ชีวิตคู่ที่ต้องเผชิญหน้ากับ ลูกติดสามี และ แม่สามี

เราใช้ชีวิตอยุ่เมืองนอกมา 15 ปี เราทำงานหาเลี้ยงตัวเอง แต่ไม่ได้ประสบความสำเร็จใดๆมาเลย ล้มเหลวจากชีวิตคู่ และล้มเหลวทางการเงิน หมดไปความใจดีของตัวเอง เป็นความผิดพลาดที่แย่ที่สุดในชีวิต เราใช้ชีวิตโสดๆมาเกือบ 10 ปี  จากชีวิตที่เคยมีความเป็นตัวของตัวเอง อิสระ เสรี  แล้ววันนึงก็ทำให้เราเปลี่ยนชีวิตอีกครั้ง เราเปิดใจรับใครบางคนเข้ามา แถมเรือพ่วงมา2 ลำ เรารับรู้เรื่องนี้ตั้งแต่วันที่พูดคุยกัน เราตัดสินใจเร็วมากในการเปิดใจครั้งนี้ หลังจากปิดตายมา10 ปี (ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า เราเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากเราไม่ได้กล่าวนะคนรอบๆตัวเราบอกเราแบบนี้ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนใจร้อนแบบเราจะ มีความอดทนได้ )หลังจากนั้นเราตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย  เพื่อมาใช้ชีวิตครอบครัว เพราะเราอายุเกินหลักสี่มาละ อยากมีครอบครัวกับเค้าบ้าง
ปีแรกที่มาใช้ชีวิตที่นี่ เราต้องเผชิญหน้ากับ
1. อตีตแม่ของลูกสามี (เค้าเลิกกันเองก่อนที่จะที่เราเข้ามา ขอย้ำว่าเราไม่ใช่มือที่สาม แต่นางทำเสมือนว่าเราไปทำครอบครัวนางพัง คือนางเลิกกับสามีไปเป็นปีก่อนเราจะเข้ามา แต่เคยเลิกกันแบบนี้มาสี่ครั้งและก็กลับมาคืนดีกันทุกครั้ง มีครั้งนี้ที่เราเข้ามาเลยทำให้ผญ.คิดว่าถ้าไม่มีเราเค้าคงไม่จบกัน )ทุกครั้งที่เลิกกันสามีไปตามง้อ ขอคืนดี  เพราะสามีสงสารลูก และนางก็เข้าถูกทางเอาลูกเป็นตัวประกัน สามีต้องใช้เงินซื้อลูกกลับมา1 คน   ส่วนอีกคนนางยังยึดไว้ เพื่อเรียกร้องต่างๆนานา อยุ่เป็นปี  สุดท้ายนางคงหมดทางที่จะกลับมาได้ นางก็เอาลูกอีกคนมาให้ทางบ้านสามีเลี้ยง เพรระทางบ้านนางไม่สามารถเลี้ยงดูได้แต่ถึงเลี้ยงได้สามาีก้ไม่ยอมเพราะสามีเป็นคนรักลูกมากกกกกข้อย้ำคะว่ามากกกก แต่กว่าจะผ่านมาถึงวันนี้ได้เราเจอสงครามประสาททุกรูปแบบจากผญ.คนนี้ แต่เราเลือกที่จะไม่ตอบโต้ เพราะ คำนวณดูแล้วไม่มีค่าอะไรลย เสียเวลาและเสียสุขภาพจิตคะ จบไป1 คน
2. แม่สามี(ปัญหาโลกแตกแม่ผัวกะลูกสะใภ้ที่หาทางแก้ยากมาก) อันนี้ยาวนิดนึงนะคะ ปีแรกที่เข้ามาอยู่ ทุกอย่างเหมือนจะดี  แต่เหตุมันเกิดจากอะไรเราไม่รู้ เรารู้แต่เพียงว่าเราสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เลวร้ายขึ้นทุกๆวัน  (ขอเล่าย้อนนิดนึงถึงลุกสะใภ้คนเก่า เป็นคนขี้เกียจ แม่สามีทำให้ทุกอย่าง แม่กระทั่งเลี้ยงลูกให้ คือไม่ต้องทำอะไรเลยคะ ตื่นมาก็กินๆและนอน ออกไปช้อปไปร้านเสริมสวย อันนี่แม่สามีและญาติสามีเล่าให้ฟังนะคะ ) มาต่อคะก่อนมีการเปลี่ยนแปลง มีสาเหตุอันนึง จู่ๆแม่สามีก็กลับไปคุยกับลูกสะใภ้เก่า ซึ่งก่อนหน้าที่ลูกชายจะเลิกกันก็มีสาเหตุมาจากแม่สามีมีปัญหากับญาติของสะใภ้เก่า ด่ากันแบบตัดเป็นตัดตาย ไม่เผาผีแต่ก็กลับไปคุยกันดีเฉย รับปากเลี้ยงลูกให้เค้าด้วยนะคะ อะ เค้ากลับไปคุยกันเป็นเรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของเรา เลยไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าคงติดต่อกันเพราะเรื่องหลานๆ  หลังจากรับรู้ถึงสัญญานของความเปลี่ยนแปลง เราก็ได้ แต่ใช้ความอดทน ท่องในใจ ชีวิตนี่เราเลือกเอง เราต้องทน  เริ่มจาก ทำประชดประชันใส่เรา  ไม่ช่วยเราทำอะไรเลย รวมถึงการเลี้ยงหลาน เด็กจะกินจะ ขี้จะนอน ให้แต่เดินมาหาเรา ซึ่งบางเวลาเรานั้งทำงานอยู่ เราไม่สะดวก เราเลืกที่จะนิ่ง เลือกที่จะไม่สน ไม่ตอบโต้ ไม่อะไรเลยคะ ขอบอกก่อนเลยคะ เราไม่เคยมีลูก ไม่เคยเลี้ยงเด็ก และไม่เคยใช้ชีวิตในบ้านเกิน สองคนคะ แต่วันนี้เราต้องอยู่กับ สามี ลูกสอง แม่ 1 และญาติๆ( เรามีกิจการเล็กๆ ทำกันแบบครอบครัวคะ ) คือเราจะอธิบาย ยังไงดี เอาแบบพอเข้าใจละกันนะคะ เราทำทุกอย่างคะ ตั้งแต่งานบ้าน งานในร้าน แม่สามีทำแค่เรื่องส่วนตัวของเค้าและเรื่องอาหารที่เค้ากินกัน ซึ่งตรงนี่เราเข้าใจนะ แต่ จากที่แม่สามีเคยทำทุกอย่าง พอมาเจอเราไม่ทำอะไรเลยคะ แม้แต่จะช่วยเราเลี้ยงเด็ก ซึ่งนั่นคือหลานของเค้านะคะ (ขอเสริมนิดนึงคะ จะว่าไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ แม่สามีจะทำก้อต่อหน้าลูกชายเท่านั้นคะ คือต่อหน้าลูกและลับหลังลูกคนละคนคะ เราไม่ได้อคตินะคะ เราเจอกับตัว แต่ไม่เคยพูด จนพี่น้องเค้ามาเห็นเองและพูดกับเรา เราแอบดีใจที่อย่างน้อยเราก้ไม่ได้คิดอคติไปเอง  ) อ่ และเรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่างเราไม่เคนปริปากกับสามีเลย เพราะเราไม่ชอบเรื่องหยุมหยิม ชีวิตประจำวัน สามีจะออกไปพบลูกค้า แทบจะไม่ค่อยอยู่ร้าน เราจะอยู่ร้านเป็นหลัก เลยปะทะกับแม่สามีแทบจะทั้งวัน เวลากลางวันเราจะทำงานอยู่ชั้นล่าง แม่สามีก็จะนอดูทีวีอยู่ชั้นลอย  บางครั้งเรามีธุระต้องออกไปข้างนอกเราต้องปิดหน้าร้านไป เพราะแม่สามีไม่ช่วยคะ นอกจากสามีจะออกไปพร้อมกะเราและบอกให้แม่เค้าดูหน้าร้านเค้าถึงจะทำ เสริมอีกนิด ก่อนที่เราจะเข้ามาร้านนี้ไม่มีระเบียบในการจัดการเลย ไม่มีการทำบัญชีใช้จ่าย ไม่มีป้ายราคาสินค้า ไม่มีคนดูแลเงิน คือขายมาใช้ไป เงินอยู่ในลิ้นชัก จนเราเข้ามาจัดการ ซึ่งนี่อาจจะเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราเข้ากับแม่สามีไม่ได้  นิสัยส่วนตัวแม่สามีเที่เราเรียนรู้มา คือใช้เงินไม่คิด ได้มาเท่าไหร่หมด ชีวิตจนถึงทุกวันนี้แม่สามีไม่มีเงินเก็บในบัญชีสักบาท เพราะชอบเล่นหวย  จนทุกวันนี้เราไม่ให้เงินติดตัวนะคะ ขนาดให้เราไปตจว.วันเดียวให้เท่าไหร่หมดคะไม่พอมาดึงเงินทอนในลิ้นชักไปด้วยซื้อหวยคะ จะว่าเราใจดำก็เอาคะ เพราะถ้าเราปล่อยผ่านแบบที่ผ่านมามีแต่หมดกับหมดคะ อย่างที่บอกเราเคยล้มเหลวมาแล้วกับการใจดี เราต้องก็ต้องดูแลคะ เพราะวันที่เราตัดสินใจมาที่นี่ เราไม่ได้มาตัวเปล่า เราเอาเงินมาลงทุนร่วมด้วยจากที่จะเจ้ง เรามาฟื้นฟู บริหารจัดการใหม่คะ อันนี้เรามีสิทธิ์ที่จะทำ และแฟนเราให้เราทำตรงนี้ เราคือคนถือเงินทั้งหมดของบ้าน ทำบัญชีร้าน และจัดการคชจ.ทุกอย่าง ทุกคน ชี้แจงผ่านบัญร้าน กับสามี จนวันนึงที่ความอดทนเราหมด เราปะทะคารมกับแม่สามี ต่อหน้าสามี คือมันแบบว่าฟิวส์ขาดคะ เพราะทนมาเยอะ มันหลุดจริงๆวันนี้ เราต่อว่าค่อนข้างรุนแรง สามีตกใจเพราะไม่เคยเห็นเราเป็นแบบนี้เราต่อว่าแม่สามีจนร้องไห้ (ไม่รู้ดราม่าไหม) สามมาขอให้เราไปขอโทษ เราทำนะ เพื่อความสบายของสามี แต่แม่สามีเอาไเล่าให้พี่น้องฟังว่าเราจัดเต้มเค้า แต่เราก็บอกแล้วแต่ใครจะคิด อ่อเราจะสนิทกับน้องของแม่สามีอยู่คนนึง คุยกันได้ทุกเรื่อง ข่าวจากแม่สามีที่เอาเราไปว่าพูดในทางไม่ดี น้าคนนี้จะถามเราเสมอว่าเราไปทำแบบนั้นกะพี่สาวเค้าจริงไหม เราเลยให้เค้ามานั่งอยู่กับเราที่ร้าน ทุกวันเป็นเวลาเกือบเดือน จนเค้าได้รับรู้เองว่าอะไรคืออะไร จบไปกับเรื่องนร้ และเมื่อมันได้ปะทะคารมกันไปครั้งนึง มันก้จะมีภาคต่อมาเรื่อยๆคะ อ่อ อีกเรื่อง แม่สามีเป้นคนที่สำหรับเราถ้าให้มอง สกปรก และขี้เกียจนะคะ เราไม่ใช่คนสะอาด แต่เราก็มีระเบียบคะ แม่สามีไม่คิดจะออกไปซื้อห่าอะไรเองเลย เหตุผลขี้เกียจเดิน 7-11 โลตัส  อยู่ห่างจากร้าน 200 เมตร เดินไปไม่ได้คะ จะเอาไร สั่งๆๆๆๆ เราเคยทำให้ไงคะ แต่หลังๆมาเยอะกะเราบอกตรงๆไม่มีใจจะทำให้คะ และกินละนอนจนอ้วน นอนจนเส้นยึด อันนี้พูดจริงๆคะ  ถึงขนาดได้ตามหมอมานวดให้ และก็บ่นปวดขา แต่วันๆเดินไม่เกิน 100 เมตร คือเดินขึ้นลงมาที่ห้องครัวมาทำไรกินแล้วก็เดินขึ้นไปนอนดูทีวี และไอ้ห้องดูทีวีนี่ แม่สามีจะขนของกินขึ้นไป กินละก้จะกองๆๆๆไว่ตรงนั้น บางครั้งของกินเน่าอยู่บนนั้น  ไม่เคยช่วยทำความสะอาดเลย เราเคยปล่อยให้มันเน่าสุดๆจนเราทนไม่ไหว สุดท้ายก็ดเรานี่ละคะทำ  จนสามีออกปากให้แม่เค้าเดินบ้างเพราะกลัวขาจะรับน้ำหนักตัวไม่ไหว เวลาแม่สามีไม่พอใจจะกลับบ้านตจว.  ปีนี้มีปํญหากะเรากลับบ้านนอกบ่อย ปีนี้กลับบ้านไปสามรอบละ แต่ละรอบที่กลับไปใช้เงินไปไม่น้อย และจะใช้จ่ายอะไรไม่เคยถามลูกว่ามีไหม คิดอย่างเดียวจะใช้เท่านี้ๆๆสามีก้อพูดไรไม่ได้ก้แม่นี่คะ อันนี่เราเข้าใจ อ่อแม่เราค่อนข้ามีฐานะไม่เคยมาเบียดเบียนเราเลย และเราก็ไม่ค่อยได้คุยกับแม่เพราะเราไม่ค่อยสนิทกับแม่อยู่เมืองนอกยังอยู่คนละบ้านเลย ใช้ชีวิตแบบฝรั่งคะแม่เรากับเรา ขอเล่าเท่านี้นะคะ รายละเียดมันเยอะ เราขี้เกียจเล่า เล่าไปเหมือนเราจะดูเดียว
3. เด็กๆ เข้ากับเราได้ดี คนเล็กติดเรามาก คนดตแรกๆแอนตี้เรา เพราะแม่เค้าสั่งมา เราเข้าใจเด็กคะ (เพราะเราเคยผ่านชีวิตแบบนี้มาตอนเด็ก ๆพ่อแม่เลิกกันต่างไปมีครอบครัว เราอยู่กับยายแค่อายุ18 หลังขจากนั้นเราก็ไปใช้ชีวิตคนเดียว และโตมาด้วยการดูแลตัวเองจากเงินของแม่) แต่ประเด็นมันอยู่ที่ พ่อเด็กและย่าของเด็ก คือเราจะเลี้ยงเค้าแบบนึง พ่อก้อสอนแบบนึง ย่าก้แบบนึง เด็กที่สับสน แต่เวลาเกิดอะไรขึ้นมา เราคือคนที่แก้ปัญหาคะ เอาแค่ง่ายๆเลยนะคะ แค่เด็กจะกินข้าวสักมื้อ เราจะสอนเค้าให้กินเป็นเวลา และกินในสิ่งที่เราเตรียมไว้ให้ แต่เราจะถามเค้าก่อนเสมอว่าจะกินอะไร เพราะเราไม่ได้ว่างขนาดที่จะมาตามทำให้ยามที่เค้าต้องการ แต่ย่าเค้า ทำตรงข้ามกับเรา แล้วไอ้ที่เราฝึกเด็กมาละคะ เวลาย่าเค้าไม่อยู่เรานะคะที่เหนือยไม่ใช่ย่าเค้า
3.1 อ่อและประเด็นสำคัญและ มีครั้งนึงเราไปเที่ยว แบบส่วนตัวเรากับแฟนจ้างคนมาช่วยดูแลร้านและเด็กๆ อยู่ 7 วัน  ย่าเค้ามาต่อว่าเรา ประมาณ ว่า เค้าไม่ได้มาอยู่ฟรีกินฟรี เค้ามาเลี้ยงลูกให้พวกเรานะ โอ้....เราตกใจคะ ถามกลับไป ขอโทษนะคะ นี่ลูหนูเหรอคะ เราเป็นแม่เลี้ยงคะ เวลาจะดุด่าเรายังทำไม่ได้อ้างสิทธิ์ว่าเราคือแม่เลี้ยง แต่เวลาเลี้ยงดูมาบอกเราว่าลูกเรา อ้าวแล้วอีแม่มันที่คลอดออกมา ไม่เคยส่งเสียเสียเลี้ยงดู มีแต่โทรมาหาลูกอย่าเดียว เรามาช่วยทำงานหาเงิน แถมเลี้ยงลูกให้ เราผิดเหรอคะ ปีนึงเที่ยวครั้งนึง ลืมบอกไปเด็กๆนอนห้องเดียวกะเรา
4. สามี มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดี ขยันทำมาหากิน รักครอบครัว รักลูกมากกกกก  ข้อเสีย เวลาตัวเองผิดเงียบ แต่เราอย่าได้ผิดนะค .... และก้อเป็นคนพูดไม่รักษานำ้ใจกันเลย ทำอะไรไม่ค่อยจะแคร์ความรู้สึกเราเท่าไหร่  หลายต่อหลายครั้ง เค้าทำเหมือนเรามีหน้าที่ เลี้ยงดูเด็ก เป็นแม่บ้าน แต่ออกบ้าน เราไม่มีตัวตน หลังๆเราเลยเลือกที่จะอยู่บ้านกับเด็กๆมากกว่าที่ต้องออกไปวิ่งตามดูแลเด็กๆเวลาที่เค้าไปบ้านเพื่อนหรืองานสังคม.เราไม่เคยโทรตามสามีเลย ขอแค่บอกว่าจะไปไหน และกลับมาไม่เคยถามว่าไปไหนทำไรมา แม้บางครั้งจะมีการลงรูปของเพื่อนสามีทางเฟสว่าไปไหนกัน  มีสาวๆนั่งข้างๆด้วยนะคะ เราถือว่ามันคือเรื่องของจิตสำนึกของแต่ละคน  อ่อเราไม่รับสามีเป็นเพื่อนในเฟสคะ ขอพื้นที่ส่วนตัวบ้าง
5. ตัวเราเอง เราเป็นที่บ้างาน และชอบทำทุกอย่างด้วยตัวเอง สมัยอยู่เมืองนอกทำทุกอย่างคะ และเราดูแลตัวเองมาตั้งแต่เรียนมหาลัย ใช้ชีวิตคนเดียว เราเลยชินกับการทำอะไรๆด้วยตัวเอง ซึ่งตรงนี้แรกๆแฟนเรารับไม่ได้ เค้าจะมีอาการน้อยใจว่าแล้วจะมีเค้าทำไม เลยทำให้เราลดเรื่องตรงนี้ไปบ้าง คืออ่อนแอบ้าง อะไรที่หนักเกินไปเราก้จะใช้เค้าทำ และข้อเสียมากๆคือเราเป็นคนมีอะไรไม่พอใจ เราจะเลือกที่จะเงียบ ไม่พูด เพราะเราเคยพูดแล้วมันกลายเป็นเรื่องใหญ่ตั้งแต่นั้น เลยเลือกที่จะเงียบ แต่พอฟิวส์ขาดก็ระเบิดทีเดียว  เป็นเหมือนคนเก็บกด เก็บทุกอย่างไปร้องไห้คนเดียว หรือบางครั้งก็ระบายกับคนเพื่อนสนิท 
ที่เล่ามาทั้งหมดคือขอพื้นที่ระบายคะ ขอบคุณที่ช่วยรับฟัง ปัญหาของเรา ซึ่งมันน้ำเน่ามากอะ  อีกอย่าง ตั้งแต่มาอยู่เมืองไทย เพื่อนและสังคมที่เคยมีก็หายไปหมดเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่