❤️🙏 ๑๘ มกราคม ๒๕๖๙ 🙏❤️
วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
วันยุทธหัตถี และวันกองทัพไทย
❤️ วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ
วันกองทัพไทย กำหนดขึ้นตามวาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี และมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาอย่างสมพระเกียรติ โดยถือเอาวันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปี ตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของบูรพกษัตริย์ นักรบผู้ยิ่งใหญ่ และกล้าหาญ เทิดทูนพระเกียรติยศให้ปรากฏ ในพระวีรกรรมที่ทรงมีต่อพสกนิกร ปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกมาจนถึงทุกวันนี้
คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ผู้จัด ศิลปินนักแสดง บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนวันสำคัญของชาติไทย
#วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
#วันกองทัพไทย
#ดูทีวีกด33ดูออนไลน์ที่3Plus
🔴 ๑๘ มกราคม ของทุกปี วันกองทัพไทย
เป็นวันที่ระลึกในวาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่า นับเป็นยุทธหัตถีทางบกครั้งยิ่งใหญ่ ชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำมาซึ่งเอกราชของประเทศอย่างสมบูรณ์ และได้รับการยกย่องสรรเสริญทั่วไปทั้งทวีปเอเชีย และทวีปยุโรป เป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย เป็นวันที่คนไทยพึงตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งยังเกิดความรักและหวงแหนที่ต้องปกป้องบ้านเมือง และร่วมกันสืบทอดเจตนารมณ์ของพระองค์ท่าน เพื่อรักษาแผ่นดินนี้ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยสืบไป
📌 เกร็ดความรู้
สงครามยุทธหัตถีในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๑๓๕ ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทราบข่าวจึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่าย ซึ่งระหว่างที่การรบกำลังดำเนินอยู่นั้น ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ก็ได้ไล่ล่าศัตรูไปจนออกนอกเขตแดน จนทำให้ทั้งสองพระองค์ตกไปอยู่ในวงล้อมของศัตรูโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้จะอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ พระองค์ก็มีพระสติ ไม่หวั่นไหว และทรงแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ว่าทางที่จะรอดได้มีเพียงทางเดียวเท่านั้น คือเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทำยุทธหัตถี ในท้ายที่สุดพระองค์ก็สามารถกระทำยุทธหัตถีได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีกองทัพใดกล้ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกเลย ทำให้ในสมัยนั้นไทยได้ขยายอาณาเขตไปอย่างกว้างขวางกว่าสมัยใดๆ
ซึ่งการทำยุทธหัตถีในครั้งนั้นถือว่าเป็นการทำยุทธหัตถีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย และยังเป็นการรบบนบกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกด้วย เมื่อเสร็จสงครามยุทธหัตถีแล้ว สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โปรดให้สร้างสถูปเป็นอนุสรณ์ไว้ที่ทุ่งหนองสาหร่าย ตำบลตระพังตรุ ตรงกับที่ทรงทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา เรียกกันว่า
“เจดีย์ยุทธหัตถี”
ในการนี้ กองทัพไทยจึงถือเอาวันที่พระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชา เป็น
“วันกองทัพไทย” เรียกกันอีกอย่างว่า
“วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” หรือ
“วันยุทธหัตถี” เป็นวันรัฐพิธี แต่ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ ทั้งนี้ แต่เดิมมีการระบุว่า วันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชานั้น ตรงกับวันที่ ๒๕ มกราคม ต่อมามีการคำนวณวันใหม่ จึงกำหนดให้วันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปี เป็น
“วันยุทธหัตถี” และเป็นวันรัฐพิธีแทนวันที่ ๒๕ มกราคม โดยให้มีการวางพานพุ่มสักการะ แต่ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการเช่นกัน
การที่มีการเปลี่ยนแปลงวันทั้งสองนั้น เนื่องจากเป็นการนับวันทางสุริยคติ ซึ่งคนปัจจุบันจะสามารถจำได้ง่ายมากกว่า และมีความเหมาะสมกว่า อีกทั้ง นายประเสริฐ ณ นคร ราชบัณฑิต ก็ได้คำนวณแล้ว พบว่าการนับวันทางจันทรคติของวันกระทำยุทธหัตถีเดิมที่ตรงกับวันจันทร์ เดือน ๒ แรม ๒ ค่ำ จุลศักราช ๙๕๔ ที่กำหนดเป็นวันที่ ๒๕ มกราคม นั้น คลาดเคลื่อน จึงได้มีการเปลี่ยนใหม่ให้ตรงกับความเป็นจริง คือ เป็นวันที่ ๑๘ มกราคม ดังกล่าว ดังนั้น วันที่ ๑๘ มกราคม จึงถือเป็น
“วันยุทธหัตถี” หรือ
“วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”
รัฐบาลได้ตระหนักถึงพระวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีต่อประเทศชาติ เพื่อเทิดทูนพระเกียรติยศให้ปรากฎ จึงได้ประกาศให้ถือวันที่ ๒๕ มกราคมของทุกปี เป็น
“วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” และ
“วันกองทัพไทย” ได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชโดยครอบองค์สถูปมูลดินนั้นไว้ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อการก่อสร้างสำเร็จแล้ว คณะรัฐมนตรีโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานเป็นงานรัฐพิธี
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๒
ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้วันที่ ๒๕ เมษายนของทุกปี เป็น
“วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” และเป็นวันรัฐพิธี แทนวันจันทร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ อันเป็นการนับทางจันทรคติ แต่ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ และได้กำหนดใหม่ ให้วันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปีเป็น
“วันยุทธหัตถี” และเป็นวันรัฐพิธีแทนวันที่ ๒๕ มกราคมของทุกปี
🙏 วันกองทัพไทย นับเป็นวันสำคัญยิ่งที่ได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ในการป้องกันรักษาเอกราชอธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ เป็นวันแห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ
📌 ทั้งนี้
กองบัญชาการกองทัพไทย ขอเชิญรับชม
สารคดีพิเศษ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี ๒๕๖๙ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) หลังข่าวภาคค่ำ หรือสามารถรับชมได้ทางสื่อสังคมออนไลน์ของกองบัญชาการกองทัพไทย
❤️🙏 ๑๘ มกราคม ๒๕๖๙ “วันกองทัพไทย” 🙏❤️ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถี
❤️🙏 ๑๘ มกราคม ๒๕๖๙ 🙏❤️
วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
วันยุทธหัตถี และวันกองทัพไทย
❤️ วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ วันกองทัพไทย กำหนดขึ้นตามวาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี และมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาอย่างสมพระเกียรติ โดยถือเอาวันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปี ตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของบูรพกษัตริย์ นักรบผู้ยิ่งใหญ่ และกล้าหาญ เทิดทูนพระเกียรติยศให้ปรากฏ ในพระวีรกรรมที่ทรงมีต่อพสกนิกร ปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกมาจนถึงทุกวันนี้
คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ผู้จัด ศิลปินนักแสดง บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนวันสำคัญของชาติไทย
#วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
#วันกองทัพไทย
#ดูทีวีกด33ดูออนไลน์ที่3Plus
🔴 ๑๘ มกราคม ของทุกปี วันกองทัพไทย
เป็นวันที่ระลึกในวาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่า นับเป็นยุทธหัตถีทางบกครั้งยิ่งใหญ่ ชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำมาซึ่งเอกราชของประเทศอย่างสมบูรณ์ และได้รับการยกย่องสรรเสริญทั่วไปทั้งทวีปเอเชีย และทวีปยุโรป เป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย เป็นวันที่คนไทยพึงตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งยังเกิดความรักและหวงแหนที่ต้องปกป้องบ้านเมือง และร่วมกันสืบทอดเจตนารมณ์ของพระองค์ท่าน เพื่อรักษาแผ่นดินนี้ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยสืบไป
📌 เกร็ดความรู้
สงครามยุทธหัตถีในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๑๓๕ ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทราบข่าวจึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่าย ซึ่งระหว่างที่การรบกำลังดำเนินอยู่นั้น ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ก็ได้ไล่ล่าศัตรูไปจนออกนอกเขตแดน จนทำให้ทั้งสองพระองค์ตกไปอยู่ในวงล้อมของศัตรูโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้จะอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ พระองค์ก็มีพระสติ ไม่หวั่นไหว และทรงแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ว่าทางที่จะรอดได้มีเพียงทางเดียวเท่านั้น คือเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทำยุทธหัตถี ในท้ายที่สุดพระองค์ก็สามารถกระทำยุทธหัตถีได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีกองทัพใดกล้ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกเลย ทำให้ในสมัยนั้นไทยได้ขยายอาณาเขตไปอย่างกว้างขวางกว่าสมัยใดๆ
ซึ่งการทำยุทธหัตถีในครั้งนั้นถือว่าเป็นการทำยุทธหัตถีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย และยังเป็นการรบบนบกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกด้วย เมื่อเสร็จสงครามยุทธหัตถีแล้ว สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โปรดให้สร้างสถูปเป็นอนุสรณ์ไว้ที่ทุ่งหนองสาหร่าย ตำบลตระพังตรุ ตรงกับที่ทรงทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา เรียกกันว่า “เจดีย์ยุทธหัตถี”
ในการนี้ กองทัพไทยจึงถือเอาวันที่พระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชา เป็น “วันกองทัพไทย” เรียกกันอีกอย่างว่า “วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” หรือ “วันยุทธหัตถี” เป็นวันรัฐพิธี แต่ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ ทั้งนี้ แต่เดิมมีการระบุว่า วันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชานั้น ตรงกับวันที่ ๒๕ มกราคม ต่อมามีการคำนวณวันใหม่ จึงกำหนดให้วันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปี เป็น “วันยุทธหัตถี” และเป็นวันรัฐพิธีแทนวันที่ ๒๕ มกราคม โดยให้มีการวางพานพุ่มสักการะ แต่ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการเช่นกัน
การที่มีการเปลี่ยนแปลงวันทั้งสองนั้น เนื่องจากเป็นการนับวันทางสุริยคติ ซึ่งคนปัจจุบันจะสามารถจำได้ง่ายมากกว่า และมีความเหมาะสมกว่า อีกทั้ง นายประเสริฐ ณ นคร ราชบัณฑิต ก็ได้คำนวณแล้ว พบว่าการนับวันทางจันทรคติของวันกระทำยุทธหัตถีเดิมที่ตรงกับวันจันทร์ เดือน ๒ แรม ๒ ค่ำ จุลศักราช ๙๕๔ ที่กำหนดเป็นวันที่ ๒๕ มกราคม นั้น คลาดเคลื่อน จึงได้มีการเปลี่ยนใหม่ให้ตรงกับความเป็นจริง คือ เป็นวันที่ ๑๘ มกราคม ดังกล่าว ดังนั้น วันที่ ๑๘ มกราคม จึงถือเป็น “วันยุทธหัตถี” หรือ “วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”
รัฐบาลได้ตระหนักถึงพระวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีต่อประเทศชาติ เพื่อเทิดทูนพระเกียรติยศให้ปรากฎ จึงได้ประกาศให้ถือวันที่ ๒๕ มกราคมของทุกปี เป็น “วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” และ “วันกองทัพไทย” ได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชโดยครอบองค์สถูปมูลดินนั้นไว้ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อการก่อสร้างสำเร็จแล้ว คณะรัฐมนตรีโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานเป็นงานรัฐพิธี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๒
ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้วันที่ ๒๕ เมษายนของทุกปี เป็น “วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” และเป็นวันรัฐพิธี แทนวันจันทร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ อันเป็นการนับทางจันทรคติ แต่ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ และได้กำหนดใหม่ ให้วันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปีเป็น “วันยุทธหัตถี” และเป็นวันรัฐพิธีแทนวันที่ ๒๕ มกราคมของทุกปี
🙏 วันกองทัพไทย นับเป็นวันสำคัญยิ่งที่ได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ในการป้องกันรักษาเอกราชอธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ เป็นวันแห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ
📌 ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย ขอเชิญรับชม สารคดีพิเศษ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี ๒๕๖๙ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) หลังข่าวภาคค่ำ หรือสามารถรับชมได้ทางสื่อสังคมออนไลน์ของกองบัญชาการกองทัพไทย