ถูกเลิกจ้าง อายุ 54. ต้องทำไงกะประกันสังคมมั่ง

ตามนั้นครับ แยกทางกะบริษัท ได้รับค่าชดเชย ตามกม บวกเพิ่มนิดหน่อย ไม่ติดใจตรงนี้ครับ

ขอถาม
1. ต้องทำไงกะประกันสังคมมั่ง. ส่งมา 25++ ปี
2. อายุ ยังไม่ 55 เราต้องทำอย่างไร เพื่อให้ได้สิทธิ บำนาญ. แล้วได้เท่าไรครับ. หรือสามารถเลือกเป็นเงินก้อน บำเหน็จ ครั้งเดียวได้มั้ย
3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท ควรถอน หรือรอ 55. ถ้ารอ ต้องทำอย่างไรบ้าง
4. ใครมีคำแนะนำ หรืออะไรที่ จขกท ควรทำ แนะนำได้ครับ. เพิ่งเคยโดนเลิกจ้างครั้งแรก ไม่มีประสบการณ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
ผมขอตอบตามนี้นะครับ  อาจจะมีผู้รู้ มีเสริมให้ ถ้ามีข้อมูลตรงไหนผิดพลาด หรือมีการอัพเดท
         ในข้อที่ 1 : ไม่ต้องทำอะไรครับ เพียงแต่ ถ้าออกจากงานแล้ว สิทธิ์การรักษาพยาบาล ก็จะจบลงถ้าผมจำไม่ผิดอีก 6 เดือนนับออกจากงาน ส่วนเงินที่ส่งเข้าประกันสังคม โดยเฉพาะกองทุนชราภาพ ที่ได้จะได้หลังจากอายุ 55 ปี ไปแล้ว ก็ยังคงอยู่ ไม่ได้ไปไหน ฉะนั้นไม่ต้องห่วงครับ แต่มีเงื่อนไขนิดหนึ่ง ถ้าครบอายุ 55 ปีแล้ว ต้องรีบไปยื่นเอกสารและคำร้องต่างๆ กับทางประกันสังคมทันที อย่าปล่อยให้เกิน 1-2 ปี เพราะถ้าเราไม่ยื่นคำร้องให้กับประกันสังคม ทางประกันสังคมจะเอาเงินตรงส่วนนี้ของผู้ประกันตน เอากลับเข้ากองทุนและจะไม่ได้อีกเลย เงื่อนไขที่กฏหมายกำหนดไว้ คือครบอายุ 55 ปี และไม่เป็นผู้ประกันตน

         ในข้อที่ 2 : อย่างที่ได้บอกไป พอครบอายุ 55 ปีแล้ว และไม่ได้เป็นผู้ประกันตนแล้ว ก็ยื่นเรื่องเข้าไปที่สำนักงานประกันสังคม ส่วนบำเหน็จหรือบำนาญนั้น  กฏหมายกำหนดไว้ ถ้า ส่งเกิน 15 ปีไปแล้ว  จะได้รับเป็นบำนาญอย่างเดียวเป็นรายเดือนไปตลอดชีวิต ไม่สามารถเลือกรับบำเหน็จได้ ส่วนผู้ประกันตนท่านใด ส่งไม่ถึง 15 ปี จะได้รับเป็นบำเหน็จ จ่ายเพียงครั้งเดียวเป็นเงินก้อน  ถามว่า ผู้ประกันตนเลือกได้ไหม ว่าจะรับเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ ไม่สามารถเลือกได้กฏหมายกำหนดเงื่อนไขไว้แบบนี้ ก็ต้องยอมรับกันไป   ส่วนจะได้บำนาญเท่าไหร่ ก็ให้มองง่ายๆครับ ถ้าส่งเกิน 15 ปีแรก  จะให้บำนาญเดือนละ 3,000 บาท ส่วนเกิน 15 ปีไปแล้ว จะให้ดอกปี 1.5%  ฉะนั้น จขกท ทำงานในระบบมา  25 ปี  เงินบำนาญรายเดือน ที่จะได้อยู่ที่ประมาณ 5,250 บาทต่อเดือน (เป็นตัวเลขคำนวณคร่าวๆนะครับ ต้องตรวจสอบกับประกันสังคมอีกครั้งหนึ่ง) ไปตลอดชีวิต โดยคำนวนจากฐานตัวเลขเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย น่าจะอยู่ที่ 15,000 บาท  ซึ่งผมคิดว่าเงินเดือนน่าจะเกิน 15,000 บาทไปแล้วสำหรับการทำงาน 25 ปี ของ จขกท แต่ถ้าเปลี่ยนจากมาตรา 33 มาเป็น มาตรา 39 เนื่องจากต้องการสิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลต่อหรืออื่นๆ ในกรณีที่ออกจากงาน โดยเป็นการสมัครประกันสังคมภาคสมัครใจเอง  ฐานจากตัวเลข 15,000 จะปรับเปลี่ยนลงมาเป็น 4800 บาท ในการนำมาคำนวณเงินบำนาญรายเดือนที่จะได้รับ ของอัตราเงินเดือนเฉลี่ยน 60 เดือน สุดท้ายซึ่งแน่นอนมันจะลดลง และมันจะมีผลต่อเงินบำนาญต่อเดือน ที่จะได้รับด้วย แต่ก็จะได้สิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลจากประกันสังคมกลับมา ซึ่งตรงนี้ ผู้ออกจากผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 แล้วจะสมัคร มาตรา 39 ต้องชั่งใจดูครับ ว่าจะเลือกแบบไหน ยิ่งอายุงานหลายปี เงินในกองทุนชราภาพตรงนี้จะค่อนข้างมาก

         ในข้อที่ 3 ถ้ายังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะนำเงินออกมา ในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะนำให้คงไว้ในกองทุน เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เสียค่าดูแลปีละ 500 บาท ก็ถูกแล้วครับ เพราะถ้านำออกมาแล้วผิดเงื่อนไข จะโดนภาษีหนักเลยและจะวุ่นวายมาก (ตรงนี้ถ้าเคยมีคนเคยประสบปัญหามาแล้วถ้าผมจำไม่ผิด ลองหาใน pantip ผมจำได้ว่าเคยอ่านผ่านๆ ) เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จัดตั้งขึ้น หรืออาจจะโอนไป RMF ก็ได้ ตามที่หลายๆท่านได้แนะนำไว้ แต่ขอให้ศึกษาให้ดีๆก่อนจะโอนย้ายนะครับ)

        ในข้อที่ 4 ถ้ายังมีแรงทำงานแล้วยังไม่เบื่อหน่ายในการทำงานในระบบเป็นการดีที่จะหางานทำดีกว่าไม่มีงานทำ ก็คิดเสียว่าเป็นการทำงานแก้เบื่อและเซ็งไปเรื่อยๆจนครบอายุในการเกษียณอายุงานในระหว่างนี้ ดีกว่าออกมาแล้วอยู่เฉยๆ  ช่วงแรกมันจะร็สึกดีสบาย แต่นานวันเข้ามันจะน่าเบื่อหน่าย เพราะไม่มีอะไรทำ หรืออย่างน้อยถ้าไม่อยากทำงานในระบบ  ก็ต้องหาอะไรทำก็ว่ากันไปครับ

       หวังว่า คห ผมเล็กๆน้อยๆน่าจะช่วยได้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 9
แนะนำถ้าไม่ต้องการให้เงินบำนาญลดลง ไม่ต้องส่งต่อ มาตรา 39 เพราะจะทำให้เงินเดือนเฉลียลดลง

ไปใช้บัตรทองแทน
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่