ขอคำแนะนำ ดูแลผู้ป่วยจนตัวเองทรุดหนัก

ตามหัวข้อเลยค่ะ อาจจะดราม่าอยู่สักหน่อย แต่ขอระบายบ้างเถอะ ผู้ป่วยที่ว่านี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นอาม่าของเราเอง คือเมื่อประมาณกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา อาม่าเราลื่นล้มในห้องน้ำ ผลคือต้องผ่าตัดสะโพกขวา (แต่หลายปีก่อนแกก็เคยผ่าตัดสะโพกซ้ายมา) อยู่รพ. 20 กว่าวัน เลือกอยู่ห้องพิเศษด้วย มีเรากับพี่สาวมาสลับกันเฝ้าไข้ และด้วยความที่แกออกจะเจ้าจู้จี้อยู่บ้าง ช่วงกลางคืนที่เราควรจะได้นอนหลับพักผ่อน บางทีแกก็จะเรียกเราให้ลุกมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง มันเลยกลายเป็นว่าเหมือนตัวเองไม่ได้นอนไปโดยปริยาย จะด้วยความที่มันแปลกที่ ที่นอนไม่สบายเหมือนนอนที่บ้านก็ส่วนหนึ่ง จะด้วยที่อาม่าแกเรียกบ่อยก็ส่วนหนึ่ง เลยทำให้ทุกอย่างในร่างกายมันรวนไปหมด งานการที่ต้องทำก็ทำได้ไม่เต็มที่ (อย่างที่บอกว่าแกชอบเรียกบ่อย ๆ บางครั้งพิมพ์งานอยู่แกก็จะชวนคุย)

ก่อนหน้าที่อาม่าแกจะล้ม 2 อาทิตย์ เราเองก็มีอาการปวดตาซ้าย ตรวจพบว่ากระจกตาอักเสบ คือตาซ้ายมองอะไรแล้วเบลอไปหมดเลย กระพริบตาก็จะมีอาการปวดด้วย พอหายดีหน่อยก็มาเกิดเหตุอาม่าล้มนี่ล่ะ ต้นก.ค.พ้นกำหนดออกจากรพ. ทางญาติ ๆ ก็ลงความเห็นกันว่าควรจะให้แกไปอยู่ศูนย์กายภาพ ซึ่งแน่นอน หน้าที่หลักของการไปอยู่เป็นเพื่อนแกก็ไม่พ้นเรากับพี่สาวอยู่ดี เรากับเจ้ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่จะติดตรงที่ต่างคนต่างมีงานที่ต้องทำ แล้วมันก็จะเข้าอีรอบเดิมคือเอางานมาทำก็ทำได้ไม่เต็มที่ เข้าต้นเดือนก.ค.ปัญหาเรื่องตาเราก็มาอีก คือรอบนี้รุนแรงกว่าปกติ ตื่นลืมตามาแล้วทุกอย่างเบลอไปหมด ตาสู้แสงอะไรไม่ได้ พอตกเย็นมันยิ่งเบลอกว่าเดิม มองป้ายที่มีหนังสือตัวใหญ่ ๆ ก็ดูไม่รู้เรื่อง ใจเสียไปเลยแหละทีนี้ โชคดีที่ตอนนั้นมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งแกอยู่ด้วย ไม่งั้นก็ซวยแน่ ๆ ไปตรวจอีกรอบทีนี้คือเยื่อบุตาอักเสบจ้า เล่าอาการทุกอย่างให้หมอฟัง หมอเลยวิเคราะห์ว่าน่าจะติดเชื้อมา จากการที่ไป ๆ กลับ ๆ ระหว่างบ้านและรพ.อยู่หลายอาทิตย์ แถมยังมีเวลาพักผ่อนไม่เต็มที่ เลยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำและเกิดการติดเชื้อขึ้น! นั่นแหละค่ะ ช่วงนั้นเลยต้องพักฟื้น โดนหมอสั่งห้ามจ้องจอคอม มือถือ ใช้ยาหยอดตากับน้ำตาเทียมมาระยะหนึ่งก็หายดี แต่...เรื่องมันไม่ได้จบแค่ตรงนั้นค่ะ

จากที่บอกว่าอาม่ามาอยู่ศูนย์กายภาพตั้งแต่เดือนก.ค. แน่นอนว่าเมื่อเราอาการดีขึ้น พี่สาวเราที่เฝ้าไข้อาม่ามาหลายอาทิตย์ก็ต้องกลับมาพักผ่อนที่บ้าน สลับกับให้เราไปเข้าไข้แทนบ้าง หมดปัญหาเรื่องสุขภาพตาไป ใช่ว่าทุกอย่างจะจบ ปกติเราเป็นคนธาตุแข็งอยู่แล้ว น้อยครั้งมากที่จะถ่ายเป็นเวลาทุกวัน เคยอาการหนักถึงขั้นที่ไม่ถ่ายเลย 4-5 วัน ใครเป็นก็จะเข้าใจดีว่ามันทรมานขนาดไหน ก็นั่นแหละค่ะ ปัญหามันก็เกิดขึ้นจนได้ เราพยายามทุกอย่างที่จะให้ตัวเองขับถ่ายปกติในทุกวัน ทั้งการดื่มน้ำตอนท้องว่างก่อนแปรงฟัน ดื่มนมก่อนมื้ออาหารเช้า กินผลไม้ที่ช่วยให้ระบายง่าย ๆ อย่างกล้วย ส้ม สับปะรด ถามว่ามันช่วยเรื่องถ่ายบ้างไหม ก็ได้อยู่นะแต่ก็ไม่เต็มที่ เหมือนมันยังถ่ายได้ไม่สุดอะทั้ง ๆ ที่ก็พยายามเบ่งแล้ว แต่อย่างที่รู้เบ่งมากก็ไม่ดี เสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงได้  o_O

เมื่อมันเป็นแบบนี้มาเรื่อย ๆ เราเลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ต.ค.ที่ผ่านมาเลยลองซื้อพวกดีท็อกซ์มากินตอนก่อนนอนเพื่อช่วยให้มันถ่ายได้ดีขึ้น ช่วงแรก ๆ กินที 3 วันติดเลย แล้วมันก็ถ่ายได้สุดจริง ๆ แต่วันไหนที่ไม่ได้กินก็เป็นไปตามระเบียบค่ะ คือไร้วี่แววว่าวันนั้นจะได้ถ่ายท้องไหม อ่านไป ๆ ดูเหมือนจะตลก แต่เรื่อง-ี้ไม่ออกนี่มันไม่ได้ตลกเลยนะคะ บวกกับการที่เรามีอาการออฟฟิศซิมโดรมและชอบปวดหัวไมเกรนด้วยแล้ว มันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ทรมานขั้นสุดอะ ดีท็อกซ์มันช่วยให้ขับถ่ายได้ดีก็จริง แต่จะดีกว่ารึเปล่าถ้าเราขับถ่ายได้เองตามธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องมาล้างท้องให้หมดไส้หมดพุงแทบทุกวัน นี่แค่ส่วนนึงเท่านั้นนะคะในเรื่องของสุขภาพกาย ยังไม่ได้รวมเรื่องอื่น ๆ อีก (ซึ่งมันจะยืดยาวและดราม่าไปมากกว่านี้) สุดท้ายนี้เราเลยอยากมาขอความเห็น หรือใครมีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการดูแลตัวเองกันหน่อยค่ะ เพราะเป็นปัญหามากจริง ๆ กระทู้อาจจะหาสาระอะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็ขอขอบคุณที่อ่านกันมาจนจบนะคะ  
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่