เนื่องจากผมได้เข้าไปทำงานเป็นเซลล์ที่บริษัทแห่งหนึ่งครับ เริ่มต้นเป็นผู้ช่วยก่อนทำได้ประมาณเดือนกว่าก็ได้อัพขึ้นมาเป็นเซลล์ ทีนี้พอมาเป็นเซลล์บริษัทก็ให้รถมา และได้มีการเบิกของมาสต็อคไว้ที่บ้าน
*รายละเอียดงานที่ทำ ผมเป็นเซลล์ของเล่นแผงเด็กครับ สินค้าจะเป็นสินค้าฝากขายตามร้านค้าตามหมู่บ้าน ไม่ได้ขายเงินสดซึ่งจะมีเซลล์ไปเปิดบิลและวางขาไว้ ผมมีหน้าที่ไปเช็คสินค้าและเก็บสินค้าที่ขายไม่ได้คืนมา (สินค้าที่เก็บคืนช่วงแรกๆผมก็นับจำนวน แต่ทีนี้ไม่ไหวครับมันเยอะ ทางบริษัทก็แนะนำมาว่าให้ชั่งกิโลไปและทางบริษัทจะมีคนนับให้เอง) ผมก็ส่งของคืนอะไรตามปกติไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงจะโดนบริษัทฟันแบบนี้ ผมทำได้ประมาณ 2 เดือนก็โดนบริษัทพักงาน(ลาออก) เนื่องจากมีเซลล์คนนึงสร้างกลุ่มไลน์ขึ้นมาเอาไว้ปรึกษาปัญหาต่างๆหรือคุยกันจะมีเฉพาะเซลล์ มีคนเอาเรื่องนี้ไปฟ้องบริษัทและบริษัทเห็นเลยไม่พอใจผมเลยโดนพัก ก็ยอมรับและไม่ได้ทักท้วงอะไร
ก็คืนรถคืนของคืนสินค้าทุกอย่างที่เป็นของบริษัท หลักจากออกมาบริษัทขอเวลาเช็คตลาดและสินค้า 1 เดือน พอครบกำหนดก็ขอผลัดไปอีก 7 วันบริษัทให้เหตุผลว่าเซลล์ใหม่ยังวิ่งพื้นที่ไม่ครบ (ตรงนี้มันเช็คนานเกินไปไหม) ซึ่งระหว่างทำงานมีการเช็คสต็อคสินค้า 2 ครั้ง ซึ่งทั้ง 2 ครั้งทางบริษัทไม่ได้แจ้งอะไรกับผมเลยว่าของขาดเกินอะไรหรือเปล่า ทั้งๆที่ผมทวงแล้วทวงอีกก็ไม่แจ้ง ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเราทำงานตรงไปตรงมาอยู่แล้วไม่น่าจะมีปัญหา ทีนี้ปัญหามันมาเกิดตอนนี้แหละครับ บริษัทเช็คแล้วแจ้งผมมาว่าสินค้าผมขาดหายไป ยอด 30,000 กว่าบาท ทางเรามีเอกสารอะไรไปลบล้างยอดไหม ผมเลยว่าเอกสารผมก็มีเก็บบ้างแต่ไม่หมด (ผมเก็บไว้ในรถ) ทางบริษัทเลยไปเอาเอกสารที่ผมเก็บมากระทบกับเอกสารเขา ปรากฏว่ายอดลดลงมา เหลือ 26,000 กว่าบาท (เอกสารทางบริษัทไม่ควรตกหล่นไหม) ทางบริษัทเลยเรียกไปคุยว่ามีเอกสารอะไรมาอีกไหม ผมเลยว่าผมไม่มีแล้วเพราะผมก็คืนอะไรให้หมดแล้ว
มาวันนี้ (ซึ่งผ่านมาได้ 2 เดือนกว่าแล้วจากวันที่ออกงาน) บริษัทแจ้งมาว่าจะฟ้องแล้วนะ ยอมรับยอดหนี้ยอดนี้ไหม ผมเลยว่าผมไม่ยอมรับเพราะผมไม่ได้เอาไป ผมทำงานบริสุทธิ์ใจ 100% เงินบาทเดียวก็ไม่เคยเอาไป ขนาดยอดเก็บในแต่ละวันผมยังโอนให้ทุกวัน ไม่เคยผลัดวันเลย หรือแม้แต่กลับบ้านมาดึก ออกไปฝากเงินให้ไม่ได้ผมยังโอนเงินผมให้ก่อนเลย ผมไม่เคยมีเจตนาอะไรจะฉ้อโกงหรือยักยอก มันไม่จำเป็นอะไรเลย หนี้สินอะไรผมก็ไม่มีการพนันก็ไม่เล่น ผมพอใจในเงินเดือนที่ทำกับเงินที่มี ไม่ได้จะไปหาเงินด้วยวิธีแบบนี้เลย
ขอรบกวนสอบถามผู้รู้หน่อยครับ ผมควรทำยังไงดีครับตอนนี้กลุ้มมา ถ้าผมสู้คดีจะมีโอกาสชนะไหมเพราะผมไม่เคยนำสินค้าไปไหนจริงๆ และห่วงเอกสารค้ำประกันเพราะเอาที่ดินแม่ค้ำ
กลุ้มใจมากครับไม่รู้จะปรึกษาใคร เราทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจแท้ๆแต่ผลที่ได้กลับมาคือแบบนี้หรอ
*(ผมคิดว่าบริษัทเหมือนจะเป็นบริษัทเลี่ยงภาษีด้วย เพราะมีบริษัทแม่อยู่แต่พอค้นหาข้อมูลชื่ออะไรในเว็บเกี่ยวกับที่ผมทำกลับไม่มีข้อมูล ทั้งๆที่ป้ายสินค้า,เสื้อพนักก็ใช้ชื่อนี้ แต่เวลาออกหนังสืออะไรกลับใช้เป็นชื่อบริษัทแม่)
ปล.ถ้าผมพิมพ์มั่วไปยังไงก็ขออภัยด้วยนะครับ นี่เป็นกระทู้แรกและไม่รู้ว่าจะเรียงลำดับอะไรยังไง สมองทึบไปหมดเลยครับ กลุ้มใจมากๆ TT
ขอสอบถามเกี่ยวกับคดียักยอกทรัพย์ครับ
*รายละเอียดงานที่ทำ ผมเป็นเซลล์ของเล่นแผงเด็กครับ สินค้าจะเป็นสินค้าฝากขายตามร้านค้าตามหมู่บ้าน ไม่ได้ขายเงินสดซึ่งจะมีเซลล์ไปเปิดบิลและวางขาไว้ ผมมีหน้าที่ไปเช็คสินค้าและเก็บสินค้าที่ขายไม่ได้คืนมา (สินค้าที่เก็บคืนช่วงแรกๆผมก็นับจำนวน แต่ทีนี้ไม่ไหวครับมันเยอะ ทางบริษัทก็แนะนำมาว่าให้ชั่งกิโลไปและทางบริษัทจะมีคนนับให้เอง) ผมก็ส่งของคืนอะไรตามปกติไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงจะโดนบริษัทฟันแบบนี้ ผมทำได้ประมาณ 2 เดือนก็โดนบริษัทพักงาน(ลาออก) เนื่องจากมีเซลล์คนนึงสร้างกลุ่มไลน์ขึ้นมาเอาไว้ปรึกษาปัญหาต่างๆหรือคุยกันจะมีเฉพาะเซลล์ มีคนเอาเรื่องนี้ไปฟ้องบริษัทและบริษัทเห็นเลยไม่พอใจผมเลยโดนพัก ก็ยอมรับและไม่ได้ทักท้วงอะไร
ก็คืนรถคืนของคืนสินค้าทุกอย่างที่เป็นของบริษัท หลักจากออกมาบริษัทขอเวลาเช็คตลาดและสินค้า 1 เดือน พอครบกำหนดก็ขอผลัดไปอีก 7 วันบริษัทให้เหตุผลว่าเซลล์ใหม่ยังวิ่งพื้นที่ไม่ครบ (ตรงนี้มันเช็คนานเกินไปไหม) ซึ่งระหว่างทำงานมีการเช็คสต็อคสินค้า 2 ครั้ง ซึ่งทั้ง 2 ครั้งทางบริษัทไม่ได้แจ้งอะไรกับผมเลยว่าของขาดเกินอะไรหรือเปล่า ทั้งๆที่ผมทวงแล้วทวงอีกก็ไม่แจ้ง ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเราทำงานตรงไปตรงมาอยู่แล้วไม่น่าจะมีปัญหา ทีนี้ปัญหามันมาเกิดตอนนี้แหละครับ บริษัทเช็คแล้วแจ้งผมมาว่าสินค้าผมขาดหายไป ยอด 30,000 กว่าบาท ทางเรามีเอกสารอะไรไปลบล้างยอดไหม ผมเลยว่าเอกสารผมก็มีเก็บบ้างแต่ไม่หมด (ผมเก็บไว้ในรถ) ทางบริษัทเลยไปเอาเอกสารที่ผมเก็บมากระทบกับเอกสารเขา ปรากฏว่ายอดลดลงมา เหลือ 26,000 กว่าบาท (เอกสารทางบริษัทไม่ควรตกหล่นไหม) ทางบริษัทเลยเรียกไปคุยว่ามีเอกสารอะไรมาอีกไหม ผมเลยว่าผมไม่มีแล้วเพราะผมก็คืนอะไรให้หมดแล้ว
มาวันนี้ (ซึ่งผ่านมาได้ 2 เดือนกว่าแล้วจากวันที่ออกงาน) บริษัทแจ้งมาว่าจะฟ้องแล้วนะ ยอมรับยอดหนี้ยอดนี้ไหม ผมเลยว่าผมไม่ยอมรับเพราะผมไม่ได้เอาไป ผมทำงานบริสุทธิ์ใจ 100% เงินบาทเดียวก็ไม่เคยเอาไป ขนาดยอดเก็บในแต่ละวันผมยังโอนให้ทุกวัน ไม่เคยผลัดวันเลย หรือแม้แต่กลับบ้านมาดึก ออกไปฝากเงินให้ไม่ได้ผมยังโอนเงินผมให้ก่อนเลย ผมไม่เคยมีเจตนาอะไรจะฉ้อโกงหรือยักยอก มันไม่จำเป็นอะไรเลย หนี้สินอะไรผมก็ไม่มีการพนันก็ไม่เล่น ผมพอใจในเงินเดือนที่ทำกับเงินที่มี ไม่ได้จะไปหาเงินด้วยวิธีแบบนี้เลย
ขอรบกวนสอบถามผู้รู้หน่อยครับ ผมควรทำยังไงดีครับตอนนี้กลุ้มมา ถ้าผมสู้คดีจะมีโอกาสชนะไหมเพราะผมไม่เคยนำสินค้าไปไหนจริงๆ และห่วงเอกสารค้ำประกันเพราะเอาที่ดินแม่ค้ำ
กลุ้มใจมากครับไม่รู้จะปรึกษาใคร เราทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจแท้ๆแต่ผลที่ได้กลับมาคือแบบนี้หรอ
*(ผมคิดว่าบริษัทเหมือนจะเป็นบริษัทเลี่ยงภาษีด้วย เพราะมีบริษัทแม่อยู่แต่พอค้นหาข้อมูลชื่ออะไรในเว็บเกี่ยวกับที่ผมทำกลับไม่มีข้อมูล ทั้งๆที่ป้ายสินค้า,เสื้อพนักก็ใช้ชื่อนี้ แต่เวลาออกหนังสืออะไรกลับใช้เป็นชื่อบริษัทแม่)
ปล.ถ้าผมพิมพ์มั่วไปยังไงก็ขออภัยด้วยนะครับ นี่เป็นกระทู้แรกและไม่รู้ว่าจะเรียงลำดับอะไรยังไง สมองทึบไปหมดเลยครับ กลุ้มใจมากๆ TT