ในวันที่เราไม่อินกับคำว่าครอบครัวแล้ว

คือตอนนี้เราอยู่หอค่ะ (ปี1)  เรารู้สึกเราสบายใจมากๆ ได้อยู่กับเพื่อนแต่ก็มีช่วงเวลาส่วนตัว พ่อชอบเรียกเรากลับบ้าน เราไม่อยากกลับเลยค่ะ บ้านไม่ใช่เซฟโซนของเรา เราอึดอัดมากๆ ไม่เคยอยากกลับบ้านเหมือนเพื่อนคนอื่นเลย เราเคยทะเลาะกับพ่อหนักมาก
   ตอนเด็กๆพ่อจะเอาเราไปฝากไว้บ้านญาติเสมอๆ ตั้งแต่จำรวามได้เราไม่ได้อยู่กับพ่อเลยค่ะ555555555555555 บางครั้งเราได้ยินญาติคุยกับลูกๆเค้าว่าเราเป็นภาระ เราไม่ชอบเลย เราเคยอ้อนวอนพ่อขอให้เค้าอยู่กับเรา แต่เค้าบอกไม่ว่างเค้าไปทำงาน สุดท้ายโตขึ้น อาเรามาบอกว่าเค้ามีเมียใหม่ มีลูกชาย (พ่อเราอยากได้ลูกชาย) ตอนนั้นเราประมาณม.2 เราจิตตกมาก เป็นทุกข์ตลอดเลย เราเหนื่อยมากๆ แต่เราพยายามไม่ทำให้เค้ารู้ว่าเรารู้ว่าเค้ามีครอบครัวใหม่แล้ว เราไม่อยากให้เค้าไม่สบายใจ แต่ด้วยความเป็นเด็กที่โตมากับการอยู่คนเดียว (เราโตจนอยู่คนเดียวได้เลยบอกพ่อว่าไม่ต้องไปฝากเรากับญาติคนไหนแล้ว) เราชินกับการอยูาคนเดียว วันนึงเราเจอหน้าพ่อมากสุด 4ชั่วโมง แต่เป็นการเจอแบบในบ้าน ไม่พูดคุย ไม่ได้กินข้าวด้วยกันเหมือนครอบครัวอื่น เราเหนื่อยจังค่ะ เราเคยทะเลาะกับเค้าหนักมากๆจนเราจะฆ่าตัวตายจริงๆ เราระเบิดออพมาทั้งหมดทุกความรู้สึก เราบอกเค้าว่าเราเหนื่อยแล้ว จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ในตอนนั้นเราเหมือนคนบ้าจริงๆ เค้ากลับบอกเราว่า ‘กูไม่เคยสอนให้อ่อนแอขนาดนี้’ เราเลยรีบโทรไปหาพี่ที่สนิทเพื่อเยียวยาตัวเองด่วนๆ ตอนนั้นระเบิดลงบ้านเรามาก เราไม่เคยสติขาดขนาดนี้มาก่อนเลย ตอนเราโทรไปเค้าด่าเราไม่หยุด เราพยายามไม่สนใจเค้า สุดท้ายแล้วเค้าแบ่งทรศเราไปแล้วบอกว่า ‘คิดว่าพี่ยิ้มนี่ช่วยได้หรอ มันบ้า’ เรามองไปในตาเค้า เค้าแขยงเรามากจริงๆในตอนนั้น เราเลยสวนกลับไป ‘พ่อไม่เคยเข้าใจหนูเลย ไม่เคยคิดจะพยายามเข้าใจ ไม่เคยพยายามเลย หนูเหนื่อยมากเกินพอแล้ว หนูอยากตาย ได้ยินมั้ย หนูอยากตาย’ ขนาดเราพูดว่าอยากตายขนาดนั้นเค้ายังบอกเราว่า ‘นี่อ่อนแอเหลือเกินนะ’ วินาทีนั้นเร้าเลยลงไปจากห้องนอนเรา เราจำได้ทุกฉากทุกรำพูดเพราะมันเป็นแผลเป็นเป็นปมที่ไม่มีสันคลายในชีวิตของเรา เราไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับแม่ของเรา เราไม่เคยคิดจะถาม เพราะเรากลัวเค้ากระอักกระอ่วนใจ55555555 แต่วินาทีนั้นเราไม่มีเสาหลักในชีวิต โลกทั้งโลกพังในพริบตา ขนาดคนๆเดียวที่ควรอยู่ข้างเรายังทั้งไม่เคยคิดจะเข้าใจเราเลย เราตัดสินใจที่จะตายจริงๆ เราไปนั่งบนระเบียงห้อง ตรงหน้าตาชั้น3ห้องนอนของเรา ในใจคือถ้ากระโดดลงไปจะตายเลยใช่มั้ย เราจะไม่เศร้าแบบนี้อีกแล้วใช่มั้ยนะ ตอนนั้นคือเราไม่กลัวอีกแล้วความตาย ถือว่าเรายกชีวิตนั้นให้เค้าไปแล้ว เราดขียนจดหมายลาตายเรียบร้อย แต่พี่(ที่เราโทรไปแล้วพ่อแย่งทรศจากเราไป)โทรกลับมาพอดี บอกให้เราใจเย็นๆ พยายามปลอบประโลมเรา จนเราเย็นลงแล้วร้องไห้จนหลับไป วันนั้นเหมือนเราตายไปแล้วจริงๆเลยค่ะ จิตใจว่างเปล่า ร้องไห้จนหายใจไม่ทัน หอบและเหนื่อยมาก
         ทุกอยากคำพูดการกระทำที่เค้าทำร้ายจิตใจเราเป็นเฟมือนหอกที่แทงเข้ามาในใจเราเสมอคำพูดที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเราคือ ‘กูไม่น่าให้ก้อนเลือดชั่วๆอย่างเกิดมาเลย’ เราจำสีหน้า แววตา คำพูดเค้าได้ดี เราเลยถามเค้ากลับไปว่าแน่ใจแล้วใช่มั้ยที่พูด ตั้งแต่เด็กเราเจอคำพูดแบบนี้ตลอด เลือดชั่ว ลูกยิ้ม ต่างๆนาๆ เรารู้สึกไม่สนิทใจกับเค้า เราไม่อินกับเค้า
         เราออนกับการอยู่คนเดียวมากกว่า ยังดีที่เค้าวังให้เงินเราบ้าง55555555555 วางเงินไว้บนโต๊ะก่อนจะออกไปหาลูกเมียเค้าอย่างไม่ร่ำลา
        เราพยายามพึ่งพ่เค้าให้น้อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ มอบตัวมหาลัยเรายังไม่อยากให้เค้ามาเลยค่ะ เราอยากจ้างพ่อเพื่อนให้มาเป็นผู้ปกครองเราแทน5555555555 เพราะตั้งแต่เล็กจนโตเค้าจะบอกว่าเค้าไม่ว่าง ไปเองได้มั้ย ทำเองไม่ได้หรอ ไม่ว่าจะวันประชุมผู้ปกครอง นัดเคสผ่าตัด เราจ้องนั่งแท็กซี่จากบ้านเราไปคุยกับหมอเองทั้งๆที่เรายังไม่18ด้วยซ้ำ ดีที่หมอไม่อะไรมาก ขนากวันที่เราผ่าตัด เข้าห้องผ่าตัด เราไม่เคยเจอหน้าเค้าเลยด้วยคำที่เค้าบอกเราว่า ไม่ว่าง ดูแลตัวเองนะ ทุกอย่างเราไม่เคยบอกเค้าว่าเราน้อยใจ หรือเราเสียใจ มันเลยเป็นเงื่อนตายอยู่ในใจเราแบบนี้
      เค้าเคยไล่เราไปตายขนเราเลยลั่นวาจากับเค้าไปว่าถ้าวันนึงหนูติดมหาลัย หนูจะไม่กลับมาให้พ่อเห็นหน้าอีก ไม่มาเหยียบอีกเลยบ้านนี้ และใช่ค่ะเราทำได้อยู่แล้ว เราไม่เคยพึ่งพาเค้าอยู่แล้ว กลับเป็นเค้าที่เรียกเรากลับไป
      เดี๋ยวเราสอบเสร็จเราต้องกลับไปอยู่บ้านแล้วค่ะ เห็นเพื่อนๆดีใจอยากกลับบ้านมาก เราไม่อินเลย ได้แต่ยิ้มแหยะๆ55555555 เราอึดอัด 2อาทิตย์ที่ต้องกลับไปอยู่บ้านมันเหมือนนรกชัดๆ555555555555 เราต่อกับพ่อไม่ติดแล้วค่ะควรทำยังไงดี แค่คิดว่าต้องกลับไปอยู่บ้าน2อาทิตย์เราก็อึดอัดจะบ้าตายอยู่แล้ว ทำยังไงดีคะ? เพราะช่วงเวลาที่เรารอมากที่สุดในชีวิตคือการอยู่หอคนเดียว อยู่กับเมท
       ผิดมากมั้ยคะที่เราไม่อินกับความรักในครอบครัว เค้าเลี้ยงเราด้วยเงินมาตลอดแค่เค้าให้เงินเราในแต่ล่ะเดือนเราว่ามันก็พอแล้ว เราไม่อยากกลับไปเลยค่ะ
        + เรื่องนี้เป็นแค่ส่วนนึงในชีวิตเราเท่านั้น เราแค่อยากระบายเฉยๆค่ะเราอึดอัดมากๆ
        + เรื่องครอบครัวไม่ต้องเล่าแค่นึกถึงเราก็น้ำตาไหลแล้วค่ะ5555555555 แผลในใจเราเยอะมากๆจริงๆ
        + มีใครมีปัญหาแบบเดียวกันหรือยังไงแวะมาแลกเปลี่ยนระบายให้กันได้นะคะ
        + แต่ก่อนเราเป็นคนขี้น้อยใจ เราต้องการความรักจากเพื่อนมากๆ เพราะเราไม่เคยได้จากครแบครัวเลยค่ะ เราต้องการเป็นที่ยอมรับของเพื่อนมากจริงๆ แต่เวลามีสมุดพกไว้เช็คให้เราประเมินตนเองว่าเรามัป้ญหาด้านไหน เราติ๊ก ครับครัวทุกครั้งมันบั่นทอนจิตใจเรามาก เราไม่กลัวหรอกนะคะว่าพ่อจะมาอ่านแล้วจะเสียใจมั้ย เพราะเค้าไม่เคยไปงานประชุมผู้ปกครองโรงเรียนเราสักครั้ง55555555 เค้าจ้างคนอื่นไปแทน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่