงินมหาศาลก้อนนี้ที่ไหลออกจากประเทศไทยเสียจริงๆ