(ความรัก) ที่ยอมถูกทำร้ายร่างกาย Stockholm Syndrome(สต็อกโฮล์ม ซินโดรม)

ตั้งแต่ได้เหยียบเข้ามารู้จักคนๆหนึ่ง ตลอดเวลา3ปีโดยไม่ได้ตั้งใจ    ชีวิตก็เจอสิ่งโชคร้าย ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเจอ ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งซึ่งไม่คิดว่าจะ อำมหิตหรือไรซึ่งความเมตตาความเห็นอกเห็นใจของมนุษย์คนหนึ่งด้วยกัน เขารักตัวเองยิ่งกว่าใครๆ รักจนไม่คิดเห็นอกเห็นใจใคร (โดนเฉพาะแฟน คนที่อยู่ข้างๆค่อยช่วยเหลือเขาแทบจะทุกเรื่อง) ถ้าใครไม่ได้เข้ามารู้จักใช้ชีวิตกับเขาจริงๆก็จะไม่รู้ ว่าลึกๆแล้วเขานิสัยใจคอเป็นยังไง เขาเป็นคนฉลาด ฉลาดพูด ฉลาดถาม ฉลาดการเลือกคบคน (เพื่อน) เขารู้ว่าจะทำพฤติกรรมแบบไหน เพี่อที่จะให้คนรอบข้างรักเขา ให้เชื่อว่าเขาเป็นคนอบอุ่นอยู่ด้วยสนุก (คนที่มีผลประโยชน์)(สังคมและหน้าตาของเขา) ตั้งแต่รู้จักเขามา เขามักใช้คำพูดดูถูกเหยียดหยาม เพราะคิดว่า เราไม่มีทางสู้ (ยิ่งเราเป็นคนหัวอ่อน ขี้สงสาร) เราเลยมองข้าม คิดว่าที่เขาพูดต้องมีเหตุผลที่เขาพูดแรงๆทั้งที่ไม่ผิดหรือผิดก็ตาม  
เมื่อก่อนเขามักพูดเสมอ

-จะทำไมแม่กูตามใจกู กูจะเป็นแบบนี้จะพูดแบบนี้จะทำไมใครจะทำไม กูเป็นลูกคนเล็กกูจะทำไรก็ได้

-(พูดยกตัวอย่างนิดๆหน่อยๆ ในการทำร้ายร่างกาย ถ้าเป็นคนอื่นนะโดนแจ้งความหรือญาติพี่น้องเขารู้คงไม่ยอมหรอก นี้รักนะถึงไม่คิดทำ พูดกันดีๆไม่ได้เลยหรอ  (เขา)แล้วจะทำไมจะเอาใครมาทำกู คิดว่ากูกลัวหรอขนาดแม่กูจะโดนจับเรื่องไม้ตำรวจยังจับไม่ได้แค่เอาเงินยัดไม่กี่แสนเรื่องก็จบละ ใหญ่หรอใหญ่มาจากไหนจะมาทำกู คิดว่าแม่กูไม่ใหญ่หรอ (คือคิดได้ไงว่าเราจะทำ)

-เริ่มทำร้ายร่างกายโดยการที่ไม่ได้ทำไรผิด แต่มันเมา จนทำติดเป็นนิสัย เวลาพูดไรหน่อย หรือทำไรพูดไรไม่ถูกใจ ต้องทำร้ายร่างกายตลอด
          -ตบหน้า (โดยที่ไม่ได้ทำไรผิด โดยที่ดึงมันมานอนที่นอนดีๆเพราะมันนอนปลายเตียง ถอดรองเท้าให้เพราะมันยังไม่ได้ถอด มันลืมตามาตบไม่พูดไม่ถามไรสักคำ
          -ทุ่มลงเตียงต่อยหน้า เหตุเพราะ(เราถามกับพี่คนนี้เป็นไรกันไหนบอกว่าพี่แต่ทำไมตัวถึงโอบกอดลูบหัว (รุ่นพี่วิดวะ ผญ)
           -ตอนเย็นเรียกตื่นกินข้าว ลุกมาต่อยหน้าอ้าง กลัวมันมีไรมืดๆใหญ่ๆไรไม่รู้เมื่อกี้ไม่รู้ตัว อ้างแบบนี้ตลอด
            -ไปรับจากที่เที่ยว ตีหนึ่ง สงกรานต์ ตอนแรกมันจะขับแล้วมันกดโทสัพเลยเอามานี้ไม่ต้องเล่นขับก่อน แต่มันไม่พอใจบอกเอามาเราก่ให้ งั้นเราขับขึ้นรถ มันบอกลงมานี้ ตอนนั้นพอรู้ละเพราะเจอบ่อย เลยเดินหนี มันเดินตามเราก็พยายามหลบที่มีคนน้อยๆเพราะกลัวมันเจอคนอื่นตีกลับ สรุปเอากุญแจรถตีหัวแตก (ตอนนั้นแม่มันถามเพราะไรเราก็ตอบมันจะต่อยเราเราเลยผลักไปเลยล้มเพราะมันเมาด้วยเราก็ดึงมันขึ้นแต่มันกลับต่อยเรากลับ สรุป งั้นก็สมควรละ omg (ตอนคุยไม่ได้พูดว่ามันหรือเราพูดชื่อ)
           -หลังจากนั้นมันก็ทำมาเรื่อยๆจน วันนั้นทะเลาะกันจับได้ว่าคุยคนอื่นเราก็ถามทำไมถึงทำ ทำไมทำแบบนี้อีกแล้ว อยู่ดีๆมันโมโหต่อยปากแตกเลือดจมูกไหล นี้เลยสวนกลับอัตโนมัติ มันมาบีบคอนั่งทับนี้ดิ้นจนหลุด เลยพูดถ้าทำขนาดนี้ พอเถอะเกินไปทำเหมือนกูไม่ใช่คน ทำมาเป็นขอโทษนี้เก็บของเก็บเสื้อผ้า ที่จะพอละมันเกินกว่าเหตุไม่ยอมให้ออกห้องง้อจนเวลาผ่านไปความโกรธหาย และในความที่รักมาก จริงเห็นใจ (โง่) หายโกรธ
         เขาก็ยังทำเรื่อยๆเพราะสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจ (เหมือนที่คนเขาพูดกันมีครั้งแรกก็จะมีครั้งต่อๆไป
               -จนมาวันเกิดเรา เราบอกจะไปเที่ยวหรือไม่ไปดีเพราะไปก็เพื่อนเยอะแล้วมีพวกเพื่อนแฟนเก่าๆด้วย อยากทำบุญมากกว่า จนเย็นเราไปสระผม กลับมาก็มาถามวันนี้ตัวเองมีคิวไปไหนมั้ยนัดใครไว้มั้ย อยู่ดีๆก็มาต่อยมาตบจะไปหาคันมากใช่มั้ย คือยังไม่ได้ไรเลยนี้กะจะไปนั่งกินข้าวกับมันเลยถามเพราะร้านนั้นมันถ่ายรูปด้วยจะได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก นี้ไม่ฟังไม่ไรเลยต่อยเอาไม่มีคำขอโทษใดๆด้วย
        จนสองทุ่มเลยออกไปกินข้าวกับมันโดยสภาพช้ำทั้งหน้า
         -แล้วมันก็กระทำตลอดมา บีบคอทั้งนั่งทับจนฉี่ราดอวกแตก สายตามันจองมามองหน้าเราไม่มีคำว่าสงสารหรืออะไรเลย เราดิ้นดิ้นจนหลุด ไม่งั้นก็ตาย ตีต่อยเตะ ซี่โครงบวมปวด เราอยากไปโรงบาล (มันบอกแจ้งความเลยเอามาเลยคิดว่ากุกลัวหรอ)คือเราเจ็บจริงๆเดินกระแทกเบาๆยังปวดนอนก็ปวดแต่กลับไม่สนใจด่าว่าจะทำร้าย ชีวิตมันอีก มันก็ทำมาเรื่อยๆถ้าพูดไม่ถูกใจ หรือมันไม่อยากตอบ หรือมันทำผิด มันก็จะย้อนโดยการ ผิดที่พูดที่ถามที่ทำให้ไม่ถูกใจ สิ่งที่ได้รับคือเจอกู

คงงงใช่มั้ยแล้วทนทำไม(เราพยายามเดินออกมาแล้ว แต่ทำไมได้) มันก็มีช่วงที่เขาทำดีด้วยมีกิจกรรมดีๆทำด้วยกันจนรู้สึกดีหายโกรธ
(ทุกครั้งที่เขากระทำไม่มีคำขอโทษใดๆออกจากปากเขาเลย)

    ตอนที่เราพิมเราก็คิดได้นะว่าเจออะไรบ้างเจ็บปวดแค่ไหน แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเกียจเขาเลย ก็ยังรักเหมือนเดิม

จนเมื่ออาทิตย์ก่อนได้เข้าไปดูคดีหนึ่งคดีลักพาตัว ทำร้ายร่างกายข่มขืน จนได้รู้จักคำว่า
Stockholm Syndrome(สต็อกโฮล์ม ซินโดรม)

ลักษณะของสต็อกโฮล์มซินโดรมสามารถอธิบายง่ายๆ ว่าคือการ “หลงรัก” ในตัวคนร้าย จนในบางครั้งเหยื่อก็รู้สึกว่าสิ่งที่คนร้ายทำไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หรือแม้กระทั่งเข้าข้างคนร้ายในบางกรณีเลยด้วย

(จนตอนนี้เรารู้ละว่าเราควรปรึกษาแพทย์ ถ้าเรารักตัวเอง ) เชื่อว่ายังมีอีกหลายๆคู่ที่เป็นแบบนี้ ถ้ารักตัวเองก็ควรไปปรึกษาแพทย์  

(พิมถูกพิมผิดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่