สวัสดีค่ะ
ตอนนี้จขกทกำลังหางานใหม่อยู่ค่ะ เนื่องจากงานที่จขกททำอยู่เป็นสายการบิน ซึ่งบริษัทที่จขกททำอยู่เป็นoutsourceให้กับสายการบินหนึ่ง ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตอนนี้ที่บริษัทกำลังจ้างคนในตำแหน่งต่างๆออก เช่น พวกsupervisor หรือพนักงานใหม่ๆ เป็นต้น บางคนก็โดนให้ไปทำสายการบินอื่น ส่วนเราก็ยังไม่โดนบริษัทเรียกให้ออก แต่ความเสี่ยงที่จะโดนออกก็มีอยู่บ้าง
ช่วงนี้จขกทก็หางานใหม่ สมัครงานไปหลายๆบริษัทต่างๆ จนกระทั่งเมื่อ 3-4 วันก่อน มีบริษัทหนึ่งเป็นบริษัทโลจิสติส ซึ่งอยู่แถวบ้านจกท ชักชวนจขกทให้มาสมัครงาน จขกทก็ลองสมัครดูโดยไม่คิดว่าเค้าจะติดต่อกลับมา แต่ทางบริษัทก็ติดต่อกลับมาให้จขกทมาเขียนใบสมัครและสัมภาษณ์ที่บริษัท พอวันนั้นมาถึงจขกทก็ไปเขียนใบสมัครที่บริษัท แต่ก็ไม่ได้สัมภาษณ์กับผจก.ของบริษัท เนื่องจากวันนั้นทางผจก.ไม่ว่าง ผจก.บอกว่าจะติดต่อสัมภาษณ์ในช่วงบ่าย ซึ่งบ่ายวันนั้นก็ไม่เห็นมีใครตอบกลับมา จนจขกทถอดใจแล้วว่า ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่พอมาวันนี้ทาง HR ของบริษัทติดต่อกลับมา เค้าบอกว่าได้เอาใบสมัครไปให้หัวหน้าดูแล้วหัวหน้าสนใจ อยากให้เราเริ่มงานในวันที่ 2 ม.ค.เลย แต่เราขอเลื่อนเค้าเป็นวันที่ 13 ม.ค. เนื่องจากมันเร็วเกินไปที่จะพร้อมทำงาน จขกท.ต้องทำเรื่องลาออกกับบริษัทก่อน (ถ้าจขกทอยากไปทำ)
แต่จขกทก็ยังมีหลายเรื่องที่กังวลอยู่คือ
1. งานที่จขกท.ทำอยู่ (ซึ่งทำมาแล้ว 2 ปีกว่า) ฐานเงินเดือน 18,900 บาท + ค่าที่พัก 3,000 บาท + เบี้ยขยัน 500 บาท (ถ้าเดือนนั้นจขกทไม่ลา ไม่ขาด ไม่สาย ก็จะได้) + โอทีนอกเวลางาน (บริษัทไม่บังคับให้ทำ แต่ตอนนี้เค้าไม่ให้โอทีแล้ว เนื่องจากมีจำนวนคนมากกว่างานที่ทำ) + โอทีวันหยุดนักขัตตฤกษ์ (เมื่อก่อนเคยได้ แต่ตอนนี้เค้าไม่ให้แล้ว เค้าให้วันหยุดชดเชยแทน) + หักประกันสังคม 750 บาท ก็จะได้ประมาณ 20,000 - 21,000 บาท แต่บริษัทที่จขกทให้ไปทำ ให้เงินเดือน 16,000 บาท (เนื่องจากจขกทไม่มีประสบการณ์ทางด้านโลจิสติส เค้าก็เลยให้เท่านี้) แต่เค้าก็มีโอทีให้เราทำถึง 2 ทุ่ม ถ้าทำโอทีแล้ว รวมๆก็จะได้ประมาณ 20,000 กว่า แต่เงินเดือนก็มีการปรับตลอด
2. งานที่จะได้ไปทำ เค้าให้จขกททำวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เข้างาน 8:30-17:30 แต่ถ้างานเสร็จเร็วก็สามารถกลับสามารถกลับก่อนได้ แต่ถ้าผ่านโปรก็จะให้เราเลือกหยุดได้ 2 เสาร์ใน 1 เดือน ซึ่งต่างจากงานที่จขกทที่ต้องเข้าเป็นกะ ซึ่งเข้า 4 หยุด 2 วัน โดยในแต่ละกะนั้นก็เข้าไม่พร้อมกัน จขกทไม่ค่อยซีเรียสเข้างานในวันเสาร์หรอก เพราะพอหยุดแล้ว ก็ไม่ไปไหนหรอก ถ้าไม่จำเป็น 5555 แต่ไม่อยากเข้างานเป็นกะแล้ว ร่างกายปรับตัวไม่ไหวแล้ว55555
3. บริษัทที่จขกทจะไปทำเป็นบริษัทของคนไทย ซึ่งก่อตั้งมาแล้วกว่า 20 ปี เป็นบริษัทโลจิสติสที่เก็บสินค้า ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่ใหญ่มาก เป็นแบบคลังสินค้าเล็กๆ
4. บริษัทที่จขกทจะไปทำ ไม่ใช้คะแนน TOEIC ในการเปิดรับสมัครเลย ซึ่งจขกทกลัวว่าถ้าจขกทไปทำแล้ว จะได้ใช้ภาษาอังกฤษหรือเปล่า แต่บริษัทก็กำหนดไว้ว่าต้องมีความสามารถในการพูด-เขียนภาษาอังกฤษ เป็นอย่างดี
5. ที่บ้านจขกทไม่อยากให้จขกททำงานแนวนี้ เพราะเค้าคิดว่างานที่จขกทจะไปทำเป็นแนวแบบเสมียน ตำแหน่งที่จขกทสมัครคือ Customer Service Officer และที่บ้านจขกทคิดว่าจขกทจบมาจากสถาบันมีชื่อเสียง และจบเกียรตินิยมอันดับ 2 มา จะลดตัวลงมาทำงานแบบนี้หรอ ที่บ้านจขกทอยากให้จขกททำงานที่สนามบิน หรือสายการบิน หรือข้าราชการ (แต่จขกทไม่อยากทำงานแล้ว เนื่องจากจขกททำงานพวกสนามบินมาตั้งแต่จขกทฝึกงานแล้ว จขกทเบื่อแล้ว จขกทอยากลองทำในสิ่งใหม่บ้าง)
*ลืมบอกไปว่าจขกทจบคณะศิลปะศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษมา
6. สวัสดิการของบริษัทที่จขกท มีมากกว่าบริษัทที่จขกททำอยู่ อย่างเช่น
· ปรับเงินเดือน
· โบนัส
· วันหยุดพักผ่อนประจำปีสูงสุด 14 วัน
· วันหยุดตามประเพณี 17 วัน
· ท่องเที่ยว/สัมมนาต่างจังหวัด
· งานเลี้ยงบริษัทฯ
· กองทุนกู้ยืมกรณีจำเป็น/ฉุกเฉิน
· ตรวจสุขภาพประจำปี
· เครื่องแบบพนักงานฟรี
· ประกันสังคม
· ประกันกลุ่ม
· กองทุนเงินสำรอง
แต่บริษัทที่จขกททำอยู่ ให้แค่ประกันสังคมเอง
จขกทคิดว่าควรจะไปทำบริษัทนี้ดีไหม จขกทไม่อยากตัดสินใจผิดพลาดเลย จขกทกังวลเรื่องเงินเดือนกับเรื่องที่บ้านไม่โอเคเอง แต่ระหว่างนี้จขกทก็ยังหางานใหม่อยู่เรื่อยๆ
แต่บริษัทก็เคลมว่าบริษัทเค้าไม่ค่อยมีคนลาออกเลย ถ้ามีคนลาออกแล้ว ก็ยังคงกลับมาทำบริษัทนี้เหมือนเดิม ซึ่งต่างจากบริษัทที่จขกททำอยู่ แบบว่าคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า แล้วแต่ละเดือนคนก็ถยอยออกกันตลอด
มีใครได้งานใหม่ที่เงินเดือนน้อยกว่างานที่ตัวเองทำอยู่บ้าง ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ
ตอนนี้จขกทกำลังหางานใหม่อยู่ค่ะ เนื่องจากงานที่จขกททำอยู่เป็นสายการบิน ซึ่งบริษัทที่จขกททำอยู่เป็นoutsourceให้กับสายการบินหนึ่ง ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตอนนี้ที่บริษัทกำลังจ้างคนในตำแหน่งต่างๆออก เช่น พวกsupervisor หรือพนักงานใหม่ๆ เป็นต้น บางคนก็โดนให้ไปทำสายการบินอื่น ส่วนเราก็ยังไม่โดนบริษัทเรียกให้ออก แต่ความเสี่ยงที่จะโดนออกก็มีอยู่บ้าง
ช่วงนี้จขกทก็หางานใหม่ สมัครงานไปหลายๆบริษัทต่างๆ จนกระทั่งเมื่อ 3-4 วันก่อน มีบริษัทหนึ่งเป็นบริษัทโลจิสติส ซึ่งอยู่แถวบ้านจกท ชักชวนจขกทให้มาสมัครงาน จขกทก็ลองสมัครดูโดยไม่คิดว่าเค้าจะติดต่อกลับมา แต่ทางบริษัทก็ติดต่อกลับมาให้จขกทมาเขียนใบสมัครและสัมภาษณ์ที่บริษัท พอวันนั้นมาถึงจขกทก็ไปเขียนใบสมัครที่บริษัท แต่ก็ไม่ได้สัมภาษณ์กับผจก.ของบริษัท เนื่องจากวันนั้นทางผจก.ไม่ว่าง ผจก.บอกว่าจะติดต่อสัมภาษณ์ในช่วงบ่าย ซึ่งบ่ายวันนั้นก็ไม่เห็นมีใครตอบกลับมา จนจขกทถอดใจแล้วว่า ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่พอมาวันนี้ทาง HR ของบริษัทติดต่อกลับมา เค้าบอกว่าได้เอาใบสมัครไปให้หัวหน้าดูแล้วหัวหน้าสนใจ อยากให้เราเริ่มงานในวันที่ 2 ม.ค.เลย แต่เราขอเลื่อนเค้าเป็นวันที่ 13 ม.ค. เนื่องจากมันเร็วเกินไปที่จะพร้อมทำงาน จขกท.ต้องทำเรื่องลาออกกับบริษัทก่อน (ถ้าจขกทอยากไปทำ)
แต่จขกทก็ยังมีหลายเรื่องที่กังวลอยู่คือ
1. งานที่จขกท.ทำอยู่ (ซึ่งทำมาแล้ว 2 ปีกว่า) ฐานเงินเดือน 18,900 บาท + ค่าที่พัก 3,000 บาท + เบี้ยขยัน 500 บาท (ถ้าเดือนนั้นจขกทไม่ลา ไม่ขาด ไม่สาย ก็จะได้) + โอทีนอกเวลางาน (บริษัทไม่บังคับให้ทำ แต่ตอนนี้เค้าไม่ให้โอทีแล้ว เนื่องจากมีจำนวนคนมากกว่างานที่ทำ) + โอทีวันหยุดนักขัตตฤกษ์ (เมื่อก่อนเคยได้ แต่ตอนนี้เค้าไม่ให้แล้ว เค้าให้วันหยุดชดเชยแทน) + หักประกันสังคม 750 บาท ก็จะได้ประมาณ 20,000 - 21,000 บาท แต่บริษัทที่จขกทให้ไปทำ ให้เงินเดือน 16,000 บาท (เนื่องจากจขกทไม่มีประสบการณ์ทางด้านโลจิสติส เค้าก็เลยให้เท่านี้) แต่เค้าก็มีโอทีให้เราทำถึง 2 ทุ่ม ถ้าทำโอทีแล้ว รวมๆก็จะได้ประมาณ 20,000 กว่า แต่เงินเดือนก็มีการปรับตลอด
2. งานที่จะได้ไปทำ เค้าให้จขกททำวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เข้างาน 8:30-17:30 แต่ถ้างานเสร็จเร็วก็สามารถกลับสามารถกลับก่อนได้ แต่ถ้าผ่านโปรก็จะให้เราเลือกหยุดได้ 2 เสาร์ใน 1 เดือน ซึ่งต่างจากงานที่จขกทที่ต้องเข้าเป็นกะ ซึ่งเข้า 4 หยุด 2 วัน โดยในแต่ละกะนั้นก็เข้าไม่พร้อมกัน จขกทไม่ค่อยซีเรียสเข้างานในวันเสาร์หรอก เพราะพอหยุดแล้ว ก็ไม่ไปไหนหรอก ถ้าไม่จำเป็น 5555 แต่ไม่อยากเข้างานเป็นกะแล้ว ร่างกายปรับตัวไม่ไหวแล้ว55555
3. บริษัทที่จขกทจะไปทำเป็นบริษัทของคนไทย ซึ่งก่อตั้งมาแล้วกว่า 20 ปี เป็นบริษัทโลจิสติสที่เก็บสินค้า ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่ใหญ่มาก เป็นแบบคลังสินค้าเล็กๆ
4. บริษัทที่จขกทจะไปทำ ไม่ใช้คะแนน TOEIC ในการเปิดรับสมัครเลย ซึ่งจขกทกลัวว่าถ้าจขกทไปทำแล้ว จะได้ใช้ภาษาอังกฤษหรือเปล่า แต่บริษัทก็กำหนดไว้ว่าต้องมีความสามารถในการพูด-เขียนภาษาอังกฤษ เป็นอย่างดี
5. ที่บ้านจขกทไม่อยากให้จขกททำงานแนวนี้ เพราะเค้าคิดว่างานที่จขกทจะไปทำเป็นแนวแบบเสมียน ตำแหน่งที่จขกทสมัครคือ Customer Service Officer และที่บ้านจขกทคิดว่าจขกทจบมาจากสถาบันมีชื่อเสียง และจบเกียรตินิยมอันดับ 2 มา จะลดตัวลงมาทำงานแบบนี้หรอ ที่บ้านจขกทอยากให้จขกททำงานที่สนามบิน หรือสายการบิน หรือข้าราชการ (แต่จขกทไม่อยากทำงานแล้ว เนื่องจากจขกททำงานพวกสนามบินมาตั้งแต่จขกทฝึกงานแล้ว จขกทเบื่อแล้ว จขกทอยากลองทำในสิ่งใหม่บ้าง)
*ลืมบอกไปว่าจขกทจบคณะศิลปะศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษมา
6. สวัสดิการของบริษัทที่จขกท มีมากกว่าบริษัทที่จขกททำอยู่ อย่างเช่น
· ปรับเงินเดือน
· โบนัส
· วันหยุดพักผ่อนประจำปีสูงสุด 14 วัน
· วันหยุดตามประเพณี 17 วัน
· ท่องเที่ยว/สัมมนาต่างจังหวัด
· งานเลี้ยงบริษัทฯ
· กองทุนกู้ยืมกรณีจำเป็น/ฉุกเฉิน
· ตรวจสุขภาพประจำปี
· เครื่องแบบพนักงานฟรี
· ประกันสังคม
· ประกันกลุ่ม
· กองทุนเงินสำรอง
แต่บริษัทที่จขกททำอยู่ ให้แค่ประกันสังคมเอง
จขกทคิดว่าควรจะไปทำบริษัทนี้ดีไหม จขกทไม่อยากตัดสินใจผิดพลาดเลย จขกทกังวลเรื่องเงินเดือนกับเรื่องที่บ้านไม่โอเคเอง แต่ระหว่างนี้จขกทก็ยังหางานใหม่อยู่เรื่อยๆ
แต่บริษัทก็เคลมว่าบริษัทเค้าไม่ค่อยมีคนลาออกเลย ถ้ามีคนลาออกแล้ว ก็ยังคงกลับมาทำบริษัทนี้เหมือนเดิม ซึ่งต่างจากบริษัทที่จขกททำอยู่ แบบว่าคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า แล้วแต่ละเดือนคนก็ถยอยออกกันตลอด