สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 21
ในมุมมองของผมนะครับ
่ช่วง 12ปีแรก ลูกเหมือนพรจากฟ้า มาเพื่อสร้างความสุขให้เราโดยเฉพาะ
ช่วง วัย 13 -22ปี คือช่วงที่เราต้องเข้าใจว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาโตแล้ว และมีทางเลือกของตนเอง อย่าไปยึดติดว่าเขาจะเป็นแบบช่วงแรก
ช่วง วัย 23 -40ปี คือช่วงต่างคนต่างอยู่ ช่วงนี้เราจะเริ่มแก่มากต้องหนักแน่น
ช่วง วัย 40+ ถ้าชีวิตเขาดี เขาจะเริ่มกลับมาน่ารักเหมือนช่วงแรกอีกครั้ง และเรากำลังใกล้จะจากโลกนี้ไป
อย่าไปคาดหวังอะไรครับ เราได้ความสุขสุดๆถึง 12 ปีแล้วครับ ที่เหลือ ทำหน้าที่พ่อแม่ของเราให้เหมาะสมและเต็มที่ก็พอครับ
่ช่วง 12ปีแรก ลูกเหมือนพรจากฟ้า มาเพื่อสร้างความสุขให้เราโดยเฉพาะ
ช่วง วัย 13 -22ปี คือช่วงที่เราต้องเข้าใจว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาโตแล้ว และมีทางเลือกของตนเอง อย่าไปยึดติดว่าเขาจะเป็นแบบช่วงแรก
ช่วง วัย 23 -40ปี คือช่วงต่างคนต่างอยู่ ช่วงนี้เราจะเริ่มแก่มากต้องหนักแน่น
ช่วง วัย 40+ ถ้าชีวิตเขาดี เขาจะเริ่มกลับมาน่ารักเหมือนช่วงแรกอีกครั้ง และเรากำลังใกล้จะจากโลกนี้ไป
อย่าไปคาดหวังอะไรครับ เราได้ความสุขสุดๆถึง 12 ปีแล้วครับ ที่เหลือ ทำหน้าที่พ่อแม่ของเราให้เหมาะสมและเต็มที่ก็พอครับ
สมาชิกหมายเลข 1270569 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6839449 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1441806 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2988815 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 1967857 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1348966 ถูกใจ, Scentman ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4646466 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6276520 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6095458 ถูกใจรวมถึงอีก 46 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 1
ในฐานะที่เป็นครูสอนนักเรียน
ต้องยอมรับเลยค่ะว่าเด็กคนหนึ่งจะมีนิสัยอย่างไร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเลี้ยงดูล้วน ๆ เด็กบางคนครอบครัวมีฐานะดีมาก พูดเพราะ แต่น้องอยู่กับคุณย่าที่เลี้ยงน้องมาเพียงคนเดียว(พ่อแม่แยกทาง) น้องเคยมาร้องไห้กับครูบอกว่า ถึงคุณย่าจะเลี้ยงดูมาดีเพียงใด ลึก ๆ อยากเจอพ่อกับแม่ เด็กบางคนก้าวร้าว ติดมือถือ ติดเกม เพราะพ่อแม่ตามใจ พอมีเพื่อนก็ใช้คำพูดแรง ๆ กับเพื่อน ชอบใช้กำลัง มาทราบภายหลังว่าอยู่ในครอบครัวที่พ่อมีภรรยาสองคน พ่อมักจะทำร้ายแม่ เป็นต้นค่ะ แต่นักเรียนอีกคนพ่อแม่แยกทางกัน แต่น้องมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีมาก เพราะพ่อแม่แยกทางกันด้วยดี ไม่บกพร่องหน้าที่ของพ่อและแม่ น้องบอกว่า ไม่เสียใจที่พ่อแม่เลิกกัน เพราะผู้ใหญ่มีเหตุผลที่ละเอียดอ่อน และจากการที่ครูมีโอกาสได้พูดคุยทั้งกับพ่อและแม่น้อง รู้เลยว่าพ่อแม่น้องรักน้องมาก และสอนน้องได้ดี น้องเลยรู้จักให้เกียรติผู้อื่นค่ะ ทั้งหมดที่พิมพ์มานี้ จะบอกแค่ว่าเด็กทุกคนเป็นอย่างไร อย่างแรกอยู่ที่ครอบครัวการเลี้ยงดู แล้วจึงจะเข้าโรงเรียนเพื่อขัดเกลาเขาเพิ่มเติม ปล.ดิฉันอายุ 25 ค่ะ มีแฟน(ยังไม่ได้แต่งงาน) ไม่พร้อมมีบุตรเช่นกันค่ะ ฮ่าาา เนื่องจากเจอนักเรียนมาหลายรูปแบบ ลึก ๆ แอบกลัวเหมือนเจ้าของกระทู้เหมือนกันค่ะ
ต้องยอมรับเลยค่ะว่าเด็กคนหนึ่งจะมีนิสัยอย่างไร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเลี้ยงดูล้วน ๆ เด็กบางคนครอบครัวมีฐานะดีมาก พูดเพราะ แต่น้องอยู่กับคุณย่าที่เลี้ยงน้องมาเพียงคนเดียว(พ่อแม่แยกทาง) น้องเคยมาร้องไห้กับครูบอกว่า ถึงคุณย่าจะเลี้ยงดูมาดีเพียงใด ลึก ๆ อยากเจอพ่อกับแม่ เด็กบางคนก้าวร้าว ติดมือถือ ติดเกม เพราะพ่อแม่ตามใจ พอมีเพื่อนก็ใช้คำพูดแรง ๆ กับเพื่อน ชอบใช้กำลัง มาทราบภายหลังว่าอยู่ในครอบครัวที่พ่อมีภรรยาสองคน พ่อมักจะทำร้ายแม่ เป็นต้นค่ะ แต่นักเรียนอีกคนพ่อแม่แยกทางกัน แต่น้องมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีมาก เพราะพ่อแม่แยกทางกันด้วยดี ไม่บกพร่องหน้าที่ของพ่อและแม่ น้องบอกว่า ไม่เสียใจที่พ่อแม่เลิกกัน เพราะผู้ใหญ่มีเหตุผลที่ละเอียดอ่อน และจากการที่ครูมีโอกาสได้พูดคุยทั้งกับพ่อและแม่น้อง รู้เลยว่าพ่อแม่น้องรักน้องมาก และสอนน้องได้ดี น้องเลยรู้จักให้เกียรติผู้อื่นค่ะ ทั้งหมดที่พิมพ์มานี้ จะบอกแค่ว่าเด็กทุกคนเป็นอย่างไร อย่างแรกอยู่ที่ครอบครัวการเลี้ยงดู แล้วจึงจะเข้าโรงเรียนเพื่อขัดเกลาเขาเพิ่มเติม ปล.ดิฉันอายุ 25 ค่ะ มีแฟน(ยังไม่ได้แต่งงาน) ไม่พร้อมมีบุตรเช่นกันค่ะ ฮ่าาา เนื่องจากเจอนักเรียนมาหลายรูปแบบ ลึก ๆ แอบกลัวเหมือนเจ้าของกระทู้เหมือนกันค่ะ
สมาชิกหมายเลข 1441806 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1348966 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6276520 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5298120 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2879636 ถูกใจ, jigabelle ถูกใจ, เช เชียงราย ถูกใจ, นีโม ไทเกอร์ ถูกใจ, ตา กลม ผม ฟู ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5517643 ถูกใจรวมถึงอีก 6 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ยุคนี้จะมีลูกทีต้องคิดหนัก
โอเค ก็ขอย้อนกลับไปเมื่อประมาณปีกว่า ๆ ตอนนั้นเจ้าของกระทู้เรียน มีครูคนนึงที่สอน เขาพูดมาว่า สมัยก่อนจะมีลูกไม่ต้องคิดหนักเลย สมัยนั้นเทคโนโลยียังไม่สูง (อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ก็มีส่วนนิดนึง) แต่ตัดมาที่ยุคสมัยนี้ จะมีลูกต้องคิดหนัก คิดแล้วคิดอีก ไม่ใช่แค่เรื่องค่าใช้จ่ายอย่างเดียวนะ หลายๆอย่าง บางทีเรามีลูก สอนลูกว่าอันนี้ไม่ควรทำนะ อันนี้ไม่ดีนะ + เจ้าของกระทู้ดูข่าวด้วย มันก็จริงอย่างที่ครูคนนั้นกล่าวไว้ บางครั้งเราสอนลูกในสิ่งที่ดีก็จริง แต่ตัวลูกดันเลือกทางผิด เช่น บอกลูกห้ามสูบบุหรี่นะ ห้ามกินเหล้านะ แต่..........นั่นแหละครับ จำข่าวนึงได้ มีชายคนนึงถูกจับเพราะกินน้ำใบกระท่อม ร้องเรียกแม่ตลอดทาง อ่านคอมเม้นท์แบบ คิดเหมือนกันเลย พ่อแม่สอนลูกไม่จำ สอนสิ่งดีๆไม่ทำ ไปทำตรงกันข้าม
ส่วนนึงคือที่ต้องคิดหนักคือ กลัวว่าจะเลี้ยงจนเสียคน ตามใจลูกมากเกิน ขอบอกก่อนว่าเจ้าของกระทู้ยังไม่มีลูก แต่ตอนนี้อายุก็ใกล้เข้าเบญจเพศขึ้น จะเข้าวัยมีครอบครัว แต่ดีอย่างนึงคือพ่อแม่เขาไม่คาดหวังเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ก็อดคิดหนักไม่ได้อยู่ดี แต่เจ้าของกระทู้มีเพื่อนบางคนมีครอบครัวแล้ว ก็ถามว่าเลี้ยงลูกเหนื่อยมั้ย เพื่อนบอกมันก็เหนื่อยนะ (เป็นพ่อคนแม่คนก็เหนื่อยเหมือนกัน) แต่ถ้าลูกยอมฟังที่พ่อแม่สอนก็ดีไป เหนื่อยแต่ก็คุ้ม แต่ถ้าสอนดีแทบตาย แต่ไปทำตรงกันข้ามอันนี้ไม่คุ้ม
แม้แต่ที่ญี่ปุ่นก็เจอประสบปัญหานี้ด้วย เรื่องมีลูก แต่ที่นั้นน่าจะเป็นเพราะเรื่องค่าครองชีพสูง + คนญี่ปุ่นเขาค่อนข้างใจจดใจจ่อกับงานอยู่แล้ว เรื่องสอนลูกที่นั่นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะญี่ปุ่นไม่ค่อยมีอาชญากรรม (มีก็น้อย)
ไหน ๆ ก็ตั้งหัวข้อนี้แล้ว อยากถามคนที่มีครอบครัวมีลูกแล้ว รู้สึกยังไงบ้างครับ มันเหนื่อยอย่างที่เจ้าของกระทู้บอกจริงมั้ย อย่างที่บอก เจ้าของกระทู้ยังไม่มีลูก อาจจะยังไม่มีวันเข้าใจได้
สุดท้ายนี้ก็ได้แต่บอกว่า ถ้าคุณพร้อมหรือคิดว่าไหวก็มีลูกได้ แต่ส่วนตัวยังไม่พร้อม (ฮาาาา)