JJNY : พท.แนะจับตารัฐใช้เงินนอกระบบ หลังพบงบ63ไม่โปร่งใส!/เรืองไกรชี้ทำงบฯ63ไม่เป็นตามรธน./ชาวไร่อ้อยทวงสัญญารบ.ตันละพัน

เพื่อไทย แนะจับตารัฐใช้เงินนอกระบบ หลังพบทำ “งบประมาณ ปี 63” ไม่โปร่งใส!
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2996059

เพื่อไทย แนะจับตารัฐใช้เงินนอกระบบ หลังพบทำ “งบประมาณ ปี 63” ไม่โปร่งใส!
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการอภิปรายงบประมาณปี 2563 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีหลายประเด็นที่สังคมยังคงสงสัยในการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล ผลโดยรวมของการอภิปรายพบว่ารัฐบาลตอบไม่ตรงคำถาม

ในหลายประเด็นเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามหรืออธิบายถึงการใช้จ่ายงบประมาณว่าจะก่อให้เกิดความคุ้มค่าได้อย่างไร การใช้เงินงบประมาณกว่า 3.2 ล้านล้านบาทที่เป็นภาษีของประชาชน เป็นเพียงส่วนเดียวที่รัฐเปิดเผยตัวเลข ยังคงมีเงินที่รัฐเก็บไว้ ที่เรียกว่าเป็นเงินนอกงบประมาณที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการ

นอกจากเงินงบประมาณรายจ่ายเงินรายได้แผ่นดิน เงินเหล่านี้ คือเงินเบิกเกินส่งคืน และเงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืน แต่ไม่มีการส่งคืนให้กระทรวงคลังยังคงค้างอยู่ที่หน่วยราชการ ที่ผ่านมารัฐไม่มีการแจงตัวเลขว่าเงินนอกงบประมาณมีจำนวนเท่าไหร่ นำไปใช้ในโครงการอะไรบ้าง

นายสงวน กล่าวอีกว่า การจัดทำงบประมาณของรัฐบาลขาดความโปร่งใส ไม่เปิดเผยต่อประชาชน อยากให้ประชาชนจับตาดูการใช้เงินนอกงบประมาณที่รัฐจัดเก็บไว้ เพราะเงินทั้งหมดนี้เป็นภาษีของประชาชน ดังนั้นประชาชนควรจับตาดูการใช้จ่ายงบประมาณว่ารัฐใช้เงินอย่างไร เกิดประโยชน์กับประชาชนหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เงินนอกงบประมาณมีจำนวนเท่าไหร่ ประชาชนไม่เคยทราบ แม้กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องมีการแจ้งว่าแต่ละหน่วยงานมีเงินเหลือเท่าไหร่ ถึงจะต้องจัดเงินงบประมาณไปเพิ่ม การจัดทำงบประมาณต้องนำเงินส่วนนี้มาร่วมด้วยหากนำเงินคงเหลืออยู่การจัดทำงบประมาณก็อาจจะไม่ถึง 3.2 ล้านล้านบาท ดังนั้นการจัดทำงบประมาณครั้งนี้จึงขาดความโปร่งใสและไร้การตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ



“เรืองไกร”ชี้จัดทำงบฯ63ไม่เป็นตามรัฐธรรมนูญ
https://www.innnews.co.th/politics/news_516988/

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะกรรมาธิการงบประมาณ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2563 เป็นการจัดทำงบประมาณที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ การชี้แจงจากสำนักงบประมาณ ก็ไม่สามารถอธิบายได้ถึงข้อสงสัยที่สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านสอบถาม รวมทั้งมีการเลือกใช้กฎหมายวินัยการเงินการคลังและกฎหมายวิธีการงบประมาณบางมาตรา ทั้งที่กฎหมายทั้งสองฉบับมีมาตราอื่นเกี่ยวข้องและมีสาระสำคัญสำหรับการจัดทำงบประมาณมาทุกรัฐบาล แต่ในคำของบประมาณมีการของบประมาณมาเพียง  3 ประเภท คือ กรุงเทพ พัทยา และอบจ.ส่วนเทศบาลและอบต.ไม่มีการจัดทำการของบประมาณสนับสนุน ทั้งๆ ที่กฎหมายไม่มีข้อยกเว้นว่า ไม่ต้องขอ

ทั้งนี้ ส่วนกองทุนหรือทุนหมุนเวียน มีการทำเสนอของบประมาณมาเพียงบางหน่วยงานเท่านั้นจากทั้งหมด ถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดกฎหมาย จากการสอบถามไม่มีคำตอบจากสำนักงบประมาณว่าทำไมมีการดำเนินการเช่นนี้ ทางสำนักงบไร้คำตอบให้กับคณะกรรมาธิการ

อย่างไรก็ตาม การจัดทำงบประมาณครั้งนี้  รัฐบาลใช้วิธีเอาการจัดทำงบประมาณสมัยรัฐบาลคสช.มาจัดทำใหม่ ส่งผลให้คำของบประมาณไม่สอดรับนโยบายที่แถลงต่อสภาเช่น การศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วน  แต่ในการจัดทำงบประมาณ ไม่มีการทำเรื่องของบประมาณเข้ามา ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงอยากตั้งข้อสังเกตว่า มีการเอาแผนงานงบประมาณเก่ามายำใหม่แล้วใส่นโยบายเร่งด่วนเข้าไปจึงไม่มีการของบประมาณในการของการแก้ไขรัฐธรรมนูญลงไปด้วย
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่