สวัสดีครับห่างหายไปนานกับการหัดถ่ายภาพ เนื่องจากมัววุ่นๆกับอะไรหลายอย่าง พอดีเวลามีโอกาสไปยังสถานที่ต่างๆ ผมจะหัดถ่ายภาพ และ บันทึกการท่องเที่ยวไว้อ่านเล่น เหมือนเป็นไดอารี่การท่องเที่ยวอะไรประมาณนั้น จังหวะวันนี้ว่างเลยขออนุญาตเอาทริปล่าสุดมาฝากครับ
อรุณสวัสดิ์วันที่เจ็ดพฤศจิกาฯครับ วันนี้ผมกับเนวิฯ มีแพลนว่าเราจะเดินทางไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนกัน และ งานแต่งงานทริปนี้ ก็เป็นงานที่น่าสนใจมากทีเดียว เพราะแต่งกันที่โซนเมืองหมอก ในฤดูล่าหมอกด้วยยย!!เราก็เลยจัดเตรียมของกันตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อที่เช้านี้จะได้เดินทาง"ไปทำงาน" *0*ใช่ครับฟังไม่ผิดพวกเราต้องไปทำงานT T แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าเราเตรียมตัวไว้ก่อนดีกว่าไม่เตรียม จริงไหมครับ ^ ^
วันนี้ผมตื่นไปทำงานเช้ากว่าปกติ เพื่อให้ตอนเย็นๆเลิกงานมาจะได้ง่วงๆ และ กลับมาบ้านจะได้หลับไปเลย พอถึงเวลาเดินทางกลางคืนจะได้มีพลังงานในการเดินทางเต็มที่
หลังจากลุยงานมาทั้งวัน เวลาที่รอคอยก็มาถึงจนได้ นั่นก็คืออออ!!! "เวลาเลิกงาน" ครับ เมื่อถึงเวลาผมไม่รอช้า และ ไม่รอทำโอเวอร์ไทม์ใดใดทั้งสิ้น ผมมุ่งหน้ากลับบ้านทันทีเพื่องีบหลับให้เต็มที่ ถึงแม้จะมีภาระกิจเล็กๆที่ผมต้องไปทำก่อน 18:00 น. ก็ตาม

แต่ก็เป็นไปตามคาด ผมไม่ได้นอนตามเคยครับ555+ เนื่องจากภาระกิจยิ่งกว่าฟิชโช่
หลังจากเสร็จสิ้นนานาภาระกิจ เนวิฯผมก็เลิกงานกลับมาพอดี เราสองคนไม่รอช้าเก็บผ้าเก็บผ่อน หยิบๆๆสัมภาระเดินทางกันเลย
เราออกเดินทางจากระยองเวลา 20:40น. จุดพักเป้าหมายแรก(ที่ไม่ได้แพลนไว้)ของเราคือ ปั้ม ปตท.บางปะอินเวลา23.15น. ถือว่าทำเวลาได้ดีครับ แต่จะทำใบสั่งออนไลน์มาด้วยหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ ^^'
เราเดินหาของกินแก้ง่วงระหว่างขับรถ และ ใช้เวลานี้พักรถไปด้วยซัก 15 นาที เพื่อไม่ให้รถเราทำงานหนักมากเกินไปนัก เพราะหากไม่พักเลยเรากลัวว่าไม่นาน อะไหล่ หรือ ชิ้นส่วนบางชิ้นจะลาออกจากเราก่อนเวลาอันควรเสียดื้อๆ
หลังพักรถ พักคน เป็นที่เรียบร้อยดีแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางกันต่อเพราะว่าคืนนี้ยังอีกยาวไกล. . .
แต่หลังจากขับไปได้ซักพักผมก็ตัดสินใจเปลี่นแผนกลางทางก่อนถึงตัวเมืองนครสวรรค์ เนื่องจากขณะนั้นเวลาเกือบตี 1 แล้ว จากการคำนวณจะราวๆ 6 โมงถึงลำปาง และ เท่าที่จำได้คร่าวๆถนนช่วง จังหวัดตากขึ้นไป ทางค่อนข้างมืดและอันตราย เลยกลัวว่าจะไปง่วงเอาช่วงแถวนั้นพอดี เราจึงตกลงกันว่าจะแวะพักที่ พี เอ ธานี(ที่เคยมานอนตอนมานครสวรรค์) จริงๆถ้าลุยๆเอาหน่อยก็ไหวเพราะผมเองก็ยังไม่ได้ง่วงเลยด้วยซ้ำ แต่อย่างว่าแหละครับ ช้าแต่ชัวร์ดีกว่า เรามีเวลาว่างสำหรับความปลอดภัยเสมอ
และ อีกอย่างเรามีเมนูเด็ดไว้คอยท่าตอนเช้าเสียด้วย
เราใช้เวลานอนพักผ่อนเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนจะลุกขึ้นมาทักทายเช้าวันใหม่ของวันที่แปดพฤศจิกาฯ วันที่เสียงปลุกของนาฬิกาทำหน้าที่ของมันเหมือนเดิม เพียงแต่เป้าหมายของวันนี้เปลี่ยนไป ก็เลยทำให้สังเกตุเห็นได้ว่า เสียงนาฬิกาเรือนเดิม แต่เมื่อวิธีคิดมันเปลี่ยน ความรู้สึก. . .มันกลับรู้สึกแตกต่างจากทุกวันขึ้นมาได้ มันเหมือนเน้นย้ำว่าแค่เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตก็เปลี่ยนแล้วจริงๆ
อีกอย่างวันนี้เราลุกขึ้นมาจากที่นอนด้วยความสุขจากการเดินทางได้ท่องเที่ยว ได้เก็บเกี่ยวภาพความสุขจากสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างที่ไม่สามารถพบได้ในวันทำงานปกติ ที่ต้องแย่งชิงแข่งขันจนบางครั้งผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เราใช้พลังงาน และ เวลาทั้งหมดของชีวิต ลุกขึ้นมาทำเพื่อคนอื่น ใส่ใจคนอื่น จนลืมฟังเสียงของใจตัวเองว่าความสุขแท้ๆจริงๆแล้ว มันอยู่ที่เรามีเงินทองมากมายแต่ให้เวลากับชีวิตไม่ได้ หรือมีเวลามากมายแต่ไม่มีเงินเติมเต็มตวามสุขกันแน่? 555 ผมล้อเล่น จริงๆแล้วมันไม่ใช่ทั้งสองอย่างแหละครับ มันคือตรงกลางของความพอดีต่างหาก ผมว่าความสุขมันก็คือความที่ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไปเท่านั้นเองแหละครับ
หลังจากนอนหลับพักผ่อนกันอย่างพอดี และ นี่ก็คือ "เมนูเด็ด" และ "เหตุผล" ต่างๆนาๆ ที่เราเลือกพักที่ตัวเมืองนครสวรรค์แห่งนี้ครับ!! ใช่ครับมันคือข้าวเหนียวหมูทอดแต่มันไม่ใช่ไก่ทอดหรือหมูทอดธรรมดา แต่มันคือ "ไก่ทอดหมูทอดพริกแห้งแม่เฉลียว" ที่ถ้าใครได้ลองครั้งเดียวรับลองต้องติดใจแน่นอน!!! เมนูนี้เราได้ลองตอนมาเที่ยวนครสวรรค์รอบล่าสุด ทำให้เราติดใจและต้องมาซ้ำ

เสร็จสรรพจากการซื้อหมูทอดที่แสนอร่อย ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ กาแฟยามแสงแรกของอรุณครับ อย่างที่บอกผมชอบเวลาที่แสงตะวันค่อยๆขึ้นจากขอบฟ้าในวันที่เราไม่ต้องวิ่งแข่งกับเวลาเหมือนปกติทั่วไป หากวันไหนว่างๆการลองนั่งนิ่งๆมองทุกสิ่งอย่างมันเป็นไปในแบบที่มันควรจะเป็นก็คือความสุขทางใจอย่างนึงเหมือนกันนะครับผมว่า เพราะจริงๆแล้วก็อย่างที่ผมเคยบอกนั่นแหละ ว่าความสุขเล็กๆของการมอง ก็คือมองไปแล้วไม่เห็นความทุกข์เท่านั้นเอง
นั่งโม้ จิบกาแฟ หย่อนเวลาทิ้งได้ที่ เราออกเดินทางกันต่อเพื่อมุ่งหน้าเข้าจังหวัดลำปางดีกว่าครับ เราออกจากปั้มบางจากเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ประมาณ 7:30น. อ่านป้ายกำแพงฯ ตาก ลำปาง ไล่ไปเรื่อยๆตามลำดับ จนมาถึงพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เวลา 12:21น. ณ จังหวัดลำปาง รวมเวลาทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง 51 นาที(จากถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์) เราเลี้ยวเข้ามาสักการะบูชา และ ขอพรพระสมเด็จพระนเรศวร ให้การเดินทางตลอดทริปของเรา เดินทางโดยสวัสดิภาพ สำหรับ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น กองทัพภาคที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมกับข้าราชการ พ่อค้า และ ประชาชนชาวจังหวัดลำปางได้ริเริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้นในปี 2535 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ(ปัจจุบัน คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)ในวโรกาสพระชนมายุครบ 5 รอบ และ ยังเพื่อเทิดพระเกียรติ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกอบกู้เอกราชของพวกเราชาวไทยอีกด้วย

ส่วนประวัติความเป็นมาว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเกี่ยวข้องกับเมืองลำปางอย่างไรนั้น จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์การเดินทัพของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น พบว่ามีหลักฐานบันทึกภายหลังที่พระองค์เสด็จสวรรคต ณ เมืองหาง สมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชา ได้เคลื่อนย้ายทัพพร้อมพระบรมศพของพระองค์ จากเมืองหาง สู่เมืองหริภุญชัย หลังจากนั้นได้เดินทัพข้ามเทือกเขาขุนตาลแล้วพักทัพ ณ กลางป่าที่ห้างฉัตร ได้มีการทำเครื่องหมายพักทัพ ด้วยการสร้างเจดีย์ขนาดเล็ก ขึ้น 1 แห่ง อันเป็นจุดที่ตั้งพระบรมศพ (อยู่ในศูนย์อนุรักษ์ข้างไทย) ต่อมาได้เดินทัพไป เกาะคา และพักทัพที่เมืองลัมภกัปปะ (เวียงพระธาตุลำปางหลวง) ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ก่อนจะเคลื่อนทัพไปสบปราบ ทุ่งเสลี่ยม เมืองสุโขทัย และ กลับสู่กรุงศรีอยุธยา
กราบไหว้สักการะขอพร และ เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองลำปางพอหอมปากหอมคอ เราก็เริ่มเดินทางกันต่ออีก 30 นาทีก็มาถึงห้องพักที่คู่บ่าวสาวตระเตรียมไว้ให้ อันนี้ต้องกราบขอบพระคุณเลยเพราะเท่าที่ได้ข้อมูลมาทางคู่บ่าวสาวค่อนข้างคิดเยอะพอสมควรกับสถานที่พัก อันนี้ขอบคุณจริงๆครับ ทั้งคู่เลือกที่City Ratsadaไว้ให้แขกที่มาร่วมงานเข้าพัก
สถานที่จอดรถเหมือนจะไม่เพียงพอแต่เอาจริงๆสามารถจอดริมถนนไปทางด้านข้างได้ และ ค่อนข้างสะดวกในการเดินทางไปจุดต่างๆ เช่น
กาดกองต้า ร้านข้าวต้มขึ้นชื่ออะไรประมาณนี้ครับ
ภายในห้องสะดวกสบายเหมาะสมกับพื้นที่ และ ที่สำคัญบริการดีมาก อันนี้ขอชื่นชมครับ ขนาดเราไปก่อนเวลาที่ห้องจะดำเนินการทำความสะอาดเสร็จ แต่ทางที่พักแก้ปัญหาได้เฉียบอันนี้ซื้อใจทางเราไปเลยครับ
ทางที่พักมีจักรยานให้ยืมด้วยนะครับหากอยากปั่นไปไหน ติดต่อขอยืมที่เคาน์เตอร์ได้เลย อย่างที่บอกที่นี่บริการดีน่ารัก และ ใช้น้ำเสียงที่อบอุ่นมากไม่เหวี่ยงลูกค้าแน่นอนครับ

เก็บข้าวของสัมภาระเป็นที่เรียบร้อย เราก็จะนอนพักผ่อน. . .ได้ลงจริงๆเหรอ? มาถึงที่นี่แล้วทั้งที ต้องออกไปเดิมชม ชิม ช็อป ใช้สิครับ อ่าาาาอันนี้ลุงไม่ได้ช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวงานนี้นะครับอย่าเข้าใจผิดอย่างที่บอกครับจากที่พักใกล้นิดเดียวกับกาดกองต้าเราเดินวนเวียนๆ เพื่อหาชิมอะไรย่านๆนี้เดี๋ยวจะหาว่าเรามาไม่ถึง
ถึงแม้บางครั้ง เมื่อมาถึงแล้วเราอาจจะแอบรู้สึกเสียดายไปบ้าง ว่าไม่น่ามาถึงเลยก็ตาม. . .
แต่ก็ช่างมันเถอะครับ อย่าไปเครียด 555+ เรามาท่องเที่ยวเพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศ และ ความสุขกับสิ่งต่างๆรอบตัว แล้วอีกอย่าง ความเครียดมันไม่ใช่ของสะสม ไม่ต้องหมักหมมก็ได้
พักผ่อนจิบชิมรสชาติจนอิ่มหนำสำราญ แล้ว เราไปกันต่อที่บ้านเจ้าบ่าวเจ้าสาวกันเลยยย
ปล.ขออนุญาตเจ้าของภาพที่อยู่ในภาพด้วยนะค้าบบบบ
เนื่องจากวันนี้ยังไม่ถึงวันงาน(ช่วงจัดเตรียม)บ่าวสาวจึงมัวยุ่งๆเราสองคนเลยแค่แวะมาทักทายก่อนจะกลับมาพักผ่อนซักงีบที่ห้องพัก และ มีแพลนว่าจะไปลองชิมทีเด็ดของที่นี่ ที่ที่ว่าเด็ดทั้งรีวิว เด็ดทั้งคำแนะนำ เด็ดทั้งเสียงปากต่อปากคนแถวๆนี้เลยก็ว่าได้
เดี๋ยวขอหลับซักงีบแล้วเราไปลองกันครับ

งีบกันไปพักใหญ่ๆ หลังจากตื่นขึ้นมาอาการหิวก็เริ่มแทรกซึม เราจึงไปทดลองตามคำแนะนำครับ ร้านนี้มีชื่อว่า "ข้าวต้มอร่อยบาทเดียว" ผมว่าที่ว่าเด็ดอาจเป็นเรื่องราคามากกว่านะครับ รสชาติสำหรับผมถ้าเต็ม10 ผมให้ 4 แต่ราคานี่ถูกแบบน่าตกใจเลยทีเดียว หรือวันที่เราไปลองแผนกครัวอาจกำลังอารมณ์ไม่ดีอันนี้ก็ไม่ทราบนะค้าบบบบ ^^' รับประทานอาหารค่ำเรียบร้อยก็ต้องเตรียมตัวเข้านอนแล้วหล่ะครับ เพราะงานสำหรับวันพรุ่งนี้(9/11/19)นั้นงานเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้าเลย
เช้าวันที่ 9 เราตื่นตั้งแต่เช้าตรู่แต่จริงๆก็เกือบสายเหมือนกัน ไปถึงบ้านงานครอบครัวบ่าวสาวต้อนรับอบอุ่น อาหารการกินถือว่าเต็มที่หล่ะครับ นั่งรับประทานอาหารได้ซักพักพิธีการต่างๆก็เริ่มขึ้น ผมและเนวิฯ เข้าไปรอผูกข้อมือให้บ่าวสาว ผมสังเกตุเห็นการผูกข้อมือ ตามประเพณีเขาจะใช้สายสิญจน์พันเข้ากับข้อมือของทั้งฝ่ายหญิง และ ฝ่ายชายติดเข้าด้วยกันเลย ผมว่ามันก็คงเหมือนย้ำเตือนกันว่า ข้อมือเปรียบเหมือนกับชีวิตของทั้งสองคนที่กำลังจะผูกติดกันด้วยความรักก็คือสายสิญจน์นั้นแหละครับ แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือ ถ้าผูกหลวมเกินไปมันก็จะหลุด ถ้าผูกแน่นเกินไป มันก็จะอึดอัดทั้งสองฝ่าย และ ยิ่งไปกว่านั้นสายสิญจน์แต่ละเส้น แต่ละเส้นที่บรรจงผูกลงไปด้วยความปรารถนาดีนั้นถูกผูกโดยคนสนิทต่างๆมากมาย ก็เหมือนการที่เราไปปรึกษาและขอคำแนะนำเรื่องชีวิตคู่ของเรากับคนเหล่านั้น เขาปรารถนาดีทุกคนนะครับแต่ขณะที่เขาให้คำแนะนำก็เหมือนที่เขากำลังบรรจงผูก เขาไม่ทราบหรอกครับว่านั่นหลวมไปหรือแน่นไป มีแต่คู่ของเราเท่านั้นแหละครับที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร จริงไหมครับ?
"ตลุยเขลางค์นคร ตะลอนงานวิวาห์ ตะวันลับฟ้าที่นครพิงค์"
อรุณสวัสดิ์วันที่เจ็ดพฤศจิกาฯครับ วันนี้ผมกับเนวิฯ มีแพลนว่าเราจะเดินทางไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนกัน และ งานแต่งงานทริปนี้ ก็เป็นงานที่น่าสนใจมากทีเดียว เพราะแต่งกันที่โซนเมืองหมอก ในฤดูล่าหมอกด้วยยย!!เราก็เลยจัดเตรียมของกันตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อที่เช้านี้จะได้เดินทาง"ไปทำงาน" *0*ใช่ครับฟังไม่ผิดพวกเราต้องไปทำงานT T แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าเราเตรียมตัวไว้ก่อนดีกว่าไม่เตรียม จริงไหมครับ ^ ^
วันนี้ผมตื่นไปทำงานเช้ากว่าปกติ เพื่อให้ตอนเย็นๆเลิกงานมาจะได้ง่วงๆ และ กลับมาบ้านจะได้หลับไปเลย พอถึงเวลาเดินทางกลางคืนจะได้มีพลังงานในการเดินทางเต็มที่
หลังจากลุยงานมาทั้งวัน เวลาที่รอคอยก็มาถึงจนได้ นั่นก็คืออออ!!! "เวลาเลิกงาน" ครับ เมื่อถึงเวลาผมไม่รอช้า และ ไม่รอทำโอเวอร์ไทม์ใดใดทั้งสิ้น ผมมุ่งหน้ากลับบ้านทันทีเพื่องีบหลับให้เต็มที่ ถึงแม้จะมีภาระกิจเล็กๆที่ผมต้องไปทำก่อน 18:00 น. ก็ตาม
หลังจากเสร็จสิ้นนานาภาระกิจ เนวิฯผมก็เลิกงานกลับมาพอดี เราสองคนไม่รอช้าเก็บผ้าเก็บผ่อน หยิบๆๆสัมภาระเดินทางกันเลย
เราออกเดินทางจากระยองเวลา 20:40น. จุดพักเป้าหมายแรก(ที่ไม่ได้แพลนไว้)ของเราคือ ปั้ม ปตท.บางปะอินเวลา23.15น. ถือว่าทำเวลาได้ดีครับ แต่จะทำใบสั่งออนไลน์มาด้วยหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ ^^'
เราเดินหาของกินแก้ง่วงระหว่างขับรถ และ ใช้เวลานี้พักรถไปด้วยซัก 15 นาที เพื่อไม่ให้รถเราทำงานหนักมากเกินไปนัก เพราะหากไม่พักเลยเรากลัวว่าไม่นาน อะไหล่ หรือ ชิ้นส่วนบางชิ้นจะลาออกจากเราก่อนเวลาอันควรเสียดื้อๆ
หลังพักรถ พักคน เป็นที่เรียบร้อยดีแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางกันต่อเพราะว่าคืนนี้ยังอีกยาวไกล. . .
แต่หลังจากขับไปได้ซักพักผมก็ตัดสินใจเปลี่นแผนกลางทางก่อนถึงตัวเมืองนครสวรรค์ เนื่องจากขณะนั้นเวลาเกือบตี 1 แล้ว จากการคำนวณจะราวๆ 6 โมงถึงลำปาง และ เท่าที่จำได้คร่าวๆถนนช่วง จังหวัดตากขึ้นไป ทางค่อนข้างมืดและอันตราย เลยกลัวว่าจะไปง่วงเอาช่วงแถวนั้นพอดี เราจึงตกลงกันว่าจะแวะพักที่ พี เอ ธานี(ที่เคยมานอนตอนมานครสวรรค์) จริงๆถ้าลุยๆเอาหน่อยก็ไหวเพราะผมเองก็ยังไม่ได้ง่วงเลยด้วยซ้ำ แต่อย่างว่าแหละครับ ช้าแต่ชัวร์ดีกว่า เรามีเวลาว่างสำหรับความปลอดภัยเสมอ
และ อีกอย่างเรามีเมนูเด็ดไว้คอยท่าตอนเช้าเสียด้วย
เราใช้เวลานอนพักผ่อนเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนจะลุกขึ้นมาทักทายเช้าวันใหม่ของวันที่แปดพฤศจิกาฯ วันที่เสียงปลุกของนาฬิกาทำหน้าที่ของมันเหมือนเดิม เพียงแต่เป้าหมายของวันนี้เปลี่ยนไป ก็เลยทำให้สังเกตุเห็นได้ว่า เสียงนาฬิกาเรือนเดิม แต่เมื่อวิธีคิดมันเปลี่ยน ความรู้สึก. . .มันกลับรู้สึกแตกต่างจากทุกวันขึ้นมาได้ มันเหมือนเน้นย้ำว่าแค่เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตก็เปลี่ยนแล้วจริงๆ
อีกอย่างวันนี้เราลุกขึ้นมาจากที่นอนด้วยความสุขจากการเดินทางได้ท่องเที่ยว ได้เก็บเกี่ยวภาพความสุขจากสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างที่ไม่สามารถพบได้ในวันทำงานปกติ ที่ต้องแย่งชิงแข่งขันจนบางครั้งผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เราใช้พลังงาน และ เวลาทั้งหมดของชีวิต ลุกขึ้นมาทำเพื่อคนอื่น ใส่ใจคนอื่น จนลืมฟังเสียงของใจตัวเองว่าความสุขแท้ๆจริงๆแล้ว มันอยู่ที่เรามีเงินทองมากมายแต่ให้เวลากับชีวิตไม่ได้ หรือมีเวลามากมายแต่ไม่มีเงินเติมเต็มตวามสุขกันแน่? 555 ผมล้อเล่น จริงๆแล้วมันไม่ใช่ทั้งสองอย่างแหละครับ มันคือตรงกลางของความพอดีต่างหาก ผมว่าความสุขมันก็คือความที่ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไปเท่านั้นเองแหละครับ
หลังจากนอนหลับพักผ่อนกันอย่างพอดี และ นี่ก็คือ "เมนูเด็ด" และ "เหตุผล" ต่างๆนาๆ ที่เราเลือกพักที่ตัวเมืองนครสวรรค์แห่งนี้ครับ!! ใช่ครับมันคือข้าวเหนียวหมูทอดแต่มันไม่ใช่ไก่ทอดหรือหมูทอดธรรมดา แต่มันคือ "ไก่ทอดหมูทอดพริกแห้งแม่เฉลียว" ที่ถ้าใครได้ลองครั้งเดียวรับลองต้องติดใจแน่นอน!!! เมนูนี้เราได้ลองตอนมาเที่ยวนครสวรรค์รอบล่าสุด ทำให้เราติดใจและต้องมาซ้ำ
นั่งโม้ จิบกาแฟ หย่อนเวลาทิ้งได้ที่ เราออกเดินทางกันต่อเพื่อมุ่งหน้าเข้าจังหวัดลำปางดีกว่าครับ เราออกจากปั้มบางจากเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ประมาณ 7:30น. อ่านป้ายกำแพงฯ ตาก ลำปาง ไล่ไปเรื่อยๆตามลำดับ จนมาถึงพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เวลา 12:21น. ณ จังหวัดลำปาง รวมเวลาทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง 51 นาที(จากถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์) เราเลี้ยวเข้ามาสักการะบูชา และ ขอพรพระสมเด็จพระนเรศวร ให้การเดินทางตลอดทริปของเรา เดินทางโดยสวัสดิภาพ สำหรับ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น กองทัพภาคที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมกับข้าราชการ พ่อค้า และ ประชาชนชาวจังหวัดลำปางได้ริเริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้นในปี 2535 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ(ปัจจุบัน คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)ในวโรกาสพระชนมายุครบ 5 รอบ และ ยังเพื่อเทิดพระเกียรติ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกอบกู้เอกราชของพวกเราชาวไทยอีกด้วย
กราบไหว้สักการะขอพร และ เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองลำปางพอหอมปากหอมคอ เราก็เริ่มเดินทางกันต่ออีก 30 นาทีก็มาถึงห้องพักที่คู่บ่าวสาวตระเตรียมไว้ให้ อันนี้ต้องกราบขอบพระคุณเลยเพราะเท่าที่ได้ข้อมูลมาทางคู่บ่าวสาวค่อนข้างคิดเยอะพอสมควรกับสถานที่พัก อันนี้ขอบคุณจริงๆครับ ทั้งคู่เลือกที่City Ratsadaไว้ให้แขกที่มาร่วมงานเข้าพัก
สถานที่จอดรถเหมือนจะไม่เพียงพอแต่เอาจริงๆสามารถจอดริมถนนไปทางด้านข้างได้ และ ค่อนข้างสะดวกในการเดินทางไปจุดต่างๆ เช่น
กาดกองต้า ร้านข้าวต้มขึ้นชื่ออะไรประมาณนี้ครับ
ภายในห้องสะดวกสบายเหมาะสมกับพื้นที่ และ ที่สำคัญบริการดีมาก อันนี้ขอชื่นชมครับ ขนาดเราไปก่อนเวลาที่ห้องจะดำเนินการทำความสะอาดเสร็จ แต่ทางที่พักแก้ปัญหาได้เฉียบอันนี้ซื้อใจทางเราไปเลยครับ
ทางที่พักมีจักรยานให้ยืมด้วยนะครับหากอยากปั่นไปไหน ติดต่อขอยืมที่เคาน์เตอร์ได้เลย อย่างที่บอกที่นี่บริการดีน่ารัก และ ใช้น้ำเสียงที่อบอุ่นมากไม่เหวี่ยงลูกค้าแน่นอนครับ
ถึงแม้บางครั้ง เมื่อมาถึงแล้วเราอาจจะแอบรู้สึกเสียดายไปบ้าง ว่าไม่น่ามาถึงเลยก็ตาม. . .
แต่ก็ช่างมันเถอะครับ อย่าไปเครียด 555+ เรามาท่องเที่ยวเพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศ และ ความสุขกับสิ่งต่างๆรอบตัว แล้วอีกอย่าง ความเครียดมันไม่ใช่ของสะสม ไม่ต้องหมักหมมก็ได้
พักผ่อนจิบชิมรสชาติจนอิ่มหนำสำราญ แล้ว เราไปกันต่อที่บ้านเจ้าบ่าวเจ้าสาวกันเลยยย
ปล.ขออนุญาตเจ้าของภาพที่อยู่ในภาพด้วยนะค้าบบบบ
เนื่องจากวันนี้ยังไม่ถึงวันงาน(ช่วงจัดเตรียม)บ่าวสาวจึงมัวยุ่งๆเราสองคนเลยแค่แวะมาทักทายก่อนจะกลับมาพักผ่อนซักงีบที่ห้องพัก และ มีแพลนว่าจะไปลองชิมทีเด็ดของที่นี่ ที่ที่ว่าเด็ดทั้งรีวิว เด็ดทั้งคำแนะนำ เด็ดทั้งเสียงปากต่อปากคนแถวๆนี้เลยก็ว่าได้
เดี๋ยวขอหลับซักงีบแล้วเราไปลองกันครับ
เช้าวันที่ 9 เราตื่นตั้งแต่เช้าตรู่แต่จริงๆก็เกือบสายเหมือนกัน ไปถึงบ้านงานครอบครัวบ่าวสาวต้อนรับอบอุ่น อาหารการกินถือว่าเต็มที่หล่ะครับ นั่งรับประทานอาหารได้ซักพักพิธีการต่างๆก็เริ่มขึ้น ผมและเนวิฯ เข้าไปรอผูกข้อมือให้บ่าวสาว ผมสังเกตุเห็นการผูกข้อมือ ตามประเพณีเขาจะใช้สายสิญจน์พันเข้ากับข้อมือของทั้งฝ่ายหญิง และ ฝ่ายชายติดเข้าด้วยกันเลย ผมว่ามันก็คงเหมือนย้ำเตือนกันว่า ข้อมือเปรียบเหมือนกับชีวิตของทั้งสองคนที่กำลังจะผูกติดกันด้วยความรักก็คือสายสิญจน์นั้นแหละครับ แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือ ถ้าผูกหลวมเกินไปมันก็จะหลุด ถ้าผูกแน่นเกินไป มันก็จะอึดอัดทั้งสองฝ่าย และ ยิ่งไปกว่านั้นสายสิญจน์แต่ละเส้น แต่ละเส้นที่บรรจงผูกลงไปด้วยความปรารถนาดีนั้นถูกผูกโดยคนสนิทต่างๆมากมาย ก็เหมือนการที่เราไปปรึกษาและขอคำแนะนำเรื่องชีวิตคู่ของเรากับคนเหล่านั้น เขาปรารถนาดีทุกคนนะครับแต่ขณะที่เขาให้คำแนะนำก็เหมือนที่เขากำลังบรรจงผูก เขาไม่ทราบหรอกครับว่านั่นหลวมไปหรือแน่นไป มีแต่คู่ของเราเท่านั้นแหละครับที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร จริงไหมครับ?