พ่อชอบเล่าเรื่องลูกคนอื่นให้เราฟัง ซึ่งมันบั่นทอนจิตใจเรามาก

ก็เป็นนิสัยปกติของพ่อแม่ ที่ชอบเอาลูกตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วก็ชอบพูดกับลูกในเชิงที่ว่าลูกคนอื่นดีกว่าลูกตัวเอง (แม้ว่าใจจะไม่คิดแบบนั้นก็ตาม)

อย่างพ่อเรานี่ ชอบเล่าให้เราฟังว่า ลูกคนนั้นไปเรียนต่างประเทศ ลูกคนโน้นไปทำงานต่างประเทศ ญาติเราหลายคนไปเรียนต่อต่างประเทศ
แต่พอเราอยากไปต่างประเทศบ้าง พ่อกลับไม่อยากให้ไป เป็นห่วงอย่างโน้นอย่างนี้ เอาเหตุผลสารพัดอย่างมาอ้าง เช่น

- ไปเรียนต่อต่างประเทศ ต้องใช้เงินมาก ถ้ากลับมาทำงานที่ไทยก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะเก็บเงินได้เท่าทุนที่จ่ายค่าเรียนไป (ขอบอกก่อนว่าบ้านเรามีฐานะ ไม่ได้ยากจน)
- ไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมันลำบาก เวลาจะไปไหน เวลาเจ็บป่วย น่าเป็นห่วง ไม่มีใครดูแล อยู่ไกลหูไกลตาพ่อแม่ 
- บางคนไปเรียนต่างประเทศ แต่จบแล้วกลับมาขายอาหารอยู่ในตลาดนัด
- อยู่ในประเทศไทย ทำงานในบริษัทฝรั่งก็ได้ ก็ได้เงินเยอะ ได้ฝึกภาษาเหมือนกัน ไม่เห็นต้องไปทำงานถึงต่างประเทศเลย
- อยากเรียน ป.โท เรียนรามฯ ก็ได้ ไม่เห็นต้องไปเรียนต่างประเทศ เรียนรามฯ แล้วจะได้ทำงานไปด้วยได้ (เราก็เถียงกลับไปว่า ในหัวของพ่อก็คิดได้แค่รามฯ แต่เราไม่ได้อยากเรียนรามฯ)
ฯลฯ

ซึ่งเราก็เป็นคนๆหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากไปต่างประเทศเหมือนกัน แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ไป แม้แต่จะไปเที่ยวก็ยังไม่ได้ไป (ยกเว้นประเทศที่ติดชายแดนบ้านเรา แต่นั่นก็ไปกับครอบครัว ไปกับบริษัททัวร์ เราขอไม่นับ) เราเถียงกับพ่อเรื่องนี้ตลอด แต่ไม่คิดว่าพ่อจะเข้าใจหรอก 

(นี่เป็นตัวอย่างที่เราเถียงพ่อ)

เราก็อยากไปต่างประเทศเหมือนกันนะ อยากไปเรียน ไปทำงาน ทั้งญาติๆ และเพื่อนๆ หลายคนก็ได้ไปแล้ว เมื่อไหร่เราจะได้ไปบ้าง จะให้เราใช้ชีวิตอยู่แต่ในไทยไปจนตายเลยรึไง คนที่ไปเรียนต่างประเทศกลับมาจะทำงานอะไรมันก็เป็นสิทธิของเขาสิ จะขายอาหารในตลาดแล้วมันทำไม ก็ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำเอง (แต่สำหรับเรา ทำงานค้าขายเองก็ยังดีกว่าเป็นลูกจ้าง) คนเราศึกษาร่ำเรียนมาเพื่อให้ชีวิตสบายขึ้นไม่ใช่รึไง (พ่อเราก็เถียงไม่ค่อยออก) และในฐานะที่เราทำงานกับเจ้านายคนไทยมาหลายที่ และส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยเชื้อสายจีนด้วย เราก็รู้สึกไม่ชอบ ไม่โอเคเลย (เราก็ไทยเชื้อสายจีนนะ อย่าคิดว่าเราจะเข้าข้างพวกเดียวกัน) อยากลองทำงานกับพวกฝรั่ง อยากรู้ว่ามีนิสัยเหมือนกันไหม ไม่อยากเห็นเรามีชีวิตที่ดีขึ้นหรือไง

อยากไปใช้ชีวิตไกลๆ บ้าน อยากมีประสบการณ์เยอะๆ ไม่ต้องมีเพื่อนไปหรอก เราไปคนเดียวได้ อยู่คนเดียวได้ (ชอบด้วย) ขอแค่เราได้ฝึกภาษาให้เก่งพอ แต่ถ้าเราเกิดจะไปจริงๆ เดี๋ยวพ่อก็จะห้ามอีก (ขนาดจะไปงานแต่งเพื่อนสนิทที่ชนบทต่างจังหวัด พ่อยังคัดค้าน) แล้วเราจะฝึกภาษาไปทำไมอ่ะ ในเมื่ออยู่ที่ไทยก็ได้สื่อสารแต่กับคนไทย คนต่างชาติถึงจะเจอแต่ก็ไม่ได้คุย เพราะไม่รู้จัก (ยกเว้นเขามาถามทาง เราก็ตอบไป ตอบไม่ได้ก็แค่ Sorry. I don't know. จบ) เพื่อนเราหลายคนสมัยเรียนโง่ภาษาอังกฤษกว่าเราอีก แต่พอเขาเรียนจบ ได้ไปเรียน ไปเที่ยว ไปทำงานต่างประเทศ ตอนนี้เขาก็เก่งกว่าเราหมดแล้ว ส่วนเรายังดักดานอยู่แบบนี้ หนทางชีวิตของเรามันอยู่ตรงไหนเหรอ หืม... 

แล้วเราก็บอกพ่ออีกว่า ทีหลังไม่ต้องมาเล่าให้เราฟังนะว่าลูกใครมีชีวิตยังไง ได้ใช้ชีวิตอยู่ประเทศไหน ได้ดิบได้ดียังไงบ้าง เพราะเราฟังแล้วไม่ได้รู้สึกดีเลย พอพ่อไม่อยู่ เราก็ระบายให้แม่ฟัง พูดตามที่ใจคิดทุกอย่าง (เราพูดคล้ายๆ แบบที่พิมพ์ แต่ตอนพูดใช้ภาษาที่รุนแรงกว่า)

เรามาตั้งกระทู้นี้ ก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะว่าจะต้องเจอคอมเมนต์ถล่ม เพราะเรื่องพ่อ แม่ ลูก มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และคนนอกส่วนใหญ่จะเข้าข้างพ่อแม่มากกว่า ยิ่งถ้าเห็นลูกเถียงพ่อแม่ จะมองว่าลูกคนนี้ดูเลว อกตัญญู ไม่สำนึกบุญคุณ ฯลฯ แต่เราก็แค่อยากจะแชร์ความรู้สึกในฐานะของลูกคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ชีวิตน้อยเหลือเกิน ทั้งๆ ที่อายุใกล้จะเข้าวัยเลข 3 แล้ว แทบจะไม่เคยออกไปไหนไกลๆ คนเดียว แถมไม่ค่อยคุ้นกับคนเพราะมักอยู่คนเดียว (ตอนนี้พัฒนาขึ้นมาหน่อย สามารถออกจากบ้านมาทำงานและใช้ชีวิตที่ กทม. คนเดียวได้ แต่พ่อแม่ก็ไม่ปล่อยอยู่ดี ไลน์มาถามโน่นถามนี่ทุกวัน ดูว่าลูกตัวเองยังมีชีวิตอยู่ไหม บลาๆๆ) เรารู้สึกแบบนี้จริงๆ อยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่